"ทวี" หนุนใช้ AI จับโกง-วิเคราะห์พยานหลักฐาน ย้อนรอยใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ "ฮั้ว สว." พร้อมมอง ความคิดผู้นำหากไม่พัฒนากรอบคิด อาจสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น
ที่ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ หัวข้อ เอไอ กับการพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสามจังหวัดชายแดนใต้ ตอนหนึ่งถึงการนำเทคโนโลยีเอไอ ประยุกต์ใช้ในมิติสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ในคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ช่วงเริ่มต้นตรวจสอบ มีอุปสรรคสำคัญเนื่องจากไม่มีข้อมูลดิบ เพราะข้อมูลจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการไม่มีความพร้อม และกล้องวงจรปิดในพื้นที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เสียหายเกือบทั้งหมด เหลือเพียงกล้องที่บันทึกการลงคะแนนและป้ายขานคะแนนรอบแรกและรอบสุดท้าย โดยมีไฟล์ภาพและข้อมูลจำนวนมหาศาลกว่า 200 ล้านรูปภาพ จึงตัดสินใจเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอทั้งคนไทยที่ทำงานในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เข้ามาร่วมทำงาน ช่วยวิเคราะห์ ทำนาย และประมวลผลความเชื่อมโยงของข้อมูลภาพเหล่านั้น จนสามารถถอดรหัสความผิดปกติ
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวอีกว่า ในมิติการศึกษาที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะระบบ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยปัจจุบัน พบว่ามีคนกู้ กยศ. กว่า 7 ล้านคน อยู่ระหว่างผ่อนชำระ เกือบ 5 ล้านคน ที่ผ่านมา เมื่อเด็กกู้เงิน มหาวิทยาลัยได้เงินไปถึง 80% มหาวิทยาลัยบางแห่งได้เงินหมื่นล้านบาท แต่เมื่อเด็กเรียนจบต้องแบกหนี้ไว้เพียงผู้เดียว กลายเป็นว่านโยบายรัฐบีบให้เยาวชนต้องเป็นหนี้เพื่อแลกกับอนาคต
"ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นถูกทับถมด้วยปัญหาการทุจริตในระบบราชการ เรียกรับเงินรายละหลายแสนบาท ซึ่งเด็กจำนวนมากต้องกู้หนี้ยืม มีหนี้สินซ้ำซ้อนจากที่เป็นหนี้ กยศ. อยู่แล้ว เพื่อนำเงินมาจ่ายแลกกับตำแหน่ง ทั้งนี้ระบบการสอบที่ไร้คุณธรรม สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือข้อมูลจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบการแก้ไขผลคะแนนจากคนที่สอบตกให้กลายเป็นผู้สอบได้ถึง 5,960 คน ซึ่งคนเหล่านี้ถูกบรรจุรับราชการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขบวนการกลับย่ามใจ เข้าไปลักลอบแก้คะแนนย้อนหลังเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความผิดเก่า" พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ไม่อาจพึ่งพากระบวนการเดิมๆ ได้ จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเอไอ และระบบการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ มาใช้ในการตรวจสอบความโปร่งใสและวิเคราะห์พยานหลักฐาน
"สิ่งที่มนุษย์ต้องระวังมากที่สุดคือความคิด โดยเฉพาะระดับผู้นำ เนื่องจากความคิดสามารถกลายสภาพเป็นคำพูด การกระทำ นิสัย จนกระทั่งกลายเป็นพฤติกรรมถาวร หากผู้นำมีกรอบคิดที่ไม่พัฒนา ความคิดที่ตั้งใจจะนำมาแก้ปัญหาอาจกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นเสียเอง" พ.ต.อ.ทวี กล่าว




