ในตอนที่แล้วเราพูดกันถึงการมาถึงของ Generative AI และสิ่งที่ต้องคอยจับตาดูพัฒนาการกันไปแล้ว รวมถึงการพิจารณา Generative AI ในฐานะของธีมการลงทุนที่น่าสนใจ วันนี้ลองมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันครับ ..
ในเรื่องของการลงทุน เราสามารถลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและการมาถึงของ Generative AI ได้ใน 4 ลักษณะหลักๆ ได้แก่ (1) กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและฮาร์ดแวร์ (Infrastructure & Hardware) คือ กลุ่มแรกๆ ที่ต้องนึกถึงเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ เช่น การ์ดจอ (Graphic Processing Unit) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หน่วยความจำ (Memory) อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Storage) และโครงสร้างพื้นฐานหลักๆ ของการทำงาน เช่น Cloud Computing ที่จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดของการเติบโตของการใช้งาน และทั้งสองส่วนจะเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของการเติบโตและจำนวนผู้ที่ใช้งาน Generative AI ต่างๆ ในอนาคต โดยในส่วนนี้จะเป็นกลุ่มที่นักลงทุนในสายเทคโนโลยีน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่บ้างแล้ว
(2) กลุ่มพัฒนาแบบจำลอง (AI Model) คือ กลุ่มที่พัฒนาอัลกอริทึมหรือหลักการในการทำงานของ AI ที่มีความซับซ้อนมาก และจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพัฒนาต่อเนื่องไปในอนาคต ซี่งส่วนสำคัญหนีไม่พ้นเรื่องของการใส่ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ และมีการลงทุนในเรื่องของการทดสอบและพัตนาต่อเนื่อง ในส่วนนี้บ่อยครั้งการลงทุนอาจจะเป็นลักษณะของการเพิ่มทุนแบบเจาะจง (Private Placement) หรือเป็นกลุ่มหุ้นนอกตลาด (Private Equity) แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาเพิ่มเติมหากสนใจจะลงทุนในธีมของ Generative AI อย่างจริงจัง และในอนาคตอาจจะเห็นความหลากหลายของการลงทุนในส่วนนี้มากขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมในส่วนนี้เติมโตขึ้นอีก
(3) กลุ่มข้อมูล (Data Providers / Usages) คือ กลุ่มที่จัดการข้อมูลทั้งในส่วนของที่ป้อนข้อมูลที่จำเป็นหรือถึงเอาข้อมูลที่ได้จากการใช้งานไปพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ในปัจจุบันอาจจะยังมีผู้เล่นน้อยรายอยู่ แต่มีทิศทางที่น่าจะเติบโตได้ดี และ (4) กลุ่มแอปพลิเคชั่น (Application) คือ กลุ่มที่นำ Generative AI มานำเสนอในรูปแบบอุปกรณ์ แอป และเครื่องมือต่างๆ สำหรับผู้ใช้งานโดยตรงทั้งรูปแบบขององค์กรหรือรายบุคคลก็ตาม เช่น การรวม ChatGPT เข้าไปอยู่ในบริการต่างๆ ของ Microsoft หรือ Bard ของ Google หรือการสร้างรูปหรือวิดีโอจาดชุดคำสั่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มของ SaaS (Software as a Service) ที่เรียกได้ว่ากลายเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน (Feature) ไปแล้ว ซึ่งในส่วนนี้จุดสำคัญของการลงทุนคือโมเดลการรับรู้รายได้ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ของการลงทุน รวมถึงการกำหนดผู้ชนะในอุตสาหกรรมได้ด้วยเช่นกัน
กลุ่มที่ดูเหมือนลงทุนได้ง่ายกว่าโดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรายบุคคล คือกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและฮาร์ดแวร์ (Infrastructure & Hardware) และกลุ่มแอปพลิเคชั่น (Application) ซึ่งดูจะเข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา ซึ่งช่องทางการลงทุนก็สามารถทำได้ในหลายลักษณะและเป็นผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่มีในตลาดการเงินอยู่แล้ว ได้แก่ (1) กองทุนรวมในกลุ่มเทคโนโลยี ที่เน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ก็มีข้อควรระวังที่อาจจะมีเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละกองทุน รวมถึงอาจจะต้องพิจารณาความสามารถของผู้จัดการกองทุนประกอบไปด้วย
(2) การลงทุนผ่านกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchanged Traded Fund / ETF) เช่น อีทีเอฟในกลุ่มหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & AI) หรือ Cloud Computing ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย โดยนักลงทุนจำเป็นจะต้องพิจารณาธีมและข้อจำกัดในการลงทุน รวมถึงระดับของความเกี่ยวข้องกับ Generative AI ให้ระเอียดรอบคอบก่อนลงทุน นอกจากนี้ในแต่ละกองทุนก็อาจจะมีระดับของความเสี่ยงที่แตกต่างกันมากโดยเฉพาะเรื่องของความผันผวนของราคา (Market Risk)
(3) การลงทุนโดยตรงในหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับ Generative AI ใน 4 กลุ่มดังที่กล่าวมาแล้ว เช่น การซื้อหุ้น Microsoft, Alphabet หรือ Nvidia โดยตรง ซึ่งการเติบโตของธีมนี้ก็จะส่งโดยตรงต่อผลประกอบการของหุ้นเหล่านั้น แต่ผู้ลงทุนก็จะเป็นจะต้องพิจารณาธุรกิจ รูปแบบการรับรู้รายได้และแนวโน้มในส่วนอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย เนื่องของ Generative AI อาจจะเป็นเพียงส่วนเดียวของกิจการต่างๆ เหล่านั้น และ (4) การลงทุนในหุ้นนอกตลาด (Private Equity) เนื่องจากบ่อยครั้งที่กองทุนที่มีการลงทุนในหุ้นนอกตลาดในระยะต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม Start-up นั้นมักจะเป็นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี แต่การลงทุนในหุ้นนอกตลาดในเมืองไทยอาจจะยังมีทางเลือกไม่มากนักและไม่ได้เน้นในกลุ่มนี้โดยตรง แต่ในอนาคตหาก Generative AI เติบโตอย่างต่อเนื่องก็อาจจะมีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มเติมได้ โดยทุกทางเลือกมีผลตอบแทนคาดหวัง ต้นทุน และระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป
สุดท้ายนี้การลงทุนในธีมต่างๆ ควรจะเป็นเพียงส่วนประกอบของการลงทุนทั้งหมด เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว แต่อาจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน การเปลี่ยนแปลงและเติบโตมักจะนำมาซึ่งผู้ชนะและผู้แพ้ และไม่ใช้ว่าการลงทุนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI จะให้ผลตอบแทนดีเสมอไป นักลงทุนยังคงจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเพิ่มเติมทั้งในส่วนของความแตกต่างของการลงทุน ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการลงทุนลักษณะนั้นๆ ก่อนการลงทุนเสมอ และติดตามการเปลี่ยนแปลง การเติบโตต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไปครับ
หมายเหตุ บทวิเคราะห์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานต้นสังกัดแต่อย่างใด





