เกมเจาะยางพรรคส้ม กล้าธรรม...ทำเพื่อใคร?

การทวงคืนความยิ่งใหญ่ ของพรรคเพื่อไทย เป้าหมายสูงสุดคือ ชนะเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องได้ สส.อันดับ 1 การจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องบ่อนทำลาย และบอนไซคู่แข่งทางการเมือง
KEY
POINTS
- เพื่อไทย “กำจัดจุดอ่อน” เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ ชนะเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องได้ สส.มาเป็นอันดับ 1 เพื่อเป็นรัฐบาลต่อไป
-
เพิ่ม สส.อีสาน และเหนือ ให้กลับมาเท่ากับยุคไทยรักไทยรุ่งเรือง และทวงคืนพื้นที่ “จุดบอด” หรือ“จุดอ่อน”
-
“เกมดูดงูเห่า” ถูกนำมาใช้ตอบโจทย์นี้ แต่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่ใช่แค่ดูดคนมาเติม อีกเกมคือ “สามัคคีชุมนุมบ้านใหญ่” ไม่ให้ตัดคะแนนกันเอง
-
“แผนลึก-เกมร้าย” ที่กำลังขยายต่อไปในพื้นที่อื่นๆ ที่เคยเป็นจุดอ่อนของเพื่อไทย แล้วประสานประโยชน์กันระหว่างบ้านใหญ่ และพรรคนอมินี
เกมการเมืองที่ฟาดกันอยู่ขณะนี้ ทั้งปฏิบัติการล้ม สว.สีน้ำเงิน รวมถึงปฏิบัติการ “ดูด สส.ทุกสี” ไม่เว้นแม้คนที่ไม่ใช่ สส. ล้วนอยู่ภายใต้เกมใหญ่ นั่นก็คือ “ทวงคืนความยิ่งใหญ่” ของพรรคเพื่อไทย
โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ชนะเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องได้ สส.มาเป็นอันดับ 1 เพื่อครองอำนาจ เป็นรัฐบาลต่อไป และหากลดจำนวนพรรคร่วมรัฐบาลให้เหลือน้อยพรรคที่สุด จะยิ่งเป็นผลดี
การจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องบ่อนทำลาย และบอนไซคู่แข่งทางการเมือง
แต่ก่อนจะไปเปิดศึกกับศัตรูการเมือง เพื่อไทยต้อง “กำจัดจุดอ่อน” ของตนให้หมดเสียก่อนด้วย
1.เพิ่ม สส.อีสาน และเหนือ ให้กลับมาเท่ากับยุคไทยรักไทยรุ่งเรือง คือได้ สส.เกิน 90% ของสองพื้นที่นี้
แต่การเลือกตั้งปี 66 สส.อีสาน มี 133 ที่นั่ง เพื่อไทยได้ไปแค่ 73 ที่นั่ง คิดเป็น 54.8% เท่านั้น แม้จะยังครองแชมป์ แต่ก็เสียเก้าอี้ให้พรรคอื่นไปถึง 60 ที่นั่ง โดยเฉพาะภูมิใจไทยที่กวาดไปถึง 35 ที่นั่ง
2.ทวงคืนพื้นที่ “จุดบอด” หรือ“จุดอ่อน” ของเพื่อไทย นั่นก็คือ
- กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเสียที่นั่งให้พรรคส้มไปเกือบหมด โดย กรุงเทพฯ ได้มา 1 เขตจาก 33 เขต นนทบุรี สมุทรปราการ ส้มกวาดยกจังหวัด จังหวัดละ 8 ที่นั่ง ส่วนปทุมธานี เหลือให้เพื่อไทยแค่ 1 เขต จาก 7 เขต
4 จังหวัดนี้ มี สส.รวมกัน 56 ที่นั่ง (กทม. 33 นนทบุรี 8 สมุทรปราการ 8 ปทุมธานี 7) เพื่อไทยได้มาแค่ 2
- ภาคตะวันออก เฉพาะจังหวัดยุทธศาสตร์ชายฝั่งทะเล คือ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด มี สส.รวมกัน 19 คน พรรคส้มกวาดไป 16 คน เหลือให้เพื่อไทยแค่ 1 คน และรวมไทยสร้างชาติ กับพลังประชารัฐ พรรคละ 1 โดยพลังประชารัฐ ตอนหลังเปลี่ยนสีเสื้อเป็นกล้าธรรม
- ภาคใต้ ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยฟีเวอร์ เคยได้ สส.แค่ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 คน คือ เลือกตั้งปี 2548 ในนามพรรคไทยรักไทย ที่ จ.พังงา และปี 2550 ในนามพรรคพลังประชาชน ที่ จ.ยะลา ส่วนในชื่อเพื่อไทยไม่เคยได้เลย ปัจจุบัน สส.ใต้ทั้งภาคอยู่ที่ 60 ที่นั่ง
บทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะการแก้เกมภาคตะวันออก เพราะเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ “ดูด สส.” ของ “พรรคกล้าธรรม” ว่าทำไมพวกเขาถึง “กล้าทำ” และ “ทำเพื่อใคร?”
ต้องบอกว่า เกม “ดูดงูเห่า” คือหนึ่งในแผนเจาะยางพรรคส้ม ที่กำกับการแสดงโดย “ทีมกล้าทำ” จากพรรคกล้าธรรม
ไล่ดูจำนวน สส.ภาคตะวันออก เฉพาะจังหวัดยุทธศาสตร์ 4 จังหวัดชายทะเล คือ ชลบุรี ระยอง จันทน์ ตราด รวม สส. 19 ที่นั่ง พรรคส้มได้มาถึง 16 ที่นั่ง ถือเป็นแชมป์ตัวจริงที่เพื่อไทยต้องทวงคืน เพราะก่อนจะถึงยุค “ส้มเฟื่องฟู” เพื่อไทยเคยครองความยิ่งใหญ่มาก่อน
ฉะนั้นการจะหวนกลับมาครองแชมป์ ชนะเลือกตั้งระดับประเทศ ต้องทวงเก้าอี้ สส.ภาคตะวันออกกลับมา และน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่าพื้นที่อื่นๆ ทั้งหมดที่กล่าวมา
“เกมดูดงูเห่า” จึงถูกนำมาใช้ตอบโจทย์นี้ แต่มันมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่ใช่แค่ดูดคนมาเติม
1.ทาบทาม สส.พรรคส้ม ในพื้นที่ซึ่งมีประวัติ “งูเห่า” อยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่ ทั้งชลบุรี จันทบุรี เช่น กวินนาถ ตาคีย์ ขวัญเลิศ พานิชมาท 2 อดีต สส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ พ.ต.ท.ธนภัทร กิตติวงศา จารึก ศรีอ่อน 2 อดีต สส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่
แม้ทุกคนสอบตก แบบคะแนนห่างไม่เห็นฝุ่น และแพ้ให้กับผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคส้มทั้งหมด แต่ถือว่า “มีเชื้องูเห่า” อยู่ ฉะนั้นการทาบทาม และปล่อยให้ข่าวหลุดมา จึงมีคนเชื่อ
เมื่อมีคนเชื่อ สส.ที่ถูกทาบจึงต้องออกมาแสดงตัวปฏิเสธ และพูดถึงตัวเลขราคา ซึ่งดูโอเวอร์สิ้นดี ไม่มีใครเชื่อ
แต่นั่นเป็น “แผนทำลายความน่าเชื่อถือ” ของ สส.สีส้มเหล่านั้น เพราะเท่ากับกลายเป็น “เด็กเลี้ยงแกะ - หลงตัวเอง” ในความรู้สึกของคนที่ไม่ใช่ “ด้อมส้มแท้ๆ” ทำให้เสียคะแนนจากกลุ่มที่เลือกตามกระแสไป
หากพรรคประชาชนส่ง สส.เหล่านี้ลงสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า คะแนนอาจจะลดลง เปิดช่องให้พรรคอื่นจับมือกันเข้าไปโค่นได้
ส่วน “สส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์” ที่เปิดตัวเข้ากล้าธรรม กลายเป็น “เบี้ยในกระดานการเมือง” ใช้เป็นตัวชูโรงให้เห็นว่า พรรคส้มมีปัญหาในการดูแลประชาชนในพื้นที่ คล้ายเป็นการโยนโจทย์ให้สังคมต้องเลือกว่า ต้องการ “สส.ใจถึงพึ่งได้” หรือ “สส.ที่เลือกไปแล้วหายหัว”
จริงๆ เลือก สส.พรรคส้มไปแล้ว ไม่ได้หายหัว แต่พวกเขาเข้าไปทำงานในสภาฯ และไม่ได้มีวัฒนธรรมไปร่วมงานศพ งานแต่ง งานบวช โปรยซอง ส่งพวงหรีด
แต่การปูดข่าวแบบนี้ ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่เข้าใจ และเกิดการชั่งน้ำหนักว่า เลือก สส.พรรคส้มแล้วหายตัว พึ่งพาไม่ได้ เลือกพรรคอื่นดีกว่า และการปล่อยคลิปเสียงที่ สส.กฤษฎิ์ คุยกับ “หัวหน้าเท้ง” ก็สะท้อนให้เห็นปัญหาของพรรคส้มในมุมนี้ด้วย
นี่คือแผนลึกในการดิสเครดิต และเจาะยางพรรคประชาชน
ขณะที่เกมใหญ่อีกเกมหนึ่ง คือ “สามัคคีชุมนุมบ้านใหญ่” ไม่ให้ตัดคะแนนกันเอง โดยมีข่าวว่า อดีตนายกฯทักษิณ ลงแรง “เคลียร์ใจ” ทั้ง “บ้านใหญ่ และบ้านใหม่เมืองชลฯ” ด้วยตนเอง
นั่นก็คือ “บ้านใหญ่ คุณปลื้ม” นำทีมโดย “เสี่ยแป๊ะ” สนธยา คุณปลื้ม และ “บ้านใหม่ พลังเฮ้ง” นำโดย “สุชาติ ชมกลิ่น” นักเลงตัวจริง ใจถึงพึ่งได้
สองบ้านนี้ฟาดกัน จนเปิดช่องให้พรรคส้มยึดชลบุรี งานนี้จึงต้องกลับมาสามัคคี แม้จะยังสมานแผลไม่ได้ทั้งหมด แต่การเลือกตั้งเทศบาล และนายกเทศมนตรีล่าสุด ก็เริ่มคุยกันลงตัว แบ่งเขตแบ่งพื้นที่กันบ้างแล้ว
หากจบความขัดแย้งนี้ได้ และเจาะยางพรรคส้มต่อไป เลือกตั้งหนหน้า เพื่อไทย และพรรคนอมินีอาจจะคว้าชัยใน 4 จังหวัดชายทะเลยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกได้มากขึ้นก็เป็นได้
นี่คือ “แผนลึก-เกมร้าย” ที่กำลังขยายต่อไปในพื้นที่อื่นๆ ที่เคยเป็นจุดอ่อนของเพื่อไทย แล้วประสานประโยชน์กันระหว่างบ้านใหญ่ และพรรคนอมินี







