วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

โกงสอบ - หมอไห่ - เอไอ - ผบ.ตร.

สถานการณ์และอุณหภูมิการเมืองในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มร้อนแรง ก่อนพักเบรกช่วงสิ้นเดือน มีวาระสำคัญๆ ที่รอนายกฯอนุทิน และรัฐบาลภูมิใจไทยอยู่

สัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ก่อนสุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ก่อนหยุดยาวช่วงสิ้นเดือน แม้จะเป็นวันหยุดกลางสัปดาห์ แต่เชื่อว่าหลายคนคงวางแผนท่องเที่ยวและทำบุญแบบเต็มๆ สัปดาห์กันเอาไว้แล้ว

ฉะนั้นสถานการณ์และอุณหภูมิการเมืองในสัปดาห์นี้จึงมีแนวโน้มร้อนแรง ก่อนพักเบรกช่วงสิ้นเดือน

วาระสำคัญๆ ที่รอนายกฯอนุทิน และรัฐบาลภูมิใจไทยอยู่ก็คือ

 1.กรณีโกงสอบท้องถิ่น - การเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการประกาศบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,924 ราย เพราะพบหลักฐานการแก้ไขคะแนนให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นมติจากที่ประชุม กสถ. จะนำไปสู่การถอดถอนคนเหล่านี้ออกจากตำแหน่ง หลังการประชุม “ก.กลาง” (คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น) วันที่ 23 กรกฎาคม อย่างแน่นอน เพราะนโยบายของรัฐบาลชัดเจน และกระแสสังคมขานรับ

แต่ปัญหาคือ กสถ.ไม่ได้ยกเลิกการสอบท้องถิ่น แต่นำคะแนนของผู้เข้าสอบที่เหลือมาจัดเรียงใหม่ และประกาศผู้ที่สอบผ่านและจะได้รับการบรรจุใหม่ เป็นบัญชีใหม่ขึ้นมาแทน

จุดนี้ถือว่าขัดกับคำสัมภาษณ์ของรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ที่อ้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อปี 2565 หรือไม่ว่า การสอบบรรจุข้าราชการ (กรณีนายอำเภอ) ที่พบหลักฐานการทุจริต ให้ถือว่าการสอบนั้นมิชอบตั้งแต่ต้น จึงเป็นโมฆะ ไม่ถือว่ามีการสอบและการประกาศผล

ฉะนั้นมติ กสถ. จึงเป็นการแก้ไขปัญหาแบบครึ่งๆ กลางๆ และจะก่อปัญหาตามมาก็คือ คนที่ถูกถอดถอน อาจมีบางคนที่มั่นใจว่าหลักฐานไม่ถึงตัวแน่ น่าจะตัดสินใจ "ลุยไฟ” ฟ้องร้อง กสถ. และ ก.กลาง

ต้องไม่ลืมว่า กสถ.ดันไปเลือกประกาศรับรองผลสอบไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่พบการทุจริตแล้ว จึงนำไปสู่การบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น เท่ากับเป็นการสร้าง “คำสั่งทางปกครอง” ขึ้นมาแล้ว

ฉะนั้น หากไม่มีหลักฐานมากพอว่า ผู้เข้าสอบที่ได้รับการบรรจุ เกี่ยวข้องอะไรกับการแก้ไขคะแนน อาจกลายเป็นช่องทางให้คนกลุ่มนี้ฟ้องศาลปกครองได้เหมือนกัน เพราะต้องถือว่า กระดาษคำตอบที่ถูกแก้คะแนน อยู่ในความครอบครองและอยู่ในอำนาจของ กสถ. ไม่ใช่ตัวผู้เข้าสอบ

ตามกฎหมาย กสถ.มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการจัดสอบท้องถิ่นทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ ตั้งแต่ก่อนทำ TOR จนถึงประกาศผล และส่งชื่อไปบรรจุ มีอำนาจยกเลิกการสอบ งดประกาศผลสอบ ฯลฯ ทำได้ทุกอย่าง

แต่ปัญหาที่กำลังถูกตั้งคำถามก็คือ กสถ.ไม่ได้ประกาศให้การสอบและการประกาศผลสอบเป็นโมฆะตามความเห็นทางกฎหมายของรองนายกฯปกรณ์ (ไม่แน่ใจว่าเสียดายอะไรหรือเปล่า จึงไม่อยากจัดสอบใหม่)

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ก็ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวีเอาไว้ว่า กสถ.เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงในการจัดสอบ รวมถึงประกาศผลสอบเท็จ ให้การรับรองผลสอบที่มีการโกง จึงต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย

ฉะนั้นประเด็นร้อนแรงที่สุดสำหรับนายกฯอนุทินคือ จะกล้านั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม “ก.กลาง” ตามที่ลั่นวาจาเอาไว้หรือไม่ เพราะน่าจะมีประเด็นข้อกฎหมายตามมาแน่นอน

2.กรณี “หมอไห่” นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ถูกคณะกรรมการสรรหาฯ ลงมติว่าขาดคุณสมบัติ และอยู่ในสถานะสละสิทธิ์จากการเป็นประธาน กสทช.ตั้งแต่ตอนได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ กสทช.

เรื่องนี้กลายเป็นเผือกร้อนตกใส่มือนายกฯอนุทิน โดยบังเอิญ เพราะเป็นปัญหายืดเยื้อมานานหลายปี กระทั่งมาจบในรัฐบาลนายกฯอนุทิน

แต่กระบวนการยังต้องมีการนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ซึ่งยังไม่ชัดว่า เลขาธิการ กสทช. จะยอมดำเนินการหรือไม่ หากไม่ดำเนินการ นายกฯอนุทิน จะแสดงความกล้าหาญทางการเมือง เรียกเรื่องมาดูเอง และดำเนินการตามที่หลายฝ่ายแนะนำ เพื่อจบปัญหายืดเยื้อที่ กสทช.หรือไม่

 3.สัปดาห์หน้าจะมีการปลุกกระแสตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะถึงวาระเปิดให้ลงทะเบียนทดลองใช้รอบแรก ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม

ที่ผ่านมา หากนับเฉพาะ “การทดลองใช้” มีผลออกมาสองกระแส คือ กูรู AI บางรายบอกว่า โครงการนี้คุ้มค่า โมเดล AI ที่ร่วมโครงการ และนำมาให้ประชาชนได้ใช้ ได้ฝึกทักษะ ถือว่าไม่ขี้เหร่ จนทำให้กระแสคัดค้านโครงการนี้ลดน้อยลงไป เนื่องจากเสียงวิจารณ์ในแง่ของการล็อกสเปค TOR ก็มีความพยายามแก้ไขหรือเพิ่มเติมเงื่อนไขในสัญญาเข้าไปเพื่อให้สังคมรับได้

แต่อีกกระแสหนึ่งที่เริ่มกลับมาแรงอีกรอบ คือ กูรู AI และผู้รู้ในฝ่ายการเมือง (นอกเหนือจาก สส.ป้อม ภาวุธ ที่เพิ่งออกมาโพสต์แนวๆ ยอมรับได้ ไม่รู้ถูกกดดันจากคดี Forex หรือเปล่า) ได้ออกมารีวิวเพื่อตรวจสอบศักยภาพของโมเดล AI ปรากฏผลออกมาไม่ค่อยดีนัก โดยกลุ่มที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ นำโดย “ดร.อ้อ” การดี เลียวไพโรจน์ จากพรรคประชาธิปัตย์

ล่าสุดเราได้ข้อมูลมาว่า ต้นสัปดาห์นี้จะมีการรีวิวและทดลองใช้โมเดล AI ในโครงการ TH-AI Passport โดยให้กูรู AI ไลฟ์สดให้ประชาชนได้ดูกันจะๆ ขณะนี้กำลังทาบทาม รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระดับแนวหน้าของเมืองไทย และเพิ่งรีวิวโครงการนี้ไปเมื่อไม่นาน มาร่วมวงไลฟ์สดกันให้ชัดๆ แบบปราศจากข้อโต้แย้งด้วย

งานนี้ถ้าผลออกมาไม่เป็นที่น่าประทับใจ อาจปลุกกระแสต้านโครงการให้ร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง

 4.การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เพื่อเสนอชื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ซี่งนับเป็นคนที่ 16

มีข่าวว่าวันพุธที่ 22 กรกฎาคม นายกฯอนุทิน จะไปนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม และเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่

ปีนี้มีประเด็นร้อนให้ได้ลุ้นกันอีกเหมือนเคย เพราะตัวเต็ง ไม่ได้อาวุโสอันดับ 1 โดยเฉพาะ “บิ๊กราญ” พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา นรต.รุ่น 50 รองผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 3 และมีอายุราชการยาวอีก 7 ปี ถ้านายกฯเสนอชื่อ “บิ๊กราญ” ก็จะเป็นการสร้างสถิติใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ผู้นำสีกากี มีอายุราชการเหลือถึง 7 ปี

นอกจากนั้นยังมีข่าว “อดีตบิ๊กสีกากีผู้มากบารมี” ออกโรง ออกหน้า สนับสนุนทั้ง “ใต้ดิน-บนดิน” เพื่อผลักดัน “บิ๊กแมน” พลตำรวจเอก อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 43 อาวุโสอันดับ 4 อายุราชการถึงปี 2572 ขึ้นเบียดชิงเก้าอี้แม่ทัพตำรวจคนใหม่ด้วย

ส่วน “บิ๊กหวาน” พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 คนนี้แม้จะเหลืออายุราชการแค่ 1 ปี แต่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด

เพราะนอกจาก “หน้างาน” ที่เคยรับผิดชอบ ล้วนสำคัญในระดับประเทศทั้งสิ้น โดยเฉพาะการปราบสแกมเมอร์ และไอ้โม่งโกงน้ำมัน ยังต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ด้วยว่า “บิ๊กหวาน” เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) รุ่นเดียวกับ ผบ.ทบ. (และระดับท็อปของเหล่าทัพอีกเกือบยกแผง)

เมื่อไม่กี่วันนี้เพิ่งควงคู่กับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ชายแดนใต้ให้กองเชียร์ได้ฮือฮา

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็น OSK 103 “สวนกุหลาบคอนเนกชั่น” อันลือลั่นสนั่นทุ่งไปถึงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ OSK 90 กลายเป็นสองแรงบวกให้ “บิ๊กหวาน” ไม่ใช่ “ม้านอกสายตา”

งานนี้บอกได้คำเดียวว่า “ไม่มีรายการนอนมา” แบบว่า “อาวุโสอันดับ 1” อย่าง “บิ๊กไมค์” พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี จะเข้าวินได้สบายๆ ม้วนเดียวจบ เพราะสายตำรวจเขาขึ้นชื่อลือชา…

ไม่มีใครยอมหมอบแน่นอน!