วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

การเมืองเรื่อง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ จาก ‘อเมริกา’ ถึง ‘ไทย’ รัฐต้องเร่งวางหลักเกณฑ์ให้ชัด

ผลการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐที่ออกมาเป็นชัยชนะของพรรคเดโมแครตทั้งสองสภาได้แก่สภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) และวุฒิสภา (สภาสูง) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในแง่การเมือง และเศรษฐกิจไปทั้งในสหรัฐและไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก

ภายหลังมีการประกาศผลการเลือกตั้งออกมา 2 วัน ตลาดหุ้นสหรัฐในวันที่ 6 พ.ย.ถูกแรงเทขายอย่างหนักดัชนีดาวโจนส์ลบลงไปวันเดียว 1,833.06 จุด (-3.44%) S&P 500 ปิดที่ 7,353.73 จุด ร่วงลง 334.89 จุด (-4.36%) ส่วน Nasdaq Composite ปิดที่ 24,315.00 จุด ร่วงลง 1,421.52 จุด (-5.52%) ถือเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020

เหตุผลหลักในการปรับตัวลดลงมาจากแนวนโยบายของพรรคเดโมแครตที่ส่งสัญญาณผ่านสส. สว. และผู้ว่าการรัฐว่าจะมีการคุมเข้มการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) และชะลอการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกว่า “SI” มากขึ้น

ดีกรีการ “ควบคุม” ดาต้าเซ็นเตอร์ของพรรคเดโมแครตมีตั้งแต่การชะลอการก่อสร้าง การสั่งระงับชั่วคราว หรือการออกกฎหมายใหม่มาจัดระเบียบการก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตจากรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละรัฐโดยเฉพาะในพื้นที่รัฐเป้าหมายได้แก่รัฐ Texas, Georgia, Ohio, Pennsylvania มีการเสนอนโยบายพักการก่อสร้าง (Moratorium) การเพิ่มมาตรการตรวจสอบการใช้น้ำ-ไฟฟ้า และการทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีในระดับรัฐ

ขณะที่ข้อมูลจาก "Data Center Watch" ซึ่งเป็นองค์กรติดตามและจัดเก็บสถิติโครงการศูนย์ข้อมูลในสหรัฐระบุว่ามีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐที่มีแนวโน้มจะถูกชะลอ (Delayed) หรือยกเลิก (Blocked/Cancelled) รวมกว่า 69 โครงการ คิดเป็นมูลค่าสะสม 165,000 ล้านดอลลาร์

โดยสถิติโครงการใหม่เฉลี่ยเกือบ 50% เผชิญแรงต่อต้านจากชุมชนและกระบวนการอนุมัติระดับท้องถิ่นส่วนใหญ่โครงการที่มีผลกระทบจะเป็นโครงการที่มีแผนจะก่อสร้างในปี 2028 ส่วนโครงการ 2027 นั้นส่วนใหญ่ได้รับอนุมัติก่อสร้างแล้ว

หันมามองที่ประเทศไทยเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญในฐานะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในยุคเศรษฐกิจ Data และ AI สอดคล้องกับตัวเลขขอส่งเสริมการลงทุนที่อุตสาหกรรมดิจิทัลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่ากว่า 1.17 ล้านล้านบาท

ตามด้วยอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าราว 189,370 ล้านบาท สอดรับกับการย้ายฐานของห่วงโซ่ AI เซมิคอนดักเตอร์ Data Center และ Cloud ที่เบนเข็มมาลงทุนในภูมิภาคนี้

ความชัดเจนของกฎเกณฑ์ การอนุมัติ อนุญาต การควบคุมกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย.) จะมีความสำคัญมากว่าเกณฑ์ต่างๆจะออกมาอย่างไร เพราะหากขาดความชัดเจนในเรื่องนี้ เรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์ จะกลายเป็นข้อถกเถียงกันอยู่บนประเด็นการเมือง มากกว่าอยู่บนหลักข้อเท็จจริง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ