วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำไม AI ในปี 2570 กลายเป็นความเสี่ยงใหญ่โลก

หนึ่งในความเสี่ยงใหญ่ที่คนพูดกันมากขึ้นและอาจเป็นความเสี่ยงใหญ่สุดในปีหน้าที่เราควรต้องจับตาใกล้ชิดคือเรื่อง AI

 โดยเฉพาะเวลานี้โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคที่ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไปสู่ยุคที่ AI สามารถทำงานแทนมนุษย์และยังตัดสินใจเองได้ในบางเรื่อง ที่สำคัญ AI เริ่มจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก ซึ่งภาพเหล่านี้จะชัดเจนมากขึ้นในปี 2570
    เรามองว่าในปีหน้ามีเรื่องความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายเรื่อง แต่เรื่องสำคัญสุดที่ทุกคนควรโฟกัสคือ ฟองสบู่การลงทุนใน AI เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าในเวลานี้เงินลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงกว่ารายได้ที่กลับเข้ามาค่อนข้างมาก โดยบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งทุ่มเงินไปกับการสร้างดาต้าเซนเตอร์และการซื้อชิปจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่ารายได้และผลกำไรที่กลับเข้ามาคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

    นักเศรษฐศาสตร์หลายคนชี้เป้าว่า สิ่งที่เราต้องจับตาในปีหน้า คือ งบลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้จะยังเป็นไปตามที่เคยระบุไว้หรือไม่ เพราะเวลานี้ตลาดประเมินการเติบโตของงบลงทุน AI ในแง่ที่ดีเอามากๆ โดยเริ่มคาดการณ์กันว่างบลงทุนของบริษัทต่างๆ จากทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากระดับ 8 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2570 นักลงทุนจึงจับตาดูว่าเงินลงทุนดังกล่าวยังเป็นไปตามคาดหรือไม่ …เพราะเมื่อใดที่บริษัทเหล่านี้เริ่มลดการลงทุนลง นั่นอาจเป็นสัญญาณของฟองสบู่ที่เตรียมระเบิดได้เช่นกัน และหายนะจะมาเยือนทันที

    มีคนยกตัวอย่างให้ฟังแบบง่ายๆ ว่า ลองนึกถึงร้านขายกาแฟที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนต้องสั่งให้ร้านคั่วเมล็ดกาแฟ ร้านขายแก้วกาแฟเพิ่มกำลังผลิต เมื่อร้านเหล่านี้กำลังผลิตเต็ม ก็ต้องหาเงินไปลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่ม อาจไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อลงทุน สุดท้ายร้านขายกาแฟไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ซัปพลายเชนที่เกี่ยวข้องอย่างร้านขายแก้วกาแฟ ร้านคั่วเมล็ดกาแฟก็เผชิญปัญหาทันที เรียกได้ว่าเจ๊งกันเป็นวงรอบ
    ปัญหาที่เล่ามานี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ยังออกรายงานเรื่องนี้โดยประเมินว่า หากความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ AI ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวังไว้ อาจนำไปสู่การปรับฐานของราคาสินทรัพย์ สะเทือนถึงหนี้สินต่างๆ ของบริษัทที่ซึ่งอยู่ในวงรอบซัปพลายเชนกู้ยืมมาลงทุน เศรษฐกิจโลกก็ย่อมโดนผลกระทบด้วยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่เราๆ ควรต้องติดตาม เพราะต้องไม่ลืมว่า “ไทย” เองก็มีบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ซัปพลายเชนเหล่านี้เช่นกัน ที่สำคัญเศรษฐกิจไทยโตได้ก็เพราะภาคอุตสาหกรรมนี้ ถ้าระเบิดขึ้นมาเราอาจเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติก็เป็นได้!