วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัจจัยที่น่าจับตามองในปี65

สวัสดีปีใหม่ครับ ธนาคารกลางของสหรัฐฯแจ้งล่วงหน้าแล้วว่า จะขยับดอกเบี้ยขึ้นกลางปีค.ศ. 2022 เพื่อจัดความสมดุลย์สู้เงินเฟ้อ การขยับขึ้นทีละน้อย คาดว่าสามครั้ง จะทำให้การลงทุนทั่วโลกกระทบเป็นกระบวน

ระบบการเงินโลกปัจจุบันนี้ มาตรการดอกเบี้ยก็เหมือนยาลดหรือเพิ่มความดัน ต้องใช้ให้ถูกจังหวะเวลา และก็คอยสังเกตุอาการคนไข้ แถมแอบภาวนาด้วย เพราะคนไข้ปัจจุบันไม่เหมือนยุคเก่าครับ

เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐมั่นใจว่าปัญหาโควิดกำลังควบคุมได้แล้ว และจะทุ่มเทฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม กลับมาเป็นผู้นำโลก ส่งเสริมประชาธิปไตย รวบรวมพันธมิตรรับมือกับการเพิ่มพลังของจีน ฯลฯ มาถึงวันนี้กลับกลายเป็นว่า โควิดกลับมาเป็นปัญหาอันดับหนึ่งอีก

อเมริกาเจอโอมิครอนรอบนี้แทบตั้งตัวไม่ติด ขณะนี้โรงพยาบาลมีผู้ป่วยใช้เตียงแล้วประมาณ 72% บางเมืองเกือบเต็มพิกัด และเกรงว่าจะมีการปฏิเสธผู้ป่วยในอีกไม่กี่วัน ยอดผู้ติดเชื้อต่อวันในอเมริกาประมาณ 250,000 คน รัฐบาลเร่งจัดชุดตรวจหาเชื้อโควิดส่งฟรีถึงบ้าน 500ล้านหน่วย เพื่อต้องการตัดไฟแต่ต้นลม

สายการบินในสหรัฐต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินฉุกเฉินหลายครั้ง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่พอ บริษัทขายยาซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ต้องตัดเวลาบริการลงเนื่องจากพนักงานเมื่อยล้า

ต้นปี 2021 ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ 30,223 ถึงปลายปี (29ธค.) อยู่ที่ 36,398 ใครที่ดูดัชนีหุ้นที่ขึ้นสม่ำเสมอ มักจะสรุปว่าเศรษฐกิจดีขึ้น หากดูที่ตลาดหุ้นก็จะคิดว่าเศรษฐกิจของอเมริกาไม่กระทบกระเทือน

แต่ในความเป็นจริงผู้ประกอบการกำลังเตรียมตัวรับสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน หากควบคุมโควิดไม่ได้ พฤติกรรมของผู้บริโภคและผู้ประกอบการจะต้องเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดทันที สถานศึกษาต้องปรับตัวกลับไปที่เรียนออนไลน์ งานหลายประเภทต้องยอมให้พนักงานทำที่บ้าน เพราะหากบังคับให้มาที่ทำงาน อาจมีประท้วงโดยการลาออก ไปหานายจ้างใหม่ที่มีเทคโนโลยีทำงานออนไลน์ได้

Build Back Better งบประมาณสังคม 1.9 ล้านดอลลาร์อเมริกัน จะต้องผ่านด่านสำคัญให้ได้ภายในมีนาคม ถ้างบประมาณนี้ไม่ผ่านวุฒิสภา จะส่งผลต่อการเลือกตั้งกลางเทอม เสียงข้างมากในสภาผู้แทนหรือ/และวุฒิสภาอาจเปลี่ยนไปเป็นพรรครีพับลิกัน การประสานงานโครงการใหญ่ของทำเนียบขาวกับรัฐสภาก็จะสะดุด อเมริกาสะดุดโลกก็ไม่เดิน เพราะยูเอสดอลลาร์คือออกซิเจนของโลก

อเมริกาควบคุมโควิดไม่อยู่ แต่จีนควบคุมได้ (?)

ความเข้มงวดของจีนในการปิดพรมแดน และควบคุมใกล้ชิดในระดับชุมชน ใช้ทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบสุขอนามัยท้องถิ่น ประชาชนไม่มีโอกาสหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน จึงทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตนั้นเป็นอัตราน้อยมาก หากเทียบกับทางตะวันตก ซึ่งประชาชนขาดวินัย (สหรัฐเสียชีวิต 840,000 คน จีนเสียชีวิต 4,636 คน) หรือประเทศที่ไม่มีทรัพยากรเลย (ทวีปอัฟริกาได้รับการฉีดวัคซีนเพียงแค่ 7%)

จีนประกาศแน่วแน่กับนโยบายกำจัดโควิดให้เหลือ 0% แต่ปัญหาคือจีนไม่สามารถจะปิดประเทศได้ตลอดไป ภูมิต้านทานของชาวจีนอาจจะไม่พร้อมต่อการกลายพันธุ์ต่างๆซึ่งแพร่หลายทั่วโลก จีนควบคุมได้แต่เปิดประเทศเมื่อไหร่ชาวจีนก็ไร้ภูมิต้านทาน

หุ้นของบริษัทชั้นนำในจีนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นอเมริกานั้น กำลังรอความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนให้กลับมา หุ้นราคาตกอย่างรุนแรงทั้งที่บริษัทเหล่านี้มีความมั่นคงและตัวเลขต่างๆชี้เห็นถึงโอกาสการเติบโต ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนลดลงเนื่องจากกลัวความเข้มงวดของรัฐบาลจีน และข่าวลือเรื่องบริษัทของจีนอาจโดนบังคับให้ออกจากตลาดหุ้นอเมริกา

ผลกระทบลูกโซ่จากภายนอก ทำให้สภาพคล่องตัวของการเงินในจีนเริ่มส่งปัญหา ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ลามไปแทบทุกอุตสาหกรรม แถมเรื่องการแก้ปัญหาโควิดกันคนละอย่าง จึงทำให้เกิดเสียงเรียกร้องหนาหูภายในจีนเพิ่มขึ้นทุกวันว่า จีนอาจจะต้องปรับยุทธวิธียอมเสียหน้า และหันมาใช้วิธีประนีประนอมกับอเมริกาโดยสันติ ลดทิฏฐิ เพื่อความอยู่รอดและรุ่งเรืองระยะยาว คล้ายนโยบายของเติ้งเสี่ยวผิง

ปัจจัยที่น่าจับตามองในปีค.ศ. 2022

อาจมีการดำเนินคดีอาญากับอดีตประธานาธิบดีทรัมพ์ เรื่องแทรกแซงผลการเลือกตั้ง หรือคดีเกี่ยวข้องกับภาษีธุรกิจและส่วนตัว ส่งผลวุ่นวายทางการเมืองภายในสหรัฐฯ

ความกดดันจากประชาชนชาวจีนต่อรัฐบาล โดยการใช้เทคโนโลยีสื่อสารรวมพลังผลักดันนโยบายแปลกใหม่ ซึ่งไม่อยู่ในแผนระยะยาวของพรรคคอมมิวนิสต์ เช่นการเปิดประเทศและปฏิรูปกฎหมาย

ดิจิตัลเทคโนโลยีแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลกบางส่วน มีการใช้บล็อกเชนและปัญญาประดิษฐ์ สร้างความยุติธรรมเรื่องการเงินการธนาคาร crypto อาจมีกฎหมายของบางประเทศใหญ่เข้ามารองรับ ซึ่งจะทำให้ความนิยมพุ่งขึ้น และประเทศที่ประกาศต่อต้านต้องปรับตัวตามผู้บริโภค

เทคโนโลยีอวกาศ และความร่วมมือกับบริษัทเอกชน จะเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการใช้พลังงาน เพิ่มความสนใจและมาตรการปฏิบัติอย่างจริงจังเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อม

ภัยธรรมชาติอาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและบ่อยครั้งในสถานที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้เกิดการอพยพข้ามเขตแดน

เราผ่านปีค.ศ. 2021 มาได้ก็นับว่าเป็นทุนที่ดีแล้วครับ ปีนี้เตรียมตัวใช้กลยุทธ์ใดใกล้มือ ต้องไขว่คว้ามาเตรียมไว้ก็ต้องทำใจ ปีค.ศ. 2022 จะทดสอบอีกครั้งว่าเราคือใคร อะไรสำคัญก่อนหลัง

กรุงเทพประชากร 10.5 ล้านคน ติดเชื้อโควิด 400 กว่าคนต่อวัน ขณะที่นิวยอร์กประชากร 8.3 ล้านคน ติดเชื้อวันละ 50,000 คน อาจเป็นคติเตือนใจให้เราเห็นว่า แม้มีทรัพยากรน้อยแต่ความร่วมมือในสังคมสูง เราก็จะฟันฝ่าอุปสรรคได้ครับ