การประท้วงในแคนาดาโดยใช้ขบวนรถบรรทุก “ Freedom Convoy 2022 ” ปิดกั้นถนนและสะพาน Ambassador Bridge เชื่อมต่อชายแดนเข้าเมืองดีทรอยต์ สหรัฐ มาเป็นเวลาหลายวันแล้ว
ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เพราะปริมาณการค้า 25% ของสองชาตินี้ต้องใช้สะพานนี้ โรงงานผลิตรถยนต์ในอเมริกาต้องหยุดชะงัก เพราะไม่มีชิ้นส่วน
Freedom Convoy จัดแยกขบวนประท้วงส่วนหนึ่งไปถึงเมืองหลวงของแคนาดาคือ Ottawa กดดันให้รัฐบาลยกเลิกข้อบังคับการตรวจหลักฐานการฉีดวัคซีนของผู้ขับรถบรรทุกข้ามชายแดน
ตั้งแต่เริ่มโควิด-19เป็นต้นมา ผู้ขับรถบรรทุกได้รับการผ่อนผันมาตลอด เนื่องจากรัฐบาลทั้งสองประเทศกลัวการหยุดชะงักของการขนส่งสินค้า แต่เมื่อผู้ขับรถบรรทุกในแคนาดาประมาณ 85% ของ 120,000 คนได้รับวัคซีนแล้ว ทางรัฐบาลจึงได้ยกเลิกการผ่อนผันนี้ในวันที่ 15 ม.ค. และทางสหรัฐยกเลิกการผ่อนผันเช่นกันในวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา
เรื่องนี้จริงแล้วจะกระทบผู้ขับรถประมาณไม่เกิน 26,000 คนในทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนน้อยมาก (คนขับรถบรรทุกในสหรัฐ 3.5 ล้านคน) คนกลุ่มน้อยเหล่านี้ยังดื้อดึงต่อต้านนโยบายวัคซีน ทั้งที่สหภาพผู้ขับขี่รถบรรทุกทั้งในอเมริกาและแคนาดาออกประกาศสนับสนุนนโยบายของรัฐ
แต่เรื่องของคนกลุ่มน้อยนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีการปลุกปั่นยุยงให้ฝ่าฝืนอำนาจรัฐ โดยกลุ่มสื่อและโซเชียลมีเดียของฝ่ายขวาจัด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ มีการเปิดบัญชีออนไลน์รับบริจาคเงิน เพื่อสนับสนุนการประท้วงและชดเชยรายได้ของผู้ขับรถ
โดยใช้แอพของGoFundMe ได้เงินถึงกว่า 8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรัฐบาลแคนาดาเพิ่งสั่งปิดบัญชีนี้เนื่องจากเป็นการละเมิดกฏหมาย ที่น่าสังเกตคือผู้บริจาคส่วนใหญ่มาจากนอกแคนาดา โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อังกฤษและประเทศอื่นๆ
การประท้วงทำนองเดียวกันนี้ กำลังจะลามไปอีกหลายแห่งในแคนาดาและอเมริกา และหลายประเทศกำลังเตรียมมาตรการรับมือการประท้วงเลียนแบบ มีข่าวว่าอาจจะมีขึ้นที่ฝรั่งเศส เบลเยียม นิวซีแลนด์ ออสเตรเลียและอีกหลายประเทศ การประท้วงที่ตั้งประเด็นต่อต้านการฉีดวัคซีน กำลังจะขยายวงออกไปถึงนโยบายอื่นๆ เช่นน้ำมันแพง เป็นต้น
Infodemic มาจากส่วนผสมของคำว่า information และ epidemic ซึ่งหมายถึงการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างไกลของข้อมูล ทั้งที่ถูกและที่ผิด ครอบคลุมถึงข้อเท็จจริง ข่าวลือ ข่าวสะเทือนขวัญต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคสับสนและไม่สามารถแยกแยะแก่นแท้ของสาระได้
เศรษฐกิจทั่วโลกเชื่อมโยงกันหมด ระบบการเงินการธนาคารติดต่อกันเป็นลูกโซ่สลับซับซ้อน เมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้นซึ่งกระทบจุดใดจุดหนึ่ง ก็จะส่งผลรวดเร็วและกว้างไกล ข้อมูลทั้งจริงและเท็จจะเดินทางโดยพาหะ ทั้งสื่ออาชีพและโซเชียลมีเดีย
สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความหวั่นไหวในการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก สถาบันการเงินแห่งหนึ่งคาดว่าหากสงครามเกิดขึ้นแล้วนำ้มันอาจจะสูงถึง 120 ยูเอสดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ความวิตกกังวลทำให้เกิดการขยับของราคาพลังงานทั่วโลก ทั้งที่สถานการณ์จริงอาจจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากรัสเซียอาจเพียงแค่ทดสอบปฏิกิริยาของผู้นำอเมริกันคนใหม่ และส่งสัญญาณเตือนประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตให้คิดรอบคอบว่า จะหวังพึ่งความคุ้มครองจากประเทศทางตะวันตกได้หรือไม่ อีกทั้งเป็นการแสดงพลังให้รู้ว่า รัสเซียยังมีอิทธิพลระดับมหาอำนาจอยู่ เพราะตั้งแต่ปธน.Bidenเข้ามารับตำแหน่งจะพูดถึงคู่แข่งที่สำคัญคือจีนอยู่เสมอ
เรื่องความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ การเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพจีน ความเสี่ยงของไต้หวัน การพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ปัญหาสิทธิมนุษยชน ความเหลื่อมล้ำเรื่องวัคซีนซึ่งยังแก้ปัญหาไม่ตก เนื่องจากนโยบายแต่ละประเทศไม่ประสานงานกัน และที่สำคัญที่สุดกว่าทุกประเด็นคือเรื่องสิ่งแวดล้อม มลภาวะและปัญหาโลกร้อน ซึ่งมีเพียงความหวังแต่ยังไม่เห็นผล
เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวด้วยความเศร้าใจว่า ประชาคมโลกอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายกว่าเมื่อห้าปีที่แล้ว หากเราไม่เลิกเห็นแต่ประโยชน์ในกลุ่มของตนและหันมาร่วมมือกันอย่างจริงจัง อนาคตของเราจะมืดมน
อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ขยับขึ้นถึง 7.5% จากเดิม 6.8% ตลาดหุ้นลังเล จะขายเทเพราะเงินเฟ้อ หรือจะรอดูท่าทีเพราะเงินจะสะพัดเงินเฟ้อหมายถึงดอกเบี้ยจะต้องสูงขึ้น ดอกเบี้ยสูงขึ้นคือกำไรของบริษัทจะลดลง ราคาหุ้นจะลดลงด้วย
ธนาคารกลางอเมริกาจะแก้ปัญหาเงินเฟ้อด้วยการขยับขึ้นดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเพิ่มหมายถึงค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่หากชาวอเมริกันรายได้ปานกลางลงมาได้รับความเดือดร้อน ก็จะมีเงินอัดฉีดยังชีพออกมาอีก โดยทางตรงและทางอ้อม ทำให้เงินในกระแสเพิ่มขึ้นอีก เงินสะพัดมาก ไม่มีที่ลง ก็ไปลงที่ตลาดหุ้น วงจรนี้จะลงเอยอย่างไร ในเมื่อไม่มีเพดาน
การลงทุนแทบทุกอย่างในระยะนี้เป็นสิ่งที่วิเคราะห์ยาก เพราะตัวแปรและความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักการเหตุผลแบบเดิม ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม การบริโภคข่าวรวดเร็วและเป็นวงกว้าง บางครั้งบางคนขาดความละเอียดรอบคอบในการกลั่นกรองข้อมูล infodemicอาจทำให้ตัดสินใจแบบรีบร้อน ซื้อขายหุ้นหรือตัดสินใจในการลงทุนธุรกิจต่างๆ ด้วยอารมณ์มากกว่าหลักการ
ตั้งสติเปิดใจให้กว้าง ในโลกแคบใบนี้ มองไกลตั้งเป้าหมายชัดเจนและหนักแน่น อย่างที่ Cathie Wood of ARK invest ซึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์นักวิเคราะห์การลงทุนอเมริกัน ย้ำไว้ว่า เราอย่ามองการขยับของราคาหุ้นระยะสั้น แต่ให้มองไปที่เป้าหมายห้าปีข้างหน้าครับ






