New Normal แท้จริงแล้วก็คือ New Beginning ของวิถีชีวิตแบบใหม่
แม้ว่าโควิดจะทำให้วิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไปมากมาย แต่เมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องอยู่คู่กับโรคร้ายนี้ต่อเนื่องไปอีกนาน ก็ทำให้ต้องเรียนรู้ที่จะต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่มีสติ มีสมาธิในการใช้ชีวิตและใช้วิจารณญาณให้มากขึ้น ต่อด้วยความพึงพอใจในการใช้ชีวิตเท่าที่มีหากไม่เจ็บป่วย ไม่ตกงานก็ถือว่าโชคดีมากจึงควรเอื้อเฟื้อผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบให้มากที่สุด
ต่อกันในประการที่สี่ อย่าให้โควิดทำลายสายสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่น เพราะแม้จะเดินทางได้ไม่สะดวกเหมือนเดิมแต่ก็มีเทคโนโลยีมากมายเอื้อให้เราติดต่อพบปะญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงได้แบบเห็นหน้าเห็นตาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มเกิดใหม่จำนวนมากที่ช่วยให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีโอกาสได้พบปะเพื่อนใหม่ที่มีความชอบหรือมีความสนใจในเรื่องที่คล้ายคลึงกัน ความเชื่อที่ว่าโควิดทำให้เราเปล่าเปลี่ยวเดียวดายมากขึ้น จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป
ประการที่ห้า เวลาว่างที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พัฒนาให้ตัวเราเองมีเนื้อหาสาระในชีวิตเพิ่มมากขึ้น เพราะโควิดได้เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หลักสูตรต่างๆ ทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมพิเศษโดยผู้สอนชื่อดังระดับโลกล้วนถูกนำมาใส่ในแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์มากมายให้เราเลือกเรียนได้อย่างเสรี หรือถ้าสนใจภาพยนตร์ เพลง ก็จะพบว่าผู้ให้บริการคอนเทนต์มีรายการใหม่ๆ ให้เราเลือกชมมากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
กิจกรรมทั้งหมดนี้เอื้อให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ เสพภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ต่างๆ หรือสารคดีที่น่าใจ และยังสามารถทำไปพร้อมกับคนในครอบครัว เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ครอบครัวไปได้ในเวลาเดียวกันเพราะในอดีตคงหาโอกาสยากมากที่สมาชิกครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นเวลาหลายเดือน
ประการที่หก ต้องตระหนักว่าวิถีใหม่หรือ New Normal นั้นแท้จริงแล้วก็คือ New Beginning หรือจุดเริ่มต้นของวิถีชีวิตแบบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมเพราะสภาพแวดล้อมของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ดังนั้นการเฝ้ารอคอยวิถีชีวิตแบบเดิมให้กลับมาจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้
ประการที่เจ็ด การจมอยู่กับความเครียดเพราะเฝ้ารอการกลับมาใช้ชีวิตปกติมักลงเอยที่การเสพข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียตลอดเวลาซึ่งมักจะเป็นการเสพข่าวเชิงลบซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่เรามีทางเลือกในชีวิต ด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมายซึ่งย่อมทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
ประการที่แปด หากเราเข้าใจความเป็นไปที่เกิดขึ้นและเลือกผ่อนคลายตัวเองก็จะทำให้ลดความเครียดและสามารถนอนหลับพักผ่อนได้เพียงพอ คืออย่างน้อย 7 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้เรามีสุขภาพใจและสุขภาพกายที่ดีขึ้น
การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้เรามีกำลังลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในวันรุ่งขึ้นได้อย่างเต็มที่ แต่การจะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องรู้จักปล่อยวางเรื่องกวนใจต่างๆ ที่เข้ามารบกวนจิตใจโดยเฉพาะข่าวสารเชิงลบต่าง ๆ ที่ต้องรู้จักปล่อยวางเสียบ้าง
ประการสุดท้าย การสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีจิตใจแจ่มใส ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือสมุนไพรใดๆ แต่เน้นการสร้างความสุขจากภายใน ทั้งการรักษาสุขภาพจิตและการออกกำลังกายเป็นประจำ กินอาหารให้ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
หากเรามีกิจวัตรประจำวันที่ดี เช่นวิ่งเป็นประจำทุกวัน เล่นโยคะ ดูหนัง ฟังเพลง พูดคุยกับเพื่อนฝูงเสมอ อ่านหนังสือที่ชอบ ก็จะทำให้เรามีสมองที่ปลอดโปร่ง คิดอะไรก็มักจะเป็นแง่บวก และทำให้ชีวิตในแต่ละวันมีความสุข มีพลังที่จะใช้ชีวิตต่อไป






