สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงที่ผ่านมาก นอกจากข่าวคราวเรื่องการคลายล็อกสถานที่ต่างๆ ที่ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ก็เห็นคนเต็มไปทุกพื้นที่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ที่คนออกมาใช้จ่ายให้เศรษฐกิจได้ขับเคลื่อนไป
แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดูแลตัวเอง ล้างมือบ่อยๆ และ สวมหน้ากากตลอดเวลาที่ออกไปแหล่งชุมชนด้วยนะครับ
และนอกเหนือจากข่าวเรื่องการคลายล็อคต่างๆแล้ว หลายท่านคงได้เห็นข่าวน่าตื่นเต้นและดูแปลกใหม่ของวงการการเงินอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ การที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ( SCB) ออกมาประกาศตั้งตัวเป็นเหมือน โฮลดิ้งส์ที่เรียกกว่า SCBX หรือที่ตัว SCB เองเรียกตัวเองว่าเป็นยานแม่ โดยมียานลูกที่เป็นธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำ Venture Capital ที่ร่วมกันระหว่าง SCB กับ CP หรือ AISCB ที่ทำร่วมกับ AIS หลายคนอาจมีคำถามว่า SCB ทำแบบนี้ไปทำไม คำตอบง่ายๆเลยครับ การทำแบบนี้จะทำให้เกิดอิสระในการบริหาร และง่ายต่อการตัดสินใจต่างๆได้ง่ายขึ้น แต่ผู้อ่านรู้หรือไม่ครับ ว่านี่ไม่ใช่บริษัทแรกที่ทำแบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีธุรกิจที่ทำโครงสร้างแบบนี้ไปแล้วหลายบริษัท อย่างเช่นบริษัท ทิพย ประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP ที่ได้ทำการจดทะเบียนเป็น Holding Company โดยมีการแลกหุ้น TIP ไปเป็น TIPH หรือ บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นั่นเอง โดยมีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในการแลกหุ้นนี้เกือบ 100%
หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วจะแลกหุ้นกันไปทำไม สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือการทลายกฎเกณฑ์ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ช้าเพราะด้วยเงื่อนไขของ TIP เอง ที่เป็นบริษัทประกันภัย ที่มีกฎเกณฑ์บางอย่างที่ไม่เอื้อต่อการทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่พอปรับโครงสร้างเป็น Holding Company แล้ว จึงเป็นการเสริมประสิทธิภาพในการสนับสนุนการเติบโตได้รวดเร็วมากขึ้น เช่น การที่สามารถ leverage เอาส่วนทุนไปขยายเป็นส่วนหนี้ แล้วทำให้มีเงินลงทุนมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ต้องเติบโตด้วยทุนของตนเองเท่านั้น ตอนนี้ก็สามารถมีเงินทุนจากหลายๆแหล่งเข้ามา โดยไม่ต้องเรียกเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น ทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างทวีคูณ
ในการนำเงินไปลงทุนก็เช่นกัน หากเป็นเมื่อก่อนทาง TIP อาจมีข้อจำกัดของประเภทธุรกิจที่นำเงินไปลงทุน หรือ มีข้อจำกัดของการลงทุนที่ต้องไม่เกิน10% ของหุ้นของธุรกิจนั่น แต่หากเป็น TIPH แล้วก็สามารถลงทุนในธุรกิจประเภทใดก็ได้ จำนวนกี่เปอร์เซนต์ก็ได้ ตามที่บอร์ดบริหารของ TIPH นั่นเห็นสมควร โดยเบื้องต้นนี้ทาง TIPH มีนโยบายที่จะลงทุนใน ธุรกิจบริษัทประกันภัยและประกันชีวิตทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจโบรคเกอร์ประกัน ธุรกิจสินเชื่อ รวมถึง ธุรกิจที่สนับสนุน Insurance Eco System และธุรกิจ Tech ที่สนับสนุนการประกัน ทำให้ TIPH เติบโตได้อย่างสุดจินตนการเลยครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่นักลงทุนต้องหันกลับมาสนใจหุ้น TIPH คือ ก่อนหน้านี้ TIP มี P/E อยู่แค่เลขหลักเดียว แต่หากเป็น TIPH แล้วนั่นก็สามารถไปลงทุนในธุรกิจอื่นๆเช่นโบรคเกอร์ ที่เป็นธุรกิจที่มี P/E สูง ซึ่งในตลาดซื้อขายกันด้วย P/E อยู่ที่ 30-40 เท่า รวมไปถึงสิ่งที่ TIP ไม่เคยทำมาก่อนคือธุรกิจสินเชื่อ ที่น่าจะเป็นการปล่อยกู้ให้กับคนที่ทำกรมธรรม์ในบริษัทตัวเอง ลองนึกภาพตามนะครับหากเราปล่อยกู้ให้กับคนที่ทำกรมธรรม์กับ TIP หากคนนั่นไม่ได้จ่ายเงินค่าเบี้ย TIP ก็ยุติการให้ความคุ้มครอง เรียกได้ว่าบริษัทสินเชื่อที่กำลังจะตั้งใหม่แทบจะไม่มีหนี้เสียเลยนะครับ ผมชื่นชมในแนวคิดครับ เพราะทาง คปภ.ก็ สนับสนุนให้คนไทยมีกรมธรรม์มากขึ้น เพื่อช่วยให้คนส่วนใหญ่ มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น แต่ปัญหาของคนไทยบางกลุ่มที่ไม่ค่อยเลือกทำประกัน ก็เพราะ ไม่ตระหนักถึงความจำเป็น หรือบางครั้งก็ ขาด สภาพคล่องทางการเงิน แต่หาก TIPH ทำเรื่องนี้สำเร็จก็จะสามารถทำให้คนไทยมีประกันมากขึ้น มีความมั่งคงในชีวิตมากขึ้น
แต่ไม่ว่าสิ่งที่ TIPH กำลังจะทำอะไรต่อไปนั่น มันก็คงเหมือนการดูซีรีย์ดีดีซักเรื่องหนึ่ง ที่อยากให้ทุกคนได้ติดตามดูกันนะครับ ว่าจะมีการหักมุม สนุกแค่ไหน มีบทรัก หรือบทเศร้าในซีรีย์เรื่องนี้หรือเปล่า การเลือกปรับตัวของ TIPH และ SCBX ครั้งนี้ ก็ทำให้ผมได้มองเห็นว่า การที่เราเจอปัญหา เราจะบอกว่ามีปัญหามากมายเยอะแยะ จนทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จ หรือเราจะเลือกมองหาวิธีการ และกระโดดข้ามปัญหาเหล่านั้นเพื่อที่เราจะได้เติบโตอย่างไม่มีลิมิต ขอเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้เจอมุมมองและวิธีการที่ดี และเราจะก้าวข้ามผ่านช่วงนี้ไปด้วยกันนะครับ






