สองภาพนี้เป็นการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านทหารที่สมมติสถานการณ์ว่า หากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ มุ่งตรงไปแผ่นดินใหญ่สหรัฐ จะเกิดอะไร
คำตอบสั้นๆ ก็คืออเมริกาไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องหาทางสกัดตั้งแต่ต้นทาง แต่หากสกัดไม่อยู่ อาจจะต้องใช้ ระบบขีปนาวุธ interceptor เต็มรูปแบบเพื่อทำลายจรวดของโสมแดงกลางอากาศอย่างที่วาดภาพมาให้เห็น
หากถึงขั้นปะทะกันกลางหาวอย่างนี้, คงจะกลายเป็น ความตึงเครียดระดับโลก ที่อาจนำไปสู่สงครามได้แน่
ทางออกจึงควรจะต้องเป็นการเจรจาทางการทูต แม้ว่านาทีนี้จะไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำแต่อย่างไร
เพราะล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ยกโทรศัพท์ถึงผู้นำจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เพื่อบอกว่า จะต้องกดดันเปียงยางเพิ่มอีก
แม้จะมีการเรียกประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆ อีกหนึ่งชุด ก็ไม่น่าจะมีผลทางปฏิบัติที่จะทำให้ คิม จอง อึน ยอมหยุดโครงการนิวเคลียร์ของตนแต่อย่างใด
มิหนำซ้ำยังมีคำขู่ล่าสุดจาก นิกกี้ ฮีเลย์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติว่า “หากเกิดสงคราม เกาหลีเหนือจะถูกทำลายพินาศย่อยยับแน่นอน”
เป็นการย้ำแผลเดิม ที่ทรัมป์เคยไปประกาศที่สหประชาชาติก่อนหน้านี้ว่า “หากเกาหลีเหนือยังไม่หยุดคุกคาม สหรัฐจะต้องทำลายเกาหลีเหนือให้พินาศย่อยยับ”
เป็นประโยคที่คิม จอง อึน นำมากล่าวอ้างตลอดว่า นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีความชอบธรรม เพราะหากมีประเทศไหนขู่ว่าจะทำลายล้างคุณอย่างนี้ คุณจะอยู่เฉยๆ ให้ศัตรูคุณก่อเหตุที่จะทำลายประเทศและประชาชนของคุณได้อย่างไร
น่าสังเกตว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธล่าสุดตอนเกือบตีสาม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยังมืดค่ำ อีกทั้งยังยิงจากฐานบินเคลื่อนที่ (mobile launcher) ซึ่งแปลว่า เปียงยางไม่ต้องการให้สหรัฐ และพันธมิตรสามารถสะกดรอย ล่วงรู้ ความเคลื่อนไหวของการยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ล่วงหน้ามากนัก
เพราะเกาหลีเหนือรู้ดีว่าสหรัฐ มีระบบข่าวกรอง และขีปนาวุธในบริเวณใกล้ ๆ กับคาบสมุทรเกาหลีอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียมบนฟ้า สถานีเรดาห์ทั้งภาคพื้นดิน และในมหาสมุทรแปซิฟิค
สหรัฐ ยังติดตั้ง ระบบสกัดขีปนาวุธหรือ THAAD ในเกาหลีใต้ ที่พร้อมจะยิงจรวดสวนขึ้นกลางอากาศทันที ที่เกาหลีเหนือปล่อยจรวดขึ้นกลางอากาศ
นอกจากนั้น กองเรือรบสหรัฐในย่านนั้น รวมถึงฝูงเรือดำน้ำก็ยังพร้อมปฏิบัติการเพื่อระงับการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือได้อย่างทันท่วงที หากจำเป็น
สหรัฐยังมีฐานขีปนาวุธบนเกาะกวม ฮาวายและอลาสกา พร้อมที่จะเปิดศึกกับเกาหลีเหนือทางอากาศ
และหากสกัดไม่อยู่ ฐานทัพของสหรัฐ ในแคลิฟอร์เนียจะเป็นด่านหลักหน้าบ้าน ที่จะต้องสอยขีปนาวุธของโสมแดงลงให้ได้
เกาหลีเหนืออ้างว่า ด้วยศักยภาพที่พัฒนาใหม่นี้ ขีปนาวุธของเขาสามารถจะยิงได้ไกลทุกจุดของสหรัฐแล้ว
พูดง่ายๆ คือวอชิงตัน นิวยอร์ก ก็ตกอยู่ในรัศมีทำการของขีปนาวุธ ยุคคิมจองอึน
สิ่งแรกที่ผมคิดได้เมื่อเห็นความร้อนรุ่มรอบใหม่ของโลกก็คือ จะต้องจัดให้ให้มีสายตรงทรัมป์คุยกับคิมน้อย โดยมีสี จิ้นผิงเป็นคนกลาง!






