ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐบอกว่าคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือเป็น “Rocket Man” และ “Mad man”
ผู้นำมะกันบอกว่าเสียเวลาที่จะพูดคุยกับ “คิมน้อย” เพราะอดีตประธานาธิบดีสหรัฐตั้งแต่คลินตัน, บุชถึงโอบามาพยายามจะ “ทำดี” กับผู้นำโสมแดง, ก็ต้องล้มเหลวมาตลอด
ดังนั้น ทรัมป์ทวีตบอกรัฐมนตรีต่างประเทศเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ของตัวเองว่าไม่ต้องไปหาทางเจรจากับคิม “เราทำอะไรที่เราต้องทำก็แล้วกัน” ซึ่งทำให้บางคนตีความว่าทรัมป์กำลังจะเปิดศึกกับเกาหลีเหนือในเร็ววัน
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐนายพลจิม แมททิสออกมาสนับสนุนรัฐมนตรีต่างประเทศว่าควรจะหาทางออกทางการเมืองและการทูตมากกว่าการทหาร
ก็จึงเกิดคำถามว่าทำเนียบขาวกับกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมสหรัฐพูดจาภาษาเดียวกันในเรื่องเกาหลีเหนือหรือเปล่า
พอ NBC ออกข่าวว่าเร็กซ์ ทิลเลอร์สันเคยเรียกทรัมป์ว่าเป็น “moron” (ไอ้งั่ง) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ก็กลายเป็นเรื่องร้อนที่วอชิงตันทันที
ทิลเลอร์สันต้องออกมาแถลงข่าวเองว่าเขายังมีความจงรักภักดีต่อทรัมป์และไม่เคยคิดจะลาออกอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน
แต่พอนักข่าวถามว่าตกลงเขาได้เรียกทรัมป์ว่าเป็น “ไอ้งั่ง” จริงหรือเปล่า ทิลเลอร์สันไม่ตอบ เบี่ยงเบนไปบอกว่า “ผมไม่แสดงความเห็นเรื่องไร้สาระอย่างนี้”
เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับทรัมป์มีความตึงเครียดอย่างที่เป็นข่าวกระซิบกระซาบกันอย่างกว้างขวาง
แล้วอยู่ดี ๆ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ CIA หรือสำนักข่าวกรองกลางอันทรงอิทธิพลของสหรัฐคนหนึ่งก็ออกมาบอกว่าคิมจองอึนไม่ได้เป็น “คนบ้า” หรือ “คนเพี้ยน” อย่างที่อาจมีการวิเคราะห์กัน
ความจริง คิมเป็นคนมีเหตุมีผล และเป้าหมายของเขาก็คือการเป็นเผด็จการที่ต้องการจะอยู่ในอำนาจนานที่สุด พฤติกรรมของเขามีเป้าหมายสำคัญคือต้องการให้สหรัฐและโลกยอมรับเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ได้เหมือนชาติอื่น ๆ เท่านั้น
คนพูดชื่อ ยองซุกลี มีตำแหน่งเป็นรองผู้ช่วยผู้อำนวยการซีไอเอในหน่วยงานใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์เกาหลีเหนือเรียกว่าKorea Mission Center หรือ “ศูนย์ภารกิจเกาหลี”
นายยองซุกลีบอกว่า “คิมจองอึนต้องการสิ่งที่เผด็จการทุกคนต้องการ นั่นคือการอยู่ในอำนาจยาวนานที่สุด และตายอย่างสงบบนเตียงของตัวเอง”
เขาไม่เชื่อว่าคิมต้องการทำสงครามกับสหรัฐแม้ว่าจะใช้ภาษาดุดันและยั่วยุสหรัฐเพียงใดก็ตาม
นักวิเคราะห์ซีไอเอคนนี้บอกว่า “เป้าหมายระยะยาว” ของผู้นำเกาหลีเหนือวัย 35 คนนี้ก็คือการต่อรองเจรจากับสหรัฐเพื่อให้ตนสามารถเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขณะเดียวกันก็ให้สหรัฐถอนกำลังทหารออกจากคาบสมุทรเกาหลี
ผมอ่านความเห็นของเจ้าหน้าที่ซีไอเอเชื้อสายเกาหลีสัญชาติอเมริกันคนนี้แล้วน่าสนใจตรงที่ว่าเขากล้าพูดแย้งกับประธานาธิบดีของตัวเอง และฉีกแนวทางการวิเคราะห์ออกจากทิศทางของกลไกรัฐทั้งหลายในวอชิงตัน
ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือว่าซีไอเอจะมีข้อเสนอต่อทรัมป์อย่างไรหากมีความเชื่อว่าคิมไม่บ้าไม่เพี้ยน ทุกย่างก้าวของเขาคือการเดินหน้าต่อรองกับสหรัฐอย่างมีจังหวะจะโคนภายใต้ยุทธศาสตร์ที่กลั่นกรองอย่างรอบด้านของคนที่ทรัมป์เรียก Little Rocket Man?









