วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

นับถอยหลัง ‘ภูมิใจไทย’ ล้มละลายบนกลไกสุดแกร่ง !

คงต้องรอวัดใจกันไปว่า กลไกสภา และองค์กรอิสระจะค้ำยันรัฐบาลภูมิใจไทย ได้นานแค่ไหน หากปราศจากความไว้วางใจจากประชาชน

ปัญหาหลักของภูมิใจไทยคือ มีเครดิตน้อย และความน่าเชื่อถือต่ำ

ฉะนั้นเมื่อท่านทำอะไร หยิบจับเรื่องอะไรขึ้นมา แม้จะเป็นเรื่องดี เรื่องใหญ่ แต่ก็จะถูกมองอย่างไม่ไว้วางใจเสมอ

ประกอบกับเมื่อลงมือทำจริง ก็ทำไม่ได้ผลอย่างที่ประกาศขึงขังเอาไว้ด้วย ทุกอย่างเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้มันพอผ่านๆ ไป

จุดนี้เองมันจึงยิ่งตอกย้ำประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม และประเด็นที่คนสงสัย ส่งผลให้คะแนนนิยมลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว

ต้องทำความเข้าใจแบบนี้ว่า ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาลด้วยความฟลุค จังหวะการเมืองมันลงตัวพอดี (ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้วางแผนมานะ แต่แผนมันลงตัวพอเหมาะพอเจาะ)

คนจำนวนมาก กาเบอร์ 37 เพื่อขอบคุณที่ภูมิใจไทยเข้ามาแฮนเดิลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และสนับสนุนทหารให้รบชนะเขมร

ทุกคนที่เลือกเบอร์ 37 และผมได้พูดคุยด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับสูง คนมีความรู้ ผู้สูงอายุ คนขับแท็กซี่ ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า ให้โอกาสภูมิใจไทยสักครั้ง เพราะอุตส่าห์เอาชนะเขมรได้ คนไทยสะใจได้แผ่นดินคืน

อาจมีบางกลุ่ม บางคนที่เลือกเพราะไม่เอาพรรคส้ม แต่นั่นก็มาจากรากฐานเดียวกัน คือเป็นพรรคตรงข้ามส้มที่โชว์ผลงานดีที่สุด ณ สถานการณ์นั้น โดยเฉพาะปัญหาไทย-กัมพูชา

นับถอยหลัง ‘ภูมิใจไทย’ ล้มละลายบนกลไกสุดแกร่ง !

แต่ทุกคนที่เลือก ไม่มีใครพูดเลยว่าชอบนโยบายภูมิใจไทย หรือเลือกเพราะต้องการฝากประเทศไว้กับพรรคการเมืองนี้ในระยะยาว ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะพรรคก็แทบไม่ได้หาเสียงเชิงนโยบาย หรือยุทธศาสตร์อะไร มีแต่โหนกระแสชาตินิยม และขายโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้คิดอีกนั่นแหละ

คนที่พูดมียุทธศาสตร์ที่สุด คือ คุณเอกนิติ ที่รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ ฟังคุณเอกนิติแล้วมีความหวัง แต่หวังนั้นก็พังทลาย เมื่อรัฐบาลเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คือ สงครามในตะวันออกกลาง

แต่นั่นก็เป็นเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้น เพราะสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์และคำพูดดีๆ ของคุณเอกนิติมีตำหนิ และหม่นหมองลงไป ก็คือการไม่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง สะท้อนผ่านนโยบายกู้เงิน 4 แสนล้าน ซึ่งในฐานะคนทำงานการคลัง ผมเชื่อว่าท่านไม่อยากกู้ และท่านก็เคยพูดช่วงมีข่าวว่าจะกู้ตั้งแต่แรกๆ ว่า “ท่านยังเอาอยู่” (แปลว่าไม่จำเป็นต้องกู้)

นับถอยหลัง ‘ภูมิใจไทย’ ล้มละลายบนกลไกสุดแกร่ง !

แต่เหมือนความต้องการของฝ่ายการเมืองในพรรคท่านมีมากกว่า และส่งแรงกดดัน หรืออาจจะถึงขั้น “รังสีอำมหิต” รุนแรงกว่า ทำให้ทุกอย่างต้องเลยตามเลย

หลังจากนี้ท่านก็ต้องมาเล่นบทเป็น “หนังหน้าไฟ” สกรีนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานแบบตลกโปกฮา อิ่มหมีพีมัน โดยใช้เงินกู้ในก้อน “2 แสนล้านหลัง” เหมือนมีเงินมาให้เครือข่ายการเมืองได้ใช้จ่ายกันสบายมือขึ้นกว่าเดิม

พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เศรษฐกิจแย่ ชาวบ้านเดือดร้อน คนชั้นกลาง คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ วัยเกษียณ แม้จะมีอาชีพ มีงานทำ มีบำนาญ กิน แต่ก็ต้องเจอปัญหาข้าวของแพง ลำบากกันถ้วนหน้า

แต่คนที่สุขสบาย มีส่วนต่าง มีเงินทอนมาใช้สอยแบ่งเปอร์เซ็นต์กันไม่ขาดมือ ก็คือเครือข่ายการเมือง บ้านเล็ก บ้านใหญ่ ซุ้มใต้ ซุ้มอีสาน ในพรรคท่านนั่นเอง

ที่่น่าเศร้าใจก็คือ ผลประโยชน์ที่ท่านได้กันปรีดิ์เปรมคือ “เงินกู้” ที่ลูกหลานไทยในอนาคตต้องแบกรับ แต่ท่านก็คงไม่ได้คิดอะไรไปไกลขนาดนั้น เพราะทุกอย่างของพวกท่าน พรรคท่าน คือ “ประโยชน์ตรงหน้า”

ปัญหาของพวกท่านในขณะนี้คือ จะอยู่ในอำนาจได้อีกนานเท่าไร 

แน่นอนว่าหากมองผ่านกลไกของสภา และองค์กรอิสระ ไม่มีทางที่รัฐบาลของท่านจะล้มได้เลย เพราะท่านคุมเสียงข้างมากทั้งสองสภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ซึ่งมีรัฐบาลน้อยชุดที่ทำแบบท่านได้

ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังน่าจะคุมองค์กรอิสระได้เกือบทุกองค์กร ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลประเทศไทยชุดไหนทำได้มาก่อนเลย นับตั้งแต่มีองค์กรอิสระถือกำเนิดขึ้นในรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นมา

แต่แปลกไหมที่กลับมีเสียงวิจารณ์และคาดการณ์ตรงกันว่า รัฐบาลท่านมีแนวโน้มอายุสั้น แถมยังอาจจะ “สั้นถึงสั้นมาก” เสียด้วย ในมุมมองของกูรูการเมืองบางคน

สำหรับผม เชื่อด้วยตัวเองว่า รัฐบาลของท่านน่าจะอยู่ในอำนาจได้ระยะหนึ่ง ไม่น่าจะล้มเร็วในหลักเดือน ไม่ถึงปี เหมือนที่มีหลายเสียงคาดเดา (ปนสาปแช่ง) 

แต่การดำรงอยู่ของท่านจะอยู่บนความยาก อ่อนไหว ไร้เสถียรภาพ และมีเรื่องใหญ่ๆ หนักๆ สลับกันเข้ามาบ่อนเซาะความเชื่อมั่นของพวกท่านให้ลดลงเรื่อยๆ กระทั่งไปต่อไม่ได้ในที่สุด

นับถอยหลัง ‘ภูมิใจไทย’ ล้มละลายบนกลไกสุดแกร่ง !

สิ่งที่ผมประเมินนี้ ไม่ได้ปรามาสหรืออยากให้ท่านไปเร็วๆ แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า ทำไมคะแนนนิยมท่านถึงดิ่งเร็วอย่างน่ากลัว และหากบรรยากาศกับความรู้สึกของคนไทยยังสะสมแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในอนาคตท่านจะอยู่ยากขึ้นแน่นอน

หากปักหมุดจากปัญหาปัจจุบัน แล้วนับถอยหลังกลับไป จะพบว่ายังไม่มีปัญหาใหญ่ๆ ปัญหาไหนที่รัฐบาลของท่านทำแล้ว ประชาชนคนไทยปรบมือให้เลย

1.โกงสอบท้องถิ่น แม้ท่านนายกฯ ในฐานะ มท.1 จะขึงขังแข็งกร้าวแค่ไหนก็ตาม แต่การไต่สวนของ ป.ป.ช. และการตั้งกรรมการสอบวินัย โดยไม่มีข้าราชการระดับอธิบดีบางท่านที่มีสายสัมพันธ์กับการเมืองบ้านใหญ่ที่สุดของพรรคท่านโดนสอบด้วย ก็จะไม่มีทางได้รับความเชื่อมั่นเชื่อใจจากประชาชน

นี่ยังไม่นับ “ฝ่ายการเมือง” ซึ่งทุกคนเชื่อว่ามีเอี่ยวเกี่ยวข้องแน่นอน ที่สำคัญพรรคการเมืองที่คุมกระทรวงนี้มายาวนานที่สุด นอกจากนายทหาร คสช. ก็คือคนจากพรรคท่านนั่นเอง

2.งบแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ “ไม่มีอยู่จริง” เรื่องนี้ตอกย้ำปัญหาการทำงานของพรรคท่าน นอกจากจะจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า ช่วงน้ำท่วมใหญ่ไม่ได้แล้ว การดูแลและแก้ไขปัญหาหลังจากนั้น ท่านยังทำอย่างไม่บูรณาการอีกด้วย

ทั้งๆ ที่พรรคของท่านเป็นแชมป์ สส.ภาคใต้ และมี สส.มากที่สุดในสงขลา

3.ปั้นจั่นถล่ม อุโมงค์รถไฟฟ้ารั่ว ถนนทรุด แม้ปัญหานี้ท่านไม่ได้ก่อ แต่หากย้อนดู จะพบว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 ต่อเนื่องช่วงรักษาการ และยืดยาวมาจนถึงรัฐบาลอนุทิน 2

ท่านนายกฯเคยประกาศจะบอกเลิกสัญญาบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่ก่อปัญหาซ้ำๆ แต่ดูเหมือนวันนี้ทุกอย่างจะไม่มีอะไรคืบหน้า แค่รอว่าในวันต่อๆ ไป จะมีโครงสร้างไหนถล่มเพิ่มเท่านั้น

ที่อาการหนักยิ่งกว่า ก็คือ บริษัทรับเหมาบางโครงการ เกี่ยวโยงกับธุรกิจครอบครัวของแกนนำพรรคท่าน ยิ่งทำให้ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย

4.โครงการ TH-AI Passport และโครงการอื่นที่เขียน TOR คล้ายๆ กัน สะท้อนภาพ “กลุ่มทุนสีน้ำเงิน” อย่างชัดแจ้ง และยิ่งสลัดไม่ออก เมื่อท่านแสดงท่าทีว่า ไม่ว่าจะถูกวิจารณ์ท้วงติงอย่างไร ท่านก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ผลประโยชน์ซ่อนรูปภายใต้โครงการขนาดใหญ่ ทั้งในงบประมาณ นอกงบประมาณ และเงินกู้ ยังสะท้อนอย่างแจ่มชัดผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำลังถูกจับจ้องอยู่ในขณะนี้ด้วย

5.ไอ้โม่งโกงน้ำมัน คนไทยเกือบทั้งประเทศเชื่อว่ามีคนได้ประโยชน์มหาศาลจากการบริหารจัดการราคาน้ำมันของพวกท่านในช่วงแรกของการเกิดวิกฤตในตะวันออกกลาง

นับถอยหลัง ‘ภูมิใจไทย’ ล้มละลายบนกลไกสุดแกร่ง !

แต่จนถึงป่านนี้รัฐบาลจะเคลียร์คัตได้ไม่ชัดเจนว่า “ไอ้โม่ง” คือใครกันแน่ และคนที่กำลังใช้กฎหมายจัดการอยู่ ใช่ตัวจริงหรือไม่

ยิ่งแกนนำสำคัญในรัฐบาลที่รับหน้าเสื่อแก้ปัญหา มีภาพความทับซ้อนกับธุรกิจน้ำมันเสียเอง ยิ่งทำให้คนไม่เชื่อรัฐบาล หนำซ้ำยังมองว่า “ไอ้โม่ง” อาจจะเป็นคนในรัฐบาลนั่นแหละ

สถานการณ์คล้ายๆ กันนี้ยังเกิดกับโครงการแลนด์บริดจ์ ที่จู่ๆ ก็ผลักดันอย่างเร่งรีบจริงจัง ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคด้วยซ้ำ

6.คดีฮั้ว สว. ไม่ว่าผลของคดีนี้จะออกมาอย่างไร แต่ภูมิใจไทยก็ล้มละลายในความรู้สึกของประชาชนไปแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อตามข้อมูลที่เปิดออกมา ว่าคนของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว ทั้งทางตรง ทางอ้อม โดยมี กกต.รู้เห็นเป็นใจ

นับถอยหลัง ‘ภูมิใจไทย’ ล้มละลายบนกลไกสุดแกร่ง !

ยิ่งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองพยายามเปิดแผลออกมามากเท่าไร ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของผู้คนมากขึ้นเท่านั้น

สถานการณ์แบบเดียวกันนี้ ยังเกิดขึ้นกับกรณีที่ดินเขากระโดงด้วย เพราะแกนนำพรรคท่านมีผลประโยชน์ซ้อนทับในทางตรงเลย ไม่ใช่ทางอ้อม เพราะอาศัยอยู่ที่นั่น มีทะเบียนบ้านอยู่ที่นั่น และทำธุรกิจที่นั่น

หากมองในมิติจริยธรรม ท่านควรแสดงท่าทีสละการครอบครอง หรืออย่างน้อยถอยออกมาก่อนเพื่อรอการพิสูจน์หรือไม่

จริงๆ แล้วการแสดงสปิริตในกรณีต่างๆ ที่ถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน จะช่วยค้ำจุนรัฐบาลของท่านได้อย่างมาก แม้สุดท้ายท่านจะแก้ปัญหาไม่สำเร็จเหมือนที่เคยๆ ก็ตาม 

แต่การแสดงสปิริตก็จะทำให้ประชาชนมองว่า อย่างน้อยท่านยังมีความรับผิดชอบ หรือมีความละอายอยู่บ้าง เช่น รัฐมนตรีที่เคยกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน แสดงความรับผิดชอบอะไรบ้างได้หรือไม่

รัฐมนตรีที่มีฐานการเมืองในภาคใต้ มีคนนามสกุลเดียวกัน หรือคนในตระกูลของทีมงานใกล้ชิด สอบติดด้วยความกังขา ท่านแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยได้หรือไม่ อย่างน้อยก็ชั่วคราว ระหว่างรอการตรวจสอบ

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอ เผื่อท่านจะนำไปพิจารณา แต่หากจะมองข้ามไปเลย เพราะมั่นใจในกลไกอำนาจรัฐที่ท่านคุมอยู่ ก็ไม่แปลกอะไร และก็คงต้องรอวัดใจกันไปว่า กลไกสภา และองค์กรอิสระจะค้ำยันท่านได้นานแค่ไหน หากท่านปราศจากความไว้วางใจจากประชาชน