‘จุดยืน’ไม่ชัด ฉุดคะแนนนิยม

 ‘จุดยืน’ไม่ชัด  ฉุดคะแนนนิยม

000 เหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์ที่คนไทยจะได้ร่วมกันใช้สิทธิลงคะแนนให้“คนที่รัก-พรรคที่ชอบ-นายกฯที่ใช่”

ดังนั้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันชี้ชะตาในวันที่ 24 มี.ค.นี้ เราจึงได้เห็นภาพความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองที่ต่างงัดกลยุทธ์ ทุกกระบวนท่าเพื่อช่วงชิงที่นั่งส.ส.ให้กับพรรคตนเองให้ได้มากที่สุด

000 และนอกเหนือจากนโยบายที่แต่ละพรรคหยิบยกมาประชันกันเพื่อเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรคแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องจับตาไม่แพ้กันนั่นคือ ท่าที” หรือ จุดยืนทางการเมือง

ภายหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคใหญ่และพรรคขนาดกลางที่ถูกมองว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญ ในการจับขั้วทางการเมือง” หนึ่งในนั้นมีชื่อ “พรรคภูมิใจไทย” รวมอยู่ด้วย

000 ก่อนหน้านี้ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยโดยเฉพาะหัวหน้าพรรคอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล” ดูเหมือนว่าจะยังคงสงวนท่าทีในเรื่องนี้ โดยบอกเพียงว่า ต้องรอดูท่าที รวมทั้งรวมถึงผลเลือกตั้งที่จะออกมาก่อน

000 โดยอนุทิน” เคยเปิดใจกับกรุงเทพธุรกิจก่อนหน้านี้ถึงประเด็นดังกล่าวว่า สิ่งแรกคือต้องเข้าไปในสภาให้ได้ก่อนและหลังจากเราทราบผลซึ่งไม่ใช่ผลเฉพาะของเราพรรคเดียว แต่เราต้องทราบผลของพรรคอื่นเขามีรูปแบบอย่างไรหลังจากการเลือกตั้งเราจึงตัดสินใจได้

000 แต่ทว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา อนุทิน กลับออกมาพูดถึงท่าทีและจุดยืน การสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯที่พรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนคือ ต้องเป็นส.ส. และมาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรและไม่เห็นด้วยกับการที่ให้ 250 ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ

000 อย่างที่รู้กันว่า “250ส.ว.” ซึ่งมาจากการปลุกปั้นโดยคสช.จะเป็นเสมือนพรรคการเมือง 1 พรรคใหญ่ที่จะมาเติมเสียงให้พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และดัน บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกหนึ่งสมัย 

000 อีกหนึ่งพรรคที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการจับขั้วทางการเมืองหนีไม่พ้นพรรคเก่าแก่อย่าง พรรคประชาธิปัตย์”  ซึ่งล่าสุดมีท่าทีมาจาก เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่ออกมาระบุอย่างชัดเจน ถึงท่าทีทางการเมืองหลังเลือกตั้งอย่างชัดเจนว่า ชัดๆ เลยนะครับผมไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯต่อแน่นอน

000  การที่ผู้นำจากทั้ง 2 พรรคซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในการจับขั้วทางการเมือง ออกมาประกาศท่าทีที่ชัดเจนเช่นนี้ มุมหนึ่งอาจสื่อนัยเกี่ยวกับสมการการเมืองภายหลังการเลือกตั้งที่อาจเปลี่ยนไปจากที่มีการคาดหมายไว้ก่อนหน้านี้

000 ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ต่างจากครั้งที่ผ่านมาที่เป็นการขับเคี่ยวระหว่าง 2 พรรคใหญ่ แต่มาครั้งนี้เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างกลุ่มที่ สนับสุนคสช. และ ไม่สนับสนุนคสช.” ดังนั้นหากพรรคการเมืองไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ แง่หนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชน และอาจเป็นส่วนสำคัญในการ ฉุดคะแนนนิยม ของแต่ละพรรคก็เป็นได้

000 ดังนั้นการที่บรรดาพรรคการเมืองออกมาแสดงท่าทีชัดเจนในช่วงโค้งสุดท้าย จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ไม้ตายสำคัญในการเรียกคะแนนนิยม และเป็นการสร้างความมั่นใจซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนที่จะลงคะแนนอยู่พอสมควรเลยทีเดียว!

 โดย... ดารากร