การสำรวจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรพบว่า ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยนับแต่ปี 2556 จนถึงปี 2560 มีเพียงกว่า 4.5 - 4.6 ล้านตันต่อปี
ขณะที่ความต้องการใช้จริง ตามความต้องการของตัวพันธุ์สัตว์ จะมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ 8 ล้านตันต่อปี
ความเดือดร้อนจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ เป็นเหตุให้ต้องสรรหาวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาใช้ อย่างข้าวสาลี
ด้วยความที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการปกป้องไม่ให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าข้าวสาลี จึงกำหนดให้ผู้ที่ต้องการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ จะต้องรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ในอัตรา 3:1 ด้วยการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3 ส่วนในราคา 8 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน
ปัญหาอยู่ที่ว่า สินค้าเกษตรเป็นสินค้าคอมมูดิตี้ ทำให้ราคาขึ้นลงตามกลไกตลาด หรือตามอุปสงค์ อุปทาน เมื่อคำนวณตามมาตรการของรัฐ จะสามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ในปริมาณ 1.5 ล้านตัน เมื่อรวมกับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศที่มีอยู่ จะพบว่า ยังขาดผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามความต้องการของภาคปศุสัตว์อีก 2 ล้านตัน
สภาพของเกษตรกรในภาคปศุสัตว์ไม่ต่างกับการถูกมัดตราสังข์ ไม่สามารถขยับตัวได้ เนื่องจากเกษตรกรต้องใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารสัตว์ ไม่ว่าราคาจะสูงขึ้นไปเพียงใด เกษตรกรก็ต้องซื้อ
สถานการณ์ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นับแต่ช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ที่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นนั้น ผลผลิตกลับอยู่ในความครอบครองของพ่อค้าคนกลาง จนถึงขณะนี้มีราคาที่ 9.50 บาทต่อกิโลกรัม และมีโอกาสที่ขยับเพิ่มสูงขึ้นถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ทั้งไก่ หมูและไข่ไก่ ต่างประสบกับสถานการณ์ราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นเหมือนการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์
ที่สำคัญราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับขึ้นมากนี้ ไม่ได้เป็นประโยชน์กับเกษตรกรที่ขายผลผลิตไปหมดแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าในส่วนที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถขายให้กับพ่อค้าคนกลางได้ในราคาประกันเหมือนกับที่พ่อค้าคนกลางขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์หรือไม่
การแก้ปัญหาของภาครัฐที่สนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพียงด้านเดียว ได้กลายเป็นภาระของเกษตรกรภาคปศุสัตว์ที่ถูกกำหนดให้มีต้นทุนสูงไปโดยปริยาย
ปมปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ จำเป็นที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาร่วมกันแก้ไขอย่างเร่งด่วนอย่างราคารับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำในการรับซื้อ ควรพิจารณากำหนดเพดานราคาไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นภาคปศุสัตว์คงยากที่จะมีโอกาสฟื้นตัว ที่แน่ๆ ขณะนี้หลายรายต้องออกจากอาชีพไปแล้ว เพราะไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนต่อไปได้
ต้นทุนหลักของภาคปศุสัตว์คือ อาหารสัตว์ที่คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 60 การเพิ่มขึ้นของราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มากกว่าร้อยละ 10 จากราคาเฉลี่ย 8 บาทต่อกิโลกรัมในขณะนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการสูงขึ้นตามไปด้วย
ไม่เฉพาะในประเทศที่มีปัญหา ภาคการส่งออกก็เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่างการส่งออกเนื้อไก่ที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละ 100,000 บาท ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย ระบุว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสัตว์ต่างประสบภาวะขาดทุน โดยต้นทุนไก่ในประเทศอยู่ที่ประมาณ34บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่30 - 31บาทต่อกิโลกรัมวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาสูงขึ้น จึงเป็นการซ้ำเติมภาคปศุสัตว์และการส่งออก
ในภาคการส่งออกปัจจุบัน ประเทศไทยมีคู่แข่งจำนวนมากโดยขณะนี้ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย รวมถึงบราซิล สามารถเข้าไปในตลาดประเทศญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป และในปีนี้ก็มีแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วย ทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ที่เป็นแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีที่สำคัญของโลก
เช่นเดียวกับสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก รายงานว่า ในส่วนของหมูเป็นทั้งตัวราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 42-45 บาทต่อกิโลกรัม แต่ส่วนของเนื้อที่สามารถขายได้มีเพียง 50 % ส่วนที่เหลือจึงเป็นการขายซาก
ในส่วนของผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระขาดทุนมา 4-5 เดือนแล้ว ยังต้องถูกบังคับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศตามมาตรการของภาครัฐ
ภาวะราคาเนื้อสัตว์ที่ตกต่ำนี้ ทางภาคปศุสัตว์ต้องดูแล และรับผิดชอบตัวเองโดยไม่ได้รับการปกป้องจากภาคส่วนใด จึงอยากให้ภาครัฐได้มองเห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็นในการดูแลภาพเกษตรตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต และให้การคุ้มครองอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดอาเซียนและตลาดโลก
หากภาครัฐเกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ไม่บูรณาการร่วมกันเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของภาคปศุสัตว์ไทยอย่างรอบด้าน ประเทศไทยคงไม่พ้นต้องสูญเสียตลาด ตามด้วยการพังพาบเป็นโดมิโนของบรรดาผู้เลี้ยงสัตว์เป็นแน่แท้
โดย...
เจตน์ สมคเน









