วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์

ปอเมอฮรอล (Pomerol) เป็นเขตผลิตไวน์ที่เล็กที่สุดในบอร์กโดซ์ แต่กลับเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีราคาแพงและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก

KEY POINTS

  • ปอเมอฮรอล (Pomerol) เป็นเขตผลิตไวน์ที่เล็กที่สุดในบอร์กโดซ์ แต่กลับเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีราคาแพงและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก
  • ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไวน์มีคุณภาพและราคาสูงคือดินที่มีลักษณะพิเศษ โดยเฉพาะ "ดินเหนียวสีน้ำเงิน" (Blue Clay) ซึ่งเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นชื่อดังอย่าง ชาโต เปตรุส
  • องุ่นพันธุ์หลักที่สร้างชื่อเสียงคือ แมร์กโลต์ (Merlot) และไวน์จากที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับโลกจากวิสัยทัศน์และการตลาดของ ฌอง ปิแอร์ มูอิกซ์ ในช่วงศตวรรษที่ 20

"ของดีมักมาในบรรจุภัณฑ์เล็กๆ" 

สุภาษิตโบราณที่ว่า นั้นเป็นจริงอย่างยิ่ง ปอเมอฮรอล (Pomerol) เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่แพงที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก ไร่องุ่นชาโต เปตรุส (Petrus) ชาโต ลาเฟลอร์ (Chateau Lafleur) และเลอ แปง (Le Pin) อยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงกันได้..

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ เขตปอเมอฮรอล

ปอเมอฮรอล เป็นเขตผลิตไวน์บอร์กโดซ์ (Bordeaux) ที่เล็กที่สุด มีพื้นที่ปลูกองุ่นเพียง 800 เฮกตาร์ โดยมีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 กิโลเมตรคูณ 4 กิโลเมตร ปัจจุบันมีไร่องุ่นประมาณ150 แห่ง ใหญ่ที่สุดคือ ชาโต เดอ ซัลส์ (Chateau de Sales) มีพื้นที่ 47.5 เฮกตาร์ ไร่องุ่นที่เล็กที่สุดคือ อองโกล ตูร์มาลีน (Enclos Tourmaline) มีพื้นที่เพียง 0.5 เฮกตาร์ หรือ 3 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวาเท่านั้น

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ ชาโต เดอ ซัลส์ 

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ อองโกล ตูร์มาลีน

ผู้มาเยือนหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนปอเมอฮรอลโดยบังเอิญอาจไม่รู้เรื่องนี้ เพราะไม่มีที่พักใดที่มีปราสาทขนาดใหญ่โอ่อ่า

พื้นที่ปอเมอฮรอลเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ซุกซ่อนอยู่ ชาโตไวน์ชั้นนำบางแห่งไม่มีป้ายหรือเครื่องหมายใดๆ บนพื้นที่ของชาโตเองเพื่อบอกให้รู้ว่าท่านอยู่ที่ชาโตแล้ว หรือแม้แต่บอกวิธีไปที่ชาโตด้วยซ้ำ

ในอดีตที่ผ่านมา ปอเมอฮรอล ถูกบดบังด้วย แซง เตมิลิยง (St-Émilion) ที่เริ่มผลิตไวน์ในช่วงต้นทศวรรษ 1300 และส่งออกไวน์ไปยังอังกฤษ ขณะที่ “ปอเมอฮรอล” ยังเป็นเพียงส่วนน้อย เพราะยังไม่ได้รับการพัฒนาด้านการปลูกองุ่นอย่างเต็มที่ ชาวบ้านต่างผลิตไวน์กันตามวิถีชีวิตปกติ

ปอเมอฮรอล เริ่มพัฒนาเป็นชุมชนผลิตไวน์ในช่วงทศวรรษ 1700 ในเวลานั้นเกษตรกรเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนพืชผลที่ปลูกจากข้าวสาลีและผักผลไม้ มาเป็นการปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ เนื่องจากดินเหนียว ดินกรวด และดินทรายมีคุณภาพต่ำ การเปลี่ยนมาปลูกองุ่นจึงเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม เพราะการปลูกพืชชนิดอื่นนั้นทำได้ยาก

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ แมร์กโลต์ องุ่นหลักของปอเมอฮรอล

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกองุ่นในช่วงนั้นยังไม่มาก กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) เป็นพันธุ์องุ่นแรกๆ ที่ถูกนำเข้ามาปลูก ควบคู่กับองุ่นที่ใช้ทำไวน์ขาว ขณะที่ แมร์กโลต์ (Merlot) ซึ่งเป็นองุ่นพันธุ์หลักของปอเมอฮรอลจนถึงวันนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากการช่วยเหลือของ หลุยส์ ฟงเตอมวง (Louis Fontemoing) เจ้าของชาโต ฮรูเกต์ (Chateau Rouget)

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 พื้นที่กว่า 400 เฮกตาร์ของปอเมอฮรอลเต็มไปด้วยไร่องุ่นที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงต้นทศวรรษ 1800 ปอเมอฮรอลกลายเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่คึกคัก อย่างไรก็ตาม การผลิตไวน์ขาวในปอเมอฮรอลได้ค่อยๆ ลดลงในช่วงต้นถึงกลางทศวรรษ 1800

กระทั่ง ฌอง ปิแอร์ มูอิกซ์ (Jean-Pierre Moueix) นักธุรกิจไวน์ตาแหลม สมองเพชร วิสัยทัศน์อันโดดเด่น มองเห็นศักยภาพของปอเมอฮรอล จึงได้เริ่มต้นธุรกิจของเขาในปี 1937 ด้วยการพัฒนาการทำไวน์ ส่งเสริมการตลาด ฯลฯ ทำให้ไวน์จากปอเมอฮรอลเป็นที่รู้จักในตลาดและผู้บริโภคใหม่ๆ มากมายในประเทศที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้จัก 

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ ชาโต เปตรุส 

ฌอง ปิแอร์ มูอิกซ์ มีชาโตไวน์อยู่ในเครือทั้ง ชาโต ทรอตานัว (Château Trotanoy) ชาโต ลาฟลอร์ เปตรุส (Château La Fleur-Pétrus) และชาโต เปตรุส (Château Pétrus) ล้วนแล้วแต่เป็นไวน์ที่ชาวโลกโหยหา รวมถึงไร่องุ่นอื่นๆ อีกมากมายในปอเมอฮรอล ทำให้เขากลายเป็นโฆษกอย่างไม่เป็นทางการของเขตการผลิตไวน์ปอเมอฮรอล

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์คือธรรมชาติ สิ่งที่ธรรมชาติให้มาหรือพระเจ้าประทานให้ปอเมอฮรอล ก็คือ “ดิน” ในปอเมอฮรอลมีดินหลายประเภท แต่ ดินเหนียวสีน้ำเงิน (Blue Clay) ถือเป็นดินเหนียวที่ดีที่สุดในปอเมอฮรอลทั้งหมด และอาจจะเหนือกว่าภูมิภาคใดในฝรั่งเศสและในโลก

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์

ดินเหนียวสีน้ำเงินของชาโต เปตรุส

ชาโต เปตรุส เป็นผู้ผลิตไวน์ปอเมอฮรอล เพียงรายเดียวที่มีไร่องุ่นเกือบ 100% บน “ดินเหนียวสีน้ำเงิน” ไม่มีไร่องุ่นแห่งใดในโลกที่มีดินเหนียวสีน้ำเงินอุดมสมบูรณ์เช่นนี้

ดินเหนียวสีน้ำเงินนี้ซึ่งคาดว่ามีอายุเกือบ 40 ล้านปี มีคุณสมบัติอย่างไร เอาไว้ขยายความในครั้งต่อๆ ไป 

อย่างไรก็ตาม ไร่องุ่นอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็มีไร่องุ่นบางส่วนปลูกบนพื้นที่ดินเหนียวสีน้ำเงินขนาดเล็กนั้นเช่นกัน รวมถึง วิยว์ ชาโต แซร์กตอง (Vieux Chateau Certan) และ เลวองฌิล (L'Evangile) เป็นต้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไม่ไวน์เหล่านี้จึงมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ Pomerol ใช้ม้าในไร่องุ่น

ปอเมอฮรอล ได้รับ เอโอซี (AOC = Appellation d'Origine Contrôlée) ในปี 1936 เพียงองุ่นพันธุ์แมร์กโลต์ (Merlot) กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และมาลเบค (Malbec) เท่านั้น ที่เหมาะสมกับสภาพดินและภูมิอากาศ จึงได้รับอนุญาตให้ปลูกในไร่องุ่นปอเมอฮรอลเพื่อทำไวน์แดง

อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 ฌอง ลุค ธุนแวง (Jean-Luc Thunevin) ได้เริ่มผลิตไวน์ขาวเล็กน้อยที่ไร่โคลส์ ดู โป แปร์ (Clos du Beau Père) กลายเป็นไร่องุ่นเจ้าแรกในรอบกว่า 100 ปีที่ทำไวน์ขาวสไตล์บอร์กโดซ์ในปอเมอฮรอล 

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์ มุมหนึ่งในปอเมอฮรอล

ปัจจุบันไร่องุ่นในปอเมอฮรอลจำนวนมากยังคงหันมาใช้การทำเกษตรอินทรีย์และไบโอไดนามิก ในช่วงปลายปี 2021 ปอเมอฮรอลกลายเป็นเขตผลิตไวน์หลักแห่งแรกในบอร์กโดซ์ที่ออกข้อบังคับห้ามใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีใดๆ ในการกำจัดวัชพืชอย่างเด็ดขาด

นอกจากนั้น ปอเมอฮรอลยังเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นเพียงไม่กี่แห่งในบอร์กโดซ์ที่ทุ่มเทให้กับการผลิตไวน์โคเชอร์ (Kosher) คือไวน์ที่ผลิตขึ้นตามกฎระเบียบด้านอาหารและศาสนาของชาวยิวอย่างเคร่งครัด หรือที่เรียกว่ากฎคัชรุต (Kashrut) อีกด้วย

โดย โดเมน โฮรสส์ คามีลล์ (Domaine Roses Camille) เป็นไร่องุ่นใหม่ในปอเมอฮรอล ที่ผลิตไวน์โคเชอร์ โดยใช้องุ่นแมร์กโลต์อายุเก่าแก่ 100% ที่ปลูกตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1950 ในพื้นที่เพียง 1 เฮกตาร์ เป็นต้น

ปัจจุบันผู้ผลิตไวน์หลายรายในปอเมอฮรอลมีทัศนคติใหม่ที่มุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อผลิตไวน์ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่ไร่องุ่นที่เคยผลิตไวน์รสชาติธรรมดาๆ ได้ยกระดับฝีมือขึ้นอย่างมาก ผลิตไวน์ที่อร่อยขึ้น บางทีอาจจะเป็นไวน์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาเลยก็ว่าได้!

สุดท้ายเมื่อมาปอเมอฮรอลแล้วก็ต้องชิมหัวกะทิของปอเมอฮรอล เป็นไวน์ที่ทำให้ชาวโลกรู้จักตำบลเล็กๆ นั่นคือ ชาโต เปตรุส สัก 2 วินเทจ เป็นวินเทจยอดเยี่ยมทั้งคู่!

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์

ชาโต เปตรุส ปอเมอฮรอล 2015 (Château Pétrus Pomerol 2015) : ทำจากแมร์กโลต์อายุประมาณ 45 ปี 100 % บ่มโอ๊ค 24 เดือน โดย 50% บ่มในโอ๊คใหม่

  • สีแดงเข้ม
  • หอมกลิ่นผลไม้ โดยเฉพาะพลัม และมัลเบอร์รีค่อนข้างโดดเด่น ตามด้วย แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ และพรุน ดอกลาเวนเดอร์ วานิลลา สไปซีเฮิร์บ ชะเอมเทศ จันทน์เทศ ใบไธม์ มิเนอรัล ทรัฟเฟิล มะกอกดำ ช็อกโกแลต ซีดาร์
  • แทนนินยังหนักแน่นและนุ่มเนียน
  • สามารถดื่มในตอนนี้ได้ ใครมีเก็บยาว ๆ ไปเลย 40-50 ปี
  • 20/20 คะแนน

 

ปอเมอฮรอล : เล็กสุดแพงสุดในบอร์กโดซ์

ชาโต เปตรุส ปอเมอฮรอล 2019 (Château Pétrus Pomerol 2019) : เป็นอีก 1 วินเทจยอดเยี่ยมในรอบ 30 ปีของชาโต เปตรุส ทำจากแมร์กโลต์ 100 % บ่มโอ๊ค 24 เดือน โดย 50% บ่มในโอ๊คใหม่

  • สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้สุกปนห่ามๆ พลัม แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี แบล็คเบอร์รี มัลเบอร์รี บลูเบอร์รี ฟรุตเค้ก เอิร์ธตี ดอกไวโลเล็ต ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต คาราเมล ทรัฟเฟิล กราไฟต์ สไปซีเฮิร์บ อบเชย จันทน์เทศ มินต์ ซีดาร์ ใบยาสูบ สโมคกี้โอ๊ค
  • ฟูลบอดี้ จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ วานิลลา
  • สามารถดื่มในตอนนี้ได้ยังไม่เปิดตัวเต็มที่นักน่าจะอีกประมาณ 5-6 ปี
  • 19.75/20 คะแนน