วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

'ทัพเรือ'ทุบโครงสร้าง ยุบ '3 กองเรือ' 2 ปี 'นเรศ' ยกเครื่องกำลังรบ

บททดสอบสำคัญของ"กองทัพเรือ" ภายใต้ ผบ.ทร.คนใหม่ “พล.ร.อ.นเรศ” จะสานต่อนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงต้านจากการปรับโครงสร้างและความกังวลเรื่องกำลังรบ

KEY POINTS

  • จับตาต่อจากนี้นโยบาย ผบ.ทร.คนปัจจุบันถูกส่งต่อให้ ผบ.ทร.คนใหม่ขับเคลื่อน อาจทำให้เกิดแรงสะเทือนเลื่อนลั่นอีกรอบ
  • การยกเครื่องกำลังรบทางเรือใหม่ ยุบกองเรือ ลดกำลังพล ลดตำแหน่ง  
  • การปรับโครงสร้างภารกิจตามภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป เพื่อให้สอดรับกับจำนวนนักเรียนนายเรือที่ผลิตน้อยลง

"กองทัพเรือ" เตรียมเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใน1- 2 ปี นับจากนี้ ภายใต้การบังคับบัญชาของ "พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล" ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ (ผบ.ทร.) ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ อาจก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ําภายในกองทัพอีกครั้ง

ท่ามกลางผลพ่วงการคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกต ยังเกิดแรงกะเพื่อมต่อเนื่องหลัง"กูรู"ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ยังติดใจหลายประเด็น ทั้งกรณีมีบริษัทเดียวผ่านคุณสมบัติ ที่เหลือตกหมด แต่ ทร.ยังตัดสินใจเดินหน้า ด้วยเหตุผลยึดกฎหมาย ระเบียบ ข้อ 56 โดยอนุโลม ไม่ต้องยกเลิกได้

นอกจากนี้ บริษัท Hanwha Ocean จากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ชนะการคัดเลือกด้วยวงเงิน 16,730 ล้านบาท ยังเป็นบริษัทเดียวกับต่อ"เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช"ที่ประสบปัญหาด้านเทคนิค เครื่องยนต์และอาวุธสำคัญประจำเรือใช้การไม่ได้ 

อีกประเด็นที่ข้อมูลยังสวนทางกันเรื่องการต่อเรือ100% ภายในประเทศ  ทร. อ้างว่าได้หารือกับสมาคมอู่ต่อเรือและซ่อมเรือไทยแล้วยังไม่เห็นความชัดเจน
ถึงความเป็นไปได้ 

ส่วน สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย สวนกลับว่า ได้ยืนยันกับ ทร.มาโดยตลอดว่า อู่เรือภายในประเทศสามารถต่อเรือฟริเกตได้ 100% และได้มีการรวมตัวกันเป็นอู่ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เสนอขอใช้พื้นที่ในการต่อเรือฟริเกต แต่ในช่วงของการพิจารณา Offset Policy สมาคมไม่ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็น

ขณะที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. คนปัจจุบัน ยืนยันว่า กองทัพเรือชี้แจงข้อเท็จจริงมาตลอด หากมีประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม ก็พร้อมตอบและชี้แจงตามข้อเท็จจริง ส่วนความเคลื่อนไหวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ กระแสต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ คลี่คลาย ก็ไม่ได้กังวลอะไร

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้นโยบาย ผบ.ทร.คนปัจจุบันถูกส่งต่อให้ ผบ.ทร.คนใหม่ขับเคลื่อน อาจทำให้เกิดแรงสะเทือนเลื่อนลั่นอีกรอบ เพราะจะมีการยกเครื่องกำลังรบทางเรือใหม่ ยุบกองเรือ ลดกำลังพล ลดตำแหน่ง  

นอกจากปรับโครงสร้างภารกิจตามภัยคุกคามที่เปลี่ยนไปแล้ว เพื่อให้สอดรับกับจำนวนนักเรียนนายเรือที่ผลิตน้อยลงตั้งแต่ปี 2546 ลดเหลือ 50 นาย จาก 150 นาย และปัจจุบัน นักเรียนนายเรือ เมื่อปี 46 คือ "นาวาตรี นาวาโท" ในปัจจุบัน ส่งผลให้คนทำงานระดับกลางน้อยลง  ตลอดจนถึงนักเรียนจ่าทหารเรือลดลงตามด้วย

โดยจะมีการยุบรวมกองเรือ อาทิ กองเรือฟริเกตที่ 1 กับ กองเรือฟริเกต 2 เหลือเพียง กองเรือฟริเกตเดียว เนื่องจากอนาคตตามยุทธศาสตร์ ทร. มี เรือฟริเกต 8 ลำ ปี 2580 รับผิดชอบทะเลอันดามัน 4 ลำ อ่าวไทย 4 ลำ

กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ (เช่น เรือหลวงจักรีนฤเบศร) ผนวกกับ  กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ (เช่น เรือหลวงช้าง และเรือหลวงอ่างทอง) พร้อม ยุบกองเรือตรวจอ่าว รวมกันเพื่อให้ได้หมวดพอเหมาะ

ซึ่งจะส่งผลให้ฝ่ายอำนวยการกองเรือ 3 กองเรือ คือ คณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการและหน่วยงานสนับสนุนที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บัญชาการกองเรือ ในการวางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เพื่อให้ภารกิจทางเรือบรรลุผลสำเร็จต้องยุบรวมไปด้วย

โดย เรือหลวงจักรีนฤเบศร ถูกปรับเปลี่ยนภารกิจฐานบัญชาการ ควบคุม สนับสนุนการปฏิบัติการของระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ช่วยเพิ่มระยะและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเสริมประสิทธิภาพให้แก่กำลังรบหลักของกองทัพเรือ

แหล่งข่าวกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ผบ.ทร. ได้วางโครงสร้างลดกำลังพล ลดกำลังรบ ยุบกองเรือจาก 3 กองเรือ เหลือ 1 กองเรือ มาใช้โดรนทดแทน คนที่ท่านเลือกขึ้นมาต้องมั่นใจแล้วว่าจะสานต่อนโยบายและคุยกันรู้เรื่อง ไม่เช่นนั้น กองทัพเรือ จะกลับไปที่เดิม กำลังพลก็ไม่ลด ประสิทธิภาพไม่ได้ เทคโยโลยีไม่ทันสมัย 

"ยุบได้ยุบ ปรับโครงสร้าง นายพลต้องลด นำเครื่องมือเทคโนโลยีมาแทน ผบ.ทร. ตัดสินใจเพื่อกองทัพเรือ ท่านบอกว่าไม่เกรงใจใคร ทำครั้งนี้ มีน้องเกลียดอยู่แล้ว ฝ่ายอำนวยการกองเรือเอามาเขย่าใหม่ ผบ ต้องการลดกำลังพล กองทัพเรือจะเล็กลง เคลื่อนไปง่ายขึ้น" 
แหล่งข่าว ทร.กล่าวและว่า

ต่อไปจะใช้โดรนทั้งหมด เรือหลวงจักรีฯ จะเป็นฐานบัญชาการผบ.ทร. คนใหม่จะเข้ามารับช่วงต่อ
จะประหยัดงบประมาณกองทัพเรือมหาศาล ทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง คนประจำเรือ  ฝ่ายอำนวยการ 3 กองเรือ เหลือ กองเรือเดียว นำงบพัฒนาเรือ เครื่องบิน ให้เกิดความสมบูรณ์

พร้อมยอมรับว่า กองทัพเรือจะมีขนาดเล็กลงแน่นอน มีทั้งคนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เพราะตําแหน่งจะหาย คนต้องมีการปรับตัว ซึ่งแต่ละหน่วยจะต้องไปทําความเข้าใจกับกําลังพลของตัวเอง เรื่องการปรับตัว  เพราะองค์กรที่ไม่ปรับตัว คือเต่า 

แหล่งข่าว ทร. ระบุอีกว่า ได้ให้แต่ละหน่วย ไปจัดการให้ตกผลึกมาให้ได้ ไปทํากันเองหากทําไม่ได้ก็จะมีคนไปทําให้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะทั้งหมดคือลูกน้อง การปรับโครงสร้างจะทําได้ง่ายหากเราไม่แคร์อะไรเลย เราไม่แคร์เรื่ององค์ความรู้ วัฒนธรรมองค์กร ที่มีความแตกต่างกัน แต่ถ้าแคร์ เช่น กองเรือยกพลขึ้นบก เก่งเรื่องช่วยเรือออกจากอ่าว เกยอ่าว แต่วันนึงต้องมาส่งอากาศยานกับเรือหลวงจักรีฯด้วย ก็จะเริ่มยากขึ้น

โดยก่อนหน้านี้ ผบ.ทร.ได้มอบหมายให้ “กรมยุทธการทหารเรือ” จัดทําแผนการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ เพิ่มขีดความสามารถกองเรือ ที่ทยอยปลดประจําการ
ต้องลดแบบ ลดจำนวนเรือ แต่ยังคงปฏิบัติในลักษณะเดิม ใช้ยุทโธปกรณ์เดิม 

ประกอบด้วยเรือฟริเกตสมรรถนะสูง 8 ลำ เรือดําน้ํา เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง 10 ลำ เรือตรวจการณ์ระยะปานกลาง 12 ลำ เรือตรวจการณ์ระยะใกล้ฝั่ง 18 ลำ และพัฒนารูปแบบเรือตรวจการณ์ในอนาคตต่อไป รวมถึงยานใต้น้ำ ยานผิวน้ำไร้คนขับ และอากาศยานไร้คนขับประจําเรือต่อไป

ดังนั้นการยกเครื่องกำลังรบของ กองทัพเรือในห้วง 1-2 ปีข้างหน้า จึงไม่ใช่แค่การยุบกองเรือ ลดกำลังพล หรือตัดทอนตำแหน่งนายพล แต่คือบททดสอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากกองทัพเรือแบบเดิม สู่กองทัพเรือที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและระบบไร้คนขับ 

ภายใต้โจทย์ใหญ่ของ ผบ.ทร.คนใหม่ “พล.ร.อ.นเรศ” ว่าจะสานต่อนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงต้านจากการปรับโครงสร้างและความกังวลเรื่องกำลังรบ