วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โอลิมปิกวิถีใหม่

แม้ต้องเจออุปสรรคมากมาย แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ชาติในครั้งนี้นอกเหนือจากเป็นเวทีสำคัญของนักกีฬาทั่วโลกที่ได้มาชิงชัยพิชิตเหรียญโอลิมปิกกันแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้หยุดพักจากความตึงเครียดในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เพื่อมาเชียร์นักกีฬาของประเทศตัวเองไปพร้อม ๆ กัน

บทบาทของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทุกครั้งไม่ได้มีแค่มิติของการกีฬาแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนในแต่ละประเทศทั่วโลกได้ภาคภูมิใจในประเทศของตัวเองที่ได้พิชิตเหรียญกีฬาประเภทต่างๆ มาได้สำเร็จ

เพราะชั่วเวลาที่ทำการแข่งขันแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่การฟิตซ้อมและฝึกฝนอาจกินเวลายาวนานหลายปี เช่นเดียวกับเหรียญทองประวัติศาสตร์ของไทยที่ได้จากกีฬาเทควันโดนั้นก็ต้องใช้เวลาถึงเกือบ 20 ปี ทัพนักกีฬาจากชาติต่างๆ ที่กำลังชิงชัยกันอยู่ในเวลานี้จึงทุ่มสุดตัวไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศเล็ก เพราะทุกเหรียญก็ล้วนมีความสำคัญเหมือนกันหมด

แต่เราคงรู้กันดีว่าโอลิมปิกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ตามแผนเดิมที่วางไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และต้องผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าจะยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขัน ซึ่งก็ได้ลงมติว่าเลื่อนมาจัดในเดือนกรกฎาคมปีนี้แบบทุลักทุเล

เพราะการแข่งขันโอลิมปิกที่จัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1964 นั้นเป็นการเปิดตัวประเทศสู่ความเป็นจุดสนใจของโลกได้สำเร็จงดงาม เนื่องจากในช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นเพิ่งฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และกำลังพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคมครั้งใหญ่

เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศที่อาศัยกีฬาโอลิมปิกในการจุดประกายการเปลี่ยนแปลงในประเทศและยกระดับประเทศตัวเองสู่ระดับโลกได้สำเร็จ เช่นเกาหลีใต้ (ปี 1988) และจีน (ปี 2008) แต่ก็มีหลายประเทศที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเช่นกรีซ (ปี 2004) หรืออังกฤษ (ปี 2012)

ถึงแม้ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะการตัดสินใจจัดงานท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ญี่ปุ่นกลับใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีเพื่อจัดงานให้ได้ราบรื่นและทำให้เห็นศักยภาพของธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างดีที่สุด

นับตั้งแต่ประการแรคือมาตรการรักษาความปลอดภัยในสนามกีฬาและสถานที่ต่างๆ ที่แม้จะไม่มีกองเชียร์มาร่วมงานนับแสนนับล้านคนเหมือนการจัดกีฬาโอลิมปิกทุกครั้ง แต่จำนวนนักกีฬาทั่วโลก 11,000 คน ก็ต้องดูแลทั้งในด้านความปลอดภัยจากการก่อการร้ายและการระบาดของโรคโควิด-19

การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เข้าไปทำหน้าที่คัดกรองจึงไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะยิ่งทำให้มีคนมากขึ้นก็ย่อมเสี่ยงต่อการระบาดมากขึ้นตามไปด้วย หน้าที่ดังกล่าวจึงตกเป็นของ NEC ยักษ์ใหญ่ด้านคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่นที่ใช้ระบบตรวจจับใบหน้า ทั้งนักกีฬา ผู้สื่อข่าว โค้ช และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ

ระบบดังกล่าวจะใช้กล้องวงจรปิดที่กระจายติดทั่วทั้งสนามกีฬา สนามฝึกซ้อม หอพักนักกีฬา ฯลฯ รวมถึงกล้องที่ติดประจำกายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากบริษัท SECOM ของญี่ปุ่น ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบเอไอในการวิเคราะห์ตัวตน ทำให้รู้ได้ว่ามีใครอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรอยู่บ้าง

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยคือโดรน ที่บินตรวจการตรวจหาความผิดปกติต่างๆ เช่นรถที่ขับในพื้นที่เฝ้าระวังมีพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งระบบเอไอจะวิเคราะห์และแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทันที ทำให้นักกีฬามั่นใจได้ในระบบรักษาความปลอดภัย