สถานการณ์การลงทุนในหุ้นไทยช่วงนี้อาจยังคงไม่ค่อยสดใสมากนัก จากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แม้ว่าปัจจัยภายนอกด้านเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐจะดูมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่าที่เคยคาดไว้
แต่เศรษฐกิจประเทศจีนกลับฟื้นตัวได้น้อยกว่าที่คาด และทางฝั่งยุโรป บางประเทศก็เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นที่เรียบร้อย ส่วนในฝั่งของประเทศไทยนั้น ความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง ก็ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในช่วงนี้อาจเป็นช่วงที่ยากลำบาก และคาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นหากการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น
ในด้านเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ FED ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรก หลังการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยาวนาน 15 เดือน อย่างไรก็ตาม FED ยังส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในการประชุมครั้งถัดๆ ไป เพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังปรับลดได้ค่อนข้างช้า และตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาชี้ให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกายังคงมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ผิดจากที่ตลาดคาดว่าในปีนี้จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
จึงน่าจะสามารถทนต่อการขึ้นดอกเบี้ยได้ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐ ช่วงนี้ยังมีความน่าสนใจ ด้วยความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ จึงน่าจะยังทำให้อเมริกาสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยที่อาจจะมีผลกระทบให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังเป็นความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในปีหน้า
ในทางกลับกัน เศรษฐกิจจีนที่ถูกคาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวได้ดีหลังจากคลายมาตรการล็อคดาวน์ กลับไม่ได้ฟื้นตัวอย่างที่คาด ล่าสุด จีนประกาศตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค.พบว่าหดตัวไป 7.5% ถือเป็นการหดตัวในรอบ 3 เดือน และยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องตามอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ ตัวเลขอื่นๆ เช่น PMI ก็มีแนวโน้มปรับตัวลง ทำให้ทางการจีนต้องประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังแนวโน้มการฟื้นตัวจาก Covid-19 ยังอ่อนแอ เช่นเดียวกับเศรษฐกิจในประเทศฝั่งยุโรปที่ตัวเลข GDP ของบางประเทศมีการหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส ถือว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค แต่จากปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ ECB ยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 2 ครั้งภายในปีนี้
ในส่วนของเศรษฐกิจไทยเอง ปัจจัยสนับสนุนหลักยังคงเป็นภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลับมาที่ประเทศไทยเพียงแค่ 30% ของระดับก่อนการระบาดของ Covid-19 ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับไประดับดังกล่าวประมาณปลายปี 2024 หรือต้นปี 2025 นอกจากปัจจัยเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว ตัวเลขเงินเฟ้อก็ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่หากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวดี คาดว่ายังมีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะถูกปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับประมาณ 2.5% และอยู่ในระดับนี้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
ประเด็นเรื่องความเสี่ยงที่คิดว่าน่าจะยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยอีกประเด็นหนึ่ง คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งหากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองก็จะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน ทั้งนี้ หากพรรคก้าวไกลสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และสามารถดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ก็คงเป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต อย่างไรก็ตามนโยบายค่าแรงขั้นต่ำก็อาจเป็นตัวฉุดรั้งตลาดหุ้นได้บ้าง ซึ่งต้องคอยจับตาว่ารัฐบาลจะมีนโยบายใดที่ช่วยสนับสนุนภาคเอกชนให้ดำเนินธุรกิจโดยไม่สะดุดจากการขึ้นค่าแรง
ทั้งนี้ มองว่าโอกาสการลงทุนในหุ้นต่างประเทศอย่างสหรัฐยังน่าจะเติบโตต่อไป ในขณะที่ยังมีความกังวลกับเศรษฐกิจจีนและยุโรปอยู่บ้าง ในส่วนของหุ้นไทย คาดว่าโอกาสยังมีเช่นกัน เนื่องจากหุ้นไทยบางตัวก็ไม่ได้อิงกับเศรษฐกิจของไทยโดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาทางด้านปัจจัยพื้นฐาน หากพื้นฐานมีความแข็งแกร่งก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้





