ผลสำรวจจาก 2 สำนักโพลหลักของประเทศที่ออกมาพร้อมกันในสัปดาห์นี้ ตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
กล่าวคือ คะแนนนิยมของรัฐบาลไม่ดีเลย และฝ่ายค้านก็ไม่ดีด้วยเช่นกัน สะท้อนปัญหาประชาชนคนไทยไร้ทางเลือกจริงๆ
สิ่งที่แบกรัฐบาลไว้จนหลังแอ่น ก็คือ “ไทยช่วยไทย พลัส” ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวที่ประชาชนยอมรับรัฐบาลภูมิใจไทย
แต่นั่น...ก็ไม่ใช่นโยบายที่ภูมิใจไทยคิดขึ้นเอง
ความบกพร่องของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่แค่การไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่โดนใจประชาชนได้ (เพราะแทบไม่มีนโยบายใหม่ๆ อะไรเลย) แต่สิ่งที่ทำให้ประชาชนรู้สึกแย่ยิ่งกว่าก็คือ เวลามีปัญหาใหญ่ๆ เกิดขึ้น ทั้งโดยบังเอิญ ทั้งสถานการณ์ฝีแตก หรือเพราะรัฐบาลทำปืนลั่นใส่ขาตัวเอง ปรากฏว่ารัฐบาลรับมือได้ไม่ดีเอาเสียเลย และไม่มีเรื่องไหนประสบความสำเร็จเลย ทั้งการจัดการปัญหาเฉพาะหน้า และการรื้อโครงสร้างเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว
ย้อนดูข่าวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา...
- แอร์สาวสายการบินแห่งชาติ ขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย จนถูกจับ
- โกงสอบบรรจุเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นครั้งมโหฬาร ระดับชาติ เม็ดเงินหมุนเวียนเกือบ 5,000 ล้าน
- มาเฟียภูเก็ต กลายเป็น “ข้าราชการ” เรียกรับทั้งจังหวัด จนผู้ประกอบการทนไม่ไหว
- มาเฟียพลเรือนไม่รู้เบื้องหลังคือใคร แต่ใหญ่ขนาดกล้าขู่ยิง สส.
- ข้าราชการระดับรองผู้ว่าฯ ขู่ย้ายผู้ว่าฯ
- เกาะสวยน้ำใสระดับโลก โดนรุกหาด ยึดป่า บุกที่สาธารณะ ทั้งโดยมาเฟียไทยและมาเฟียต่างชาติ จนไม่เหลือหลอ
- ไอ้โม่งโกงน้ำมัน
- ใครบงการยิง สส.กมลศักดิ์
- ใครล็อกสเปก AI Passport
นอกจากนั้น ยังมีข่าวร้ายค้างเก่าที่ตามหลอนรัฐบาลสีน้ำเงิน นั่นก็คือ คดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง และองค์กรอิสระเอื้อน้ำเงิน
ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมวิบากกรรมที่รอกำหนดชะตา และอนาคตรัฐบาลในระยะเวลาอันใกล้ นั่นก็คือ คดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวันพฤหัสฯ ที่ 9 ก.ค.ที่จะถึงนี้ และคดีคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่จ่อคิวพิพากษาตามมา
ที่ไล่เรียงมาทั้งหมด ต้องบอกว่า “อ่านกันจนเหนื่อย” และเกิดคำถามว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาล 3 เดือนจริงๆ หรือ
ยังไม่นับรวมโศกนาฏกรรมที่ไม่รู้จะโทษใคร ได้แต่ตั้งคำถามว่าเป็นเวรกรรมอะไรของประเทศไทย ทำไมถึงมีแต่เรื่องร้ายๆ ขนาดนี้ นั่นก็คือ เหตุการณ์เด็ก 11 ขวบขับรถชนพระธุดงค์ มรณภาพคราวเดียว 10 รูป ไม่นับอาพาธ
และเหตุการณ์รถไฟพุ่งชนรถเมล์กลางเมืองหลวง เมื่อต้นเดือน พ.ค. ซึ่งตอนนี้ข่าวเงียบไปแล้ว ยังมองไม่เห็นความหวังการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟอย่างเป็นรูปธรรมเลย
เรื่องเลวร้ายล่าสุดคือเรื่อง “โกงสอบท้องถิ่น” จนถึงขณะนี้ยังควานหาตัวคนผิดชัดเจนไม่ได้ ทั้งๆ ที่ปฏิบัติการกันอย่างโจ๋งครึ่ม เย้ยกฎหมาย
เรื่องนี้อ่อนไหวจริงๆ เพราะเกิดในกระทรวงที่นายกฯอนุทิน นั่งควบเป็นรัฐมนตรีว่าการ อยู่ด้วย และปลัดกระทรวงมหาดไทยท่านนี้ ตัวเองก็ตั้งมากับมือ แถมไปไหนก็ไปด้วยกัน ไม่เคยห่าง ไม่ต่างจากเงา (บางคนแซวว่า อยู่ติดนายกฯ ยิ่งกว่าเงานายกฯเสียอีก เพราะบางเวลาเงายังหายไป แต่ปลัดมหาดไทย ไม่เคยหายไปไหนเลย)
รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ กรม สถ. ก็เป็นคนของภูมิใจไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลพลังประชารัฐ (ลุงตู่) ต่อด้วยรัฐบาลเพื่อไทย (เศรษฐา, แพทองธาร) รวมถึงรัฐบาลอนุทิน 1 ที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และรัฐบาลอนุทิน 2 ในปัจจุบัน
เรียกว่ามีรัฐมนตรีจากพรรคอื่นเข้าไปแทรกเพียง 2-3 เดือน
ฉะนั้นท่านจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้ไม่เห็น ลอยตัว เหมือนแถลงการณ์ที่กรม สถ. ออกมาตัดตอนไม่ให้ตัวเองเกี่ยวข้องอย่างหน้าตาเฉย คงไม่ได้ และคงไม่มีใครเชื่อ
ขนาดผลสอบของกระทรวงมหาดไทยออกมาว่ามีข้าราชการเข้าข่าย “ผิดวินัย” 5 คน นายกฯสั่งกลางวงแถลงข่าวว่าต้องสอบวินัยร้ายแรง แต่จนป่านนี้ยังมีข่าวจากในกระทรวงคลองหลอดว่า ผลสอบที่เสนอให้ตั้งกรรมการสอบ ชี้มูลความผิดวินัย “ไม่ร้ายแรง” แถมไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งก็ตรงกับที่แถลงการณ์ของกรม สถ. แจกแจงเอาไว้
นี่ยังไม่นับการดำเนินการกับ “แก๊งสุมหัวแก้คะแนน” ที่บ้านย่านบางใหญ่ นนทบุรี ซึ่งจนป่านนี้ประชาชนยังไม่รู้ชื่อ รู้หน้า ไม่มีข่าวคราวว่าแต่ละคนถูกสอบ ถูกล็อกตัว ล็อกความเคลื่อนไหว ไม่ให้ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือไม่... ไม่มีใครรู้เลย
แล้วแบบนี้นายกฯ กับปลัดมหาดไทยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ท่านมีอำนาจคุมกระทรวงนี้จริงหรือไม่ หรือเป็นรัฐมนตรีแค่ในนามกันแน่
การตัดสินใจเรื่องอะไรท่านต้องรอฟังใครบางคน เหมือนการสั่งย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต สมดังคำขู่ของรองผู้ว่าฯ อย่างนั้นหรือ?
เห็นอย่างนี้แล้วก็เลยไม่แปลกใจว่า เหตุใดคะแนนนิยมท่านถึงดิ่งวันดิ่งคืน แทบกู่ไม่กลับ
และเมื่อมีคนปล่อยข่าว “นายกฯสำรอง” ทั้งๆ ที่ต้องใช้วิธีพิเศษ และเป็นเงื่อนไขที่ยากแสนยาก แต่ชาวบ้านร้านตลาดกลับพากันเชื่อ หนำซ้ำหลายเสียงอยากให้เกิดขึ้นจริงๆ อีกต่างหาก!


