ปอเมอฮรอล (Pomerol) เป็นเขตผลิตไวน์ที่เล็กที่สุดในบอร์กโดซ์ แต่กลับเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีราคาแพงและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก
KEY POINTS
- ปอเมอฮรอล (Pomerol) เป็นเขตผลิตไวน์ที่เล็กที่สุดในบอร์กโดซ์ แต่กลับเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีราคาแพงและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก
- ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไวน์มีคุณภาพและราคาสูงคือดินที่มีลักษณะพิเศษ โดยเฉพาะ "ดินเหนียวสีน้ำเงิน" (Blue Clay) ซึ่งเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นชื่อดังอย่าง ชาโต เปตรุส
- องุ่นพันธุ์หลักที่สร้างชื่อเสียงคือ แมร์กโลต์ (Merlot) และไวน์จากที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับโลกจากวิสัยทัศน์และการตลาดของ ฌอง ปิแอร์ มูอิกซ์ ในช่วงศตวรรษที่ 20
"ของดีมักมาในบรรจุภัณฑ์เล็กๆ"
สุภาษิตโบราณที่ว่า นั้นเป็นจริงอย่างยิ่ง ปอเมอฮรอล (Pomerol) เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่แพงที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก ไร่องุ่นชาโต เปตรุส (Petrus) ชาโต ลาเฟลอร์ (Chateau Lafleur) และเลอ แปง (Le Pin) อยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงกันได้..
ปอเมอฮรอล เป็นเขตผลิตไวน์บอร์กโดซ์ (Bordeaux) ที่เล็กที่สุด มีพื้นที่ปลูกองุ่นเพียง 800 เฮกตาร์ โดยมีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 กิโลเมตรคูณ 4 กิโลเมตร ปัจจุบันมีไร่องุ่นประมาณ150 แห่ง ใหญ่ที่สุดคือ ชาโต เดอ ซัลส์ (Chateau de Sales) มีพื้นที่ 47.5 เฮกตาร์ ไร่องุ่นที่เล็กที่สุดคือ อองโกล ตูร์มาลีน (Enclos Tourmaline) มีพื้นที่เพียง 0.5 เฮกตาร์ หรือ 3 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวาเท่านั้น
ผู้มาเยือนหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนปอเมอฮรอลโดยบังเอิญอาจไม่รู้เรื่องนี้ เพราะไม่มีที่พักใดที่มีปราสาทขนาดใหญ่โอ่อ่า
พื้นที่ปอเมอฮรอลเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ซุกซ่อนอยู่ ชาโตไวน์ชั้นนำบางแห่งไม่มีป้ายหรือเครื่องหมายใดๆ บนพื้นที่ของชาโตเองเพื่อบอกให้รู้ว่าท่านอยู่ที่ชาโตแล้ว หรือแม้แต่บอกวิธีไปที่ชาโตด้วยซ้ำ
ในอดีตที่ผ่านมา ปอเมอฮรอล ถูกบดบังด้วย แซง เตมิลิยง (St-Émilion) ที่เริ่มผลิตไวน์ในช่วงต้นทศวรรษ 1300 และส่งออกไวน์ไปยังอังกฤษ ขณะที่ “ปอเมอฮรอล” ยังเป็นเพียงส่วนน้อย เพราะยังไม่ได้รับการพัฒนาด้านการปลูกองุ่นอย่างเต็มที่ ชาวบ้านต่างผลิตไวน์กันตามวิถีชีวิตปกติ
ปอเมอฮรอล เริ่มพัฒนาเป็นชุมชนผลิตไวน์ในช่วงทศวรรษ 1700 ในเวลานั้นเกษตรกรเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนพืชผลที่ปลูกจากข้าวสาลีและผักผลไม้ มาเป็นการปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ เนื่องจากดินเหนียว ดินกรวด และดินทรายมีคุณภาพต่ำ การเปลี่ยนมาปลูกองุ่นจึงเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม เพราะการปลูกพืชชนิดอื่นนั้นทำได้ยาก
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกองุ่นในช่วงนั้นยังไม่มาก กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) เป็นพันธุ์องุ่นแรกๆ ที่ถูกนำเข้ามาปลูก ควบคู่กับองุ่นที่ใช้ทำไวน์ขาว ขณะที่ แมร์กโลต์ (Merlot) ซึ่งเป็นองุ่นพันธุ์หลักของปอเมอฮรอลจนถึงวันนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากการช่วยเหลือของ หลุยส์ ฟงเตอมวง (Louis Fontemoing) เจ้าของชาโต ฮรูเกต์ (Chateau Rouget)
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 พื้นที่กว่า 400 เฮกตาร์ของปอเมอฮรอลเต็มไปด้วยไร่องุ่นที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงต้นทศวรรษ 1800 ปอเมอฮรอลกลายเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่คึกคัก อย่างไรก็ตาม การผลิตไวน์ขาวในปอเมอฮรอลได้ค่อยๆ ลดลงในช่วงต้นถึงกลางทศวรรษ 1800
กระทั่ง ฌอง ปิแอร์ มูอิกซ์ (Jean-Pierre Moueix) นักธุรกิจไวน์ตาแหลม สมองเพชร วิสัยทัศน์อันโดดเด่น มองเห็นศักยภาพของปอเมอฮรอล จึงได้เริ่มต้นธุรกิจของเขาในปี 1937 ด้วยการพัฒนาการทำไวน์ ส่งเสริมการตลาด ฯลฯ ทำให้ไวน์จากปอเมอฮรอลเป็นที่รู้จักในตลาดและผู้บริโภคใหม่ๆ มากมายในประเทศที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้จัก
ฌอง ปิแอร์ มูอิกซ์ มีชาโตไวน์อยู่ในเครือทั้ง ชาโต ทรอตานัว (Château Trotanoy) ชาโต ลาฟลอร์ เปตรุส (Château La Fleur-Pétrus) และชาโต เปตรุส (Château Pétrus) ล้วนแล้วแต่เป็นไวน์ที่ชาวโลกโหยหา รวมถึงไร่องุ่นอื่นๆ อีกมากมายในปอเมอฮรอล ทำให้เขากลายเป็นโฆษกอย่างไม่เป็นทางการของเขตการผลิตไวน์ปอเมอฮรอล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์คือธรรมชาติ สิ่งที่ธรรมชาติให้มาหรือพระเจ้าประทานให้ปอเมอฮรอล ก็คือ “ดิน” ในปอเมอฮรอลมีดินหลายประเภท แต่ ดินเหนียวสีน้ำเงิน (Blue Clay) ถือเป็นดินเหนียวที่ดีที่สุดในปอเมอฮรอลทั้งหมด และอาจจะเหนือกว่าภูมิภาคใดในฝรั่งเศสและในโลก
ดินเหนียวสีน้ำเงินของชาโต เปตรุส
ชาโต เปตรุส เป็นผู้ผลิตไวน์ปอเมอฮรอล เพียงรายเดียวที่มีไร่องุ่นเกือบ 100% บน “ดินเหนียวสีน้ำเงิน” ไม่มีไร่องุ่นแห่งใดในโลกที่มีดินเหนียวสีน้ำเงินอุดมสมบูรณ์เช่นนี้
ดินเหนียวสีน้ำเงินนี้ซึ่งคาดว่ามีอายุเกือบ 40 ล้านปี มีคุณสมบัติอย่างไร เอาไว้ขยายความในครั้งต่อๆ ไป
อย่างไรก็ตาม ไร่องุ่นอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็มีไร่องุ่นบางส่วนปลูกบนพื้นที่ดินเหนียวสีน้ำเงินขนาดเล็กนั้นเช่นกัน รวมถึง วิยว์ ชาโต แซร์กตอง (Vieux Chateau Certan) และ เลวองฌิล (L'Evangile) เป็นต้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไม่ไวน์เหล่านี้จึงมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม
ปอเมอฮรอล ได้รับ เอโอซี (AOC = Appellation d'Origine Contrôlée) ในปี 1936 เพียงองุ่นพันธุ์แมร์กโลต์ (Merlot) กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และมาลเบค (Malbec) เท่านั้น ที่เหมาะสมกับสภาพดินและภูมิอากาศ จึงได้รับอนุญาตให้ปลูกในไร่องุ่นปอเมอฮรอลเพื่อทำไวน์แดง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 ฌอง ลุค ธุนแวง (Jean-Luc Thunevin) ได้เริ่มผลิตไวน์ขาวเล็กน้อยที่ไร่โคลส์ ดู โป แปร์ (Clos du Beau Père) กลายเป็นไร่องุ่นเจ้าแรกในรอบกว่า 100 ปีที่ทำไวน์ขาวสไตล์บอร์กโดซ์ในปอเมอฮรอล
ปัจจุบันไร่องุ่นในปอเมอฮรอลจำนวนมากยังคงหันมาใช้การทำเกษตรอินทรีย์และไบโอไดนามิก ในช่วงปลายปี 2021 ปอเมอฮรอลกลายเป็นเขตผลิตไวน์หลักแห่งแรกในบอร์กโดซ์ที่ออกข้อบังคับห้ามใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีใดๆ ในการกำจัดวัชพืชอย่างเด็ดขาด
นอกจากนั้น ปอเมอฮรอลยังเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นเพียงไม่กี่แห่งในบอร์กโดซ์ที่ทุ่มเทให้กับการผลิตไวน์โคเชอร์ (Kosher) คือไวน์ที่ผลิตขึ้นตามกฎระเบียบด้านอาหารและศาสนาของชาวยิวอย่างเคร่งครัด หรือที่เรียกว่ากฎคัชรุต (Kashrut) อีกด้วย
โดย โดเมน โฮรสส์ คามีลล์ (Domaine Roses Camille) เป็นไร่องุ่นใหม่ในปอเมอฮรอล ที่ผลิตไวน์โคเชอร์ โดยใช้องุ่นแมร์กโลต์อายุเก่าแก่ 100% ที่ปลูกตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1950 ในพื้นที่เพียง 1 เฮกตาร์ เป็นต้น
ปัจจุบันผู้ผลิตไวน์หลายรายในปอเมอฮรอลมีทัศนคติใหม่ที่มุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อผลิตไวน์ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่ไร่องุ่นที่เคยผลิตไวน์รสชาติธรรมดาๆ ได้ยกระดับฝีมือขึ้นอย่างมาก ผลิตไวน์ที่อร่อยขึ้น บางทีอาจจะเป็นไวน์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาเลยก็ว่าได้!
สุดท้ายเมื่อมาปอเมอฮรอลแล้วก็ต้องชิมหัวกะทิของปอเมอฮรอล เป็นไวน์ที่ทำให้ชาวโลกรู้จักตำบลเล็กๆ นั่นคือ ชาโต เปตรุส สัก 2 วินเทจ เป็นวินเทจยอดเยี่ยมทั้งคู่!
ชาโต เปตรุส ปอเมอฮรอล 2015 (Château Pétrus Pomerol 2015) : ทำจากแมร์กโลต์อายุประมาณ 45 ปี 100 % บ่มโอ๊ค 24 เดือน โดย 50% บ่มในโอ๊คใหม่
- สีแดงเข้ม
- หอมกลิ่นผลไม้ โดยเฉพาะพลัม และมัลเบอร์รีค่อนข้างโดดเด่น ตามด้วย แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ และพรุน ดอกลาเวนเดอร์ วานิลลา สไปซีเฮิร์บ ชะเอมเทศ จันทน์เทศ ใบไธม์ มิเนอรัล ทรัฟเฟิล มะกอกดำ ช็อกโกแลต ซีดาร์
- แทนนินยังหนักแน่นและนุ่มเนียน
- สามารถดื่มในตอนนี้ได้ ใครมีเก็บยาว ๆ ไปเลย 40-50 ปี
- 20/20 คะแนน
ชาโต เปตรุส ปอเมอฮรอล 2019 (Château Pétrus Pomerol 2019) : เป็นอีก 1 วินเทจยอดเยี่ยมในรอบ 30 ปีของชาโต เปตรุส ทำจากแมร์กโลต์ 100 % บ่มโอ๊ค 24 เดือน โดย 50% บ่มในโอ๊คใหม่
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้สุกปนห่ามๆ พลัม แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี แบล็คเบอร์รี มัลเบอร์รี บลูเบอร์รี ฟรุตเค้ก เอิร์ธตี ดอกไวโลเล็ต ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต คาราเมล ทรัฟเฟิล กราไฟต์ สไปซีเฮิร์บ อบเชย จันทน์เทศ มินต์ ซีดาร์ ใบยาสูบ สโมคกี้โอ๊ค
- ฟูลบอดี้ จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ วานิลลา
- สามารถดื่มในตอนนี้ได้ยังไม่เปิดตัวเต็มที่นักน่าจะอีกประมาณ 5-6 ปี
- 19.75/20 คะแนน





