วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม

อัลซาสเป็นแหล่งผลิตไวน์ขาวขึ้นชื่อ 90% ของผลผลิตเป็นไวน์ขาว ได้รับอิทธิพลจากเยอรมนี ทำให้มีไวน์จากองุ่นพันธุ์ดีหลากหลายชนิด และยังมีชื่อเสียงด้านสปาร์คกลิ้งไวน์

KEY POINTS

  • แคว้นอัลซาส ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส มีเมืองสตราสบูร์กเป็นเมืองหลวง เป็นดินแดนที่ผสมผสานวัฒนธรรมฝรั่งเศสและเยอรมนี และมีชื่อเสียงด้านตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป
  • อัลซาสเป็นแหล่งผลิตไวน์ขาวขึ้นชื่อ โดย 90% ของผลผลิตเป็นไวน์ขาว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเยอรมนี ทำให้มีไวน์จากองุ่นพันธุ์ดีหลากหลายชนิด เช่น รีสลิ่ง และ เกวืร์ซทรามิเนอร์
  • ไวน์คุณภาพสูงของอัลซาสจะถูกจัดอยู่ในระดับ "กรองด์ ครู" (Grand Cru) และมีเส้นทางสายไวน์ "Route des Vins d'Alsace" ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ชิมไวน์
  • นอกจากไวน์แล้ว อัลซาสยังมีชื่อเสียงด้านสปาร์คกลิ้งไวน์ "เครมองต์ ดัลซาส" และขนมเค้กโบราณ "คูกลอฟ" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

หลังจากชิมไวน์หนักๆ กันมาหลายตอนแล้ว ครั้งนี้สลับสับเปลี่ยนเป็นเรื่องเบาๆ บ้าง เป็นเรื่องที่ให้ท่านที่ชอบท่องเที่ยวได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวและเตรียมตังค์ก่อนถึงคริสต์มาสและปีใหม่ แต่ก็ยังมีไวน์เข้ามาเกี่ยวข้อง!

สถานที่ที่จะพาไปเที่ยวและชิมไวน์ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในดินแดนที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากจะมาเช็กอินสักครั้งหนึ่งในชีวิตโดยเฉพาะในช่วงคริสต์มาส นั่นคือ สตราสบูร์ก (Strasbourg) เมืองหลวงของอัลซาส (Alsace) หนึ่งในดินแดนทำไวน์อร่อยของฝรั่งเศส โดยเฉพาะไวน์ขาวหอมกรุ่น 

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม บ้านโบราณในสตราสบูร์ก

ผมเพิ่งไปอัลซาสมาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เป็นการไปครั้งที่ 7 ทุกครั้งเรื่องหลักของไวน์ รองลงไปคือการท่องเที่ยวและอาหารการกิน ตลอดจนวิถีต่างๆ ของผู้คน ทุกอย่างผสมผสานเป็นเนื้อเดียวกัน 

"อัลซาส" อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ติดกับประเทศเยอรมนี ความยาวจากเหนือจรดใต้ 185 กิโลเมตร กว้าง 40 กิโลเมตร มีแม่น้ำไรน์ (Rhine) เป็นเส้นแบ่งพรมแดน

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม เมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขา

ชาวอัลซาสที่เรียกว่า 'อัลซาเชียน' จะพูดภาษาเยอรมันได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเดิมเป็นดินแดนของเยอรมนี โดยฝรั่งเศสได้อัลซาสหลังเป็นฝ่ายชนะสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ฝรั่งเศสแย่งแคว้นอัลซาสและลอแรนไปจากเยอรมนี ทำให้ชาวอัลซาสและชาวลอแรนไม่พอใจฝรั่งเศส จึงเกิดสงครามฝรั่งเศส-อัลซาส และสงครามฝรั่งเศส-ลอแรน โดยฝรั่งเศสต้องสู้กับชาวอัลซาสและชาวลอแรน

แต่ในที่สุดฝรั่งเศสก็สามารถปราบชาวอัลซาสและลอแรนลงได้ ดินแดนอัลซาสอยู่ในฝั่งฝรั่งเศสมีแม่น้ำไรน์แบ่งพรมแดน และชาวอัลซาเชียนเรียกอัลซาส ว่า แอลซ็อส (Elsàss) ปัจจุบันอัลซาสเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นกร็องเดสต์ (Grand Est)

สตราสบูร์ก ในฐานะเมืองหลักของอัลซาส เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และสะท้อนถึงการผสมผสานของวัฒนธรรมฝรั่งเศสและเยอรมนีอย่างลงตัว และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของยุโรป

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม

โบสถ์น็อทร์ดาม แห่งสตราสบูร์ก 

นอกจากนั้นยังมีความสำคัญทางศาสนาและสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะ โบสถ์น็อทร์ดาม แห่งสตราสบูร์ก (Notre-Dame de Strasbourg) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

หนึ่งในความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของยุโรปคือ เทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเริ่มจัดงานตลาดคริสต์มาสตั้งแต่ปี 1570 เรียกว่าเก่าแก่ที่สุดในยุโรป ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแห่งเทศกาลและประวัติศาสตร์ของเมือง

บ้านไม้ทั่วเมืองพากันประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับและของขวัญที่ทำด้วยมือ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มของเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส 

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม

สตราสบูร์กช่วงคริสต์มาส

ถ้าใครยังจำได้ เมื่อช่วงคริสต์มาสปี 2561 มีคนไทย 1 คนเสียชีวิต ด้วยกระสุนลูกหลงจากมือปืนบ้าคลั่งได้เปิดฉากกราดยิงบนถนนกลางเมืองสตราสบูร์ก

ทางด้านการทำไวน์ ว่ากันว่าผลพวงของการเคยเป็นของเยอรมนีกลายเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ฝรั่งเศสมีไวน์ขาวที่อร่อยๆ จากองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ที่ปกติไม่สามารถปลูกในดินแดนดั้งเดิมของฝรั่งเศสได้ดี ไม่เช่นนั้นก็คงจะมีเพียง ชาร์โดเนย์ (Chardonnay) กับโซวีญยอง บลอง (Sauvignon Blanc) เท่านั้น

อัลซาส เป็นแคว้นผลิตไวน์ที่เล็กที่สุดของฝรั่งเศส มีพื้นที่ปลูกองุ่น 15,298 เฮกตาร์ มี 119 หมู่บ้าน ผลผลิตไวน์ปีละประมาณ 111.3 ล้านลิตร และไวน์ที่ผลิตได้ 90% เป็นไวน์ขาว ส่วนไวน์แดงมีเล็กน้อย

  • พื้นที่ 78% เป็นพื้นที่เอโอซี อัลซาส (AOC Alsace)
  • มีเพียง 4% เป็นเอโอซี อัลซาส กรองด์ ครู (AOC Alsace Grand Cru)
  • 18% เป็นของสปาร์คกลิ้งไวน์เอโอซี อัลซาส เครมองต์ ดัลซาส (AOC Crémant d'Alsace)
  • พื้นที่เหล่านี้แบ่งตามการควบคุมคุณภาพของไวน์อัลซาส หรือ Alsace Wine Classification 

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม ไวน์อัลซาส กรองด์ ครู เสิร์ฟในแก้วเฉพาะของอัลซาส

ดังนั้นเมื่อไปอัลซาสแล้ว ไวน์ที่ต้องหาชิมให้ได้คือไวน์ที่มี กรองด์ ครู (Grand Cru) โดยไวน์เกรดเอโอซี อัลซาส เครมองต์ ดัลซาส ต้องระบุพันธุ์องุ่น และที่อยู่ของผู้ผลิต

โดย "กรองด์ ครู” ของอัลซาสถูกประกาศใช้เมื่อปี 1975 จากนั้นก็ปรับเรื่อยๆ เช่นปี 1983 (25 เขต) 1992 (25 เขต) และล่าสุด 2007 (1เขต) ทำให้อัลซาสมี 51 กรองด์ ครูส์  

กรองด์ ครู ของอัลซาส ต้องเก็บเกี่ยวให้มีผลผลิตหรือยีลด์ (yield) เพียง 65 เฮกโตลิตรต่อเฮกตาร์ หรือน้อยกว่านั้น และไวน์ต้องมาจากชื่อไวเนอะรีเดียว ที่เรียกว่า Lieu-dit (Grand Cru Vineyards) ใน Alsace ที่สำคัญต้องระบุชื่อไวเนอะรีหรือผู้ผลิตในฉลากด้วย

ส่วนเกรดเอโอซี อัลซาส ต้องระบุพันธ์องุ่น เช่น Gewurztraminer, Sylvaner, Pinot Blanc และ Riesling เป็นต้น

พันธุ์องุ่นที่อัลซาสปลูกมีดังนี้

  • รีสลิ่ง (Riesling ) 21.7 %
  • เกวืร์ซทรามิเนอร์ (Gewürztraminer) 18.6 %
  • ปิโนต์ กรีส์ (Pinot Gris) 15.2 %
  • โอแซร์ฮรัวส์ บลอง (Auxerrois Blanc) 14.2%
  • ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) 9.6 %
  • ซิลวาแนร์ (Sylvaner) 8.9 %
  • ปิโนต์ บลอง (Pinot Blanc) 7 %
  • มุสกาต์ (Muscat) 2.3 %
  • ชาเซลัส (Chaselas) 0.6%
  • พันธุ์อื่น ๆ เช่น ชาร์โดเนย์ (Chadonnay) ซาวาญัง บลอง (Savagnin Blanc) 1.3 % เป็นต้น 

อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกส่งต่อมาจากเยอรมนี ก็คือ ทรงขวดเรียวสูงที่เรียกว่าทรง ฟลุต (Flûtes) เหมือนไวน์เยอรมนี ซึ่งในอัลซาสเรียกว่า ฟรุต ดัลซาส (Flûtes d'Alsace)

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม

เครมองต์ ดัลซาส

นอกจากนั้น อัลซาสยังสามารถยังทำสปาร์คกลิ้งไวน์อร่อยๆ เรียกว่า เครมองต์ ดัลซาส (Crémant d'Alsace) ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีเดียวกับการทำแชมเปญ (Méthode Traditionelle หรือ Traditional Method) นั่นคือหมักในขวด (Bottle Fermentation) แตกต่างกันเพียงพันธุ์องุ่น

โดยเครมองต์ ดัลซาส ทำจากปิโนต์ บลอง เป็นหลัก เบลนด์ด้วย ปิโนต์ กรีส์, ปิโนต์ นัวร์, รีสลิ่ง หรือชาร์โดเนย์ 

อีกอย่างหนึ่งที่อัลซาสทำได้ดีมากคือ ฟรุตบรั่นดี (Fruit Brandy) ที่ทำจาก พลัม (Plum) เมื่อผลิตออกมาแล้วเรียกชื่อแตกต่างกันอีกไป เช่น แฮรน โคลด์ (Reine-Claude) มิฮราเบลล์ (Mirabelle) ซึ่งคำว่า Mirabelle ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่าพลัม!!

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม

คูกลอฟ

ปิดท้ายด้วยของหวานซึ่งชาวอัลซาเชียนบอกว่าถ้ามาอัลซาสแล้วไม่ได้ชิมถือว่ายังไม่ถึงอัลซาสอย่างแท้จริงคือ คูกลอฟ (Kugelhupf, Guglhupf, Gugelhopf, Kouglof, Kougelhof, Kougelhopf) เป็นขนมเค้กโบราณหรือบันด์เค้ก (Bundt cake) ที่อบในพิมพ์ทรงกลมมีรูตรงกลางและมีลวดลายเป็นเกลียวคล้ายหมวก

สมัยก่อนเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเช้าของชาวอัลซาเชียน ปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นเนยสดอบเนื้อหนานุ่ม มีผลไม้แห้งผสมอยู่ด้วย ที่นิยมคือลูกเกดและอัลมอนด์ 

คุกลอฟ มีตำรับมาจากแคว้นอัลซาสดังกล่าว ก่อนจะตกไปเป็นสมบัติของเยอรมนี แล้วกระจายไปยังออสเตรีย นอกจากเป็นขนมปังในอาหารเช้าแล้ว ยังใช้ในเทศกาลคริสต์มาส อีสเตอร์ งานแต่งงาน งานรับศีลแบปติสม์ งานฉลองการเก็บเกี่ยวองุ่น เรียกว่าแทบทุกเทศกาลของชาวเยอรมนีและออสเตรีย ต้องมีขนมนี้อยู่บนโต๊ะอาหารเสมอ

อัลซาส กรุ่นกลิ่นไวน์และอารยธรรม อัลซาสและถนนสายไวน์

สุดท้ายแล้วท่านที่จะไปอัลซาสไม่ต้องกลัวว่าจะชิมไวน์อะไรดี เพราะจะมี ถนนสายไวน์ เรียกว่า ฮรูต์ เดส์ แวงส์ ดัลซาส (Route des Vins d'Alsace หรือ Wine Route of Alsace) ความยาวกว่า 100 กิโลเมตร ทอดจากเหนือถึงใต้ผ่าน 67 ตำบล-หมู่บ้านที่ทำไวน์

ผมไปอัลซาสครั้งแรกก็ขอให้หน่วยงานที่เชิญใช้เส้นทางนี้ หลังจากนั้นเมื่อไปอีกก็สามารถเลือกได้ว่าจะไปไร่ไหนบ้าง

ท่านที่มีโปรแกรมจะไปฝรั่งเศสในช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่นี้ “อัลซาส” นับว่าเป็นตัวเลือกที่อลังการและหอมกรุ่นอย่างยิ่ง!!