การทำการตลาดกับ’คนเจนวาย’หรือที่เราเรียกว่า’มิลเลนเนียล(Millenial)’ไม่ใชเรื่องง่าย ทั้งเอาใจยาก ขี้เบื่อและไม่อดทนกับอะไรที่ไม่ถูกใจนานๆ
แต่ก็เป็นกลุ่มที่สำคัญอย่างมากกับระบบเศรษฐกิจ ทั้งโครงสร้างประชากรที่มีขนาดใหญ่ครอบคลุมวัยรุ่นตอนปลายจนถึงคนทำงานที่อายุเลขสาม เป็นตลาดของคนหนุ่มสาวที่มีศักยภาพ ถูกใจอะไรก็ซื้อ กระทั่งบรรดาธนาคารยังอยากจะครองใจให้ได้
ธนาคารยูโอบีประกาศชัดเจนว่าภายในปี2019จะต้องขยายฐานลูกค้ากลุ่มเจนวายให้ได้ครึ่งนึงของทั้งประเทศสิงคโปร์จากปัจจุบันที่คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสาม และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพิ่งจะอัดโปรโมชั่น งดเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อกองทุนออนไลน์2เปอร์เซ็นต์สำหรับกลุ่มเป้าหมายอายุ 24-35ปี และลดขั้นต่ำของการซื้อหน่วยลงทุนจาก1พันดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 10เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น ส่วนนี้ยูโอบีมองว่าค่อนข้างคุ้มเพราะดึงดูดลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้พอสมควร นอกจากนี้ 20เปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายบัตรเครดิตของลูกค้ายูโอบีในสิงคโปร์ก็มาจากกลุ่มมิลเลนเนียลและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับประเทศไทย ไม่นานมานี้เพิ่งเปิดตัวบัตรเครดิต’ยูโอบี โยโล่แพลตตินั่ม(UOB Yolo Platinum)’ที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่รายได้ดี(Young Professional)ที่ชอบกินเที่ยวและแชร์ประสบการณ์บนสังคมออนไลน์ จูงใจด้วยส่วนลดและเงินคืน(Cashback) พร้อมทั้งชูคอนเซ็ปต์’You Only Live Once’ ซึ่งแปลอย่างง่ายได้ว่า’ชีวิตนี้มีครั้งเดียว’ซึ่งโดนใจบรรดาคนเจนวายเหลือเกิน ด้วยพฤติกรรมที่กล้าเสี่ยง กล้าค้นหาสิ่งใหม่ อยากจะใช้ชีวิตให้คุ้มในวันนี้มากกว่าจะคิดกังวลกับอนาคตข้างหน้า ขณะที่สิงคโปร์ใช้กลยุทธ์ผนวกทั้งบัตรเครดิตโยโล่ บัญชีเงินฝาก บัญชีการลงทุนเข้าไว้ด้วยกัน แต่เมื่อมาปรับใช้กับการสื่อสารการตลาดในประเทศไทยก็ต้องปรับให้เหมาะกับตลาดคนไทยด้วยจึงชูเรื่องบัตรเครดิตนี้เป็นจุดขาย
‘ชุน ฮิน ตัน’กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารยูโอบีประเทศไทยให้ข้อมูลกับทางกรุงเทพธุรกิจว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพที่ธนาคารให้ความสำคัญ เกือบสองทศวรรษที่ผ่านมาฐานของลูกค้าเติบโตขึ้นอย่างมาก และยังเดินหน้าผลักดันธุรกิจในฐานะธนาคารพาณิชย์ในประเทศ(Local Bank)ที่ให้บริการทั้งลูกค้าองค์กรและรายย่อย แม้แผนในปีนี้จะยังไม่ขยายสาขาเพิ่ม แต่ก็ยังคงจำนวนสาขาที่มีเอาไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นช่องทางติดต่อสำคัณของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยสาขาส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ตอนนี้รัฐบาลพยายามผลักดันสังคมไร้เงินสด(Cashless Society) แบงค์ชาติเองก็เพิ่งจะนำเสนอเรื่องการจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค้ดจากโมบายแอพพลิเคชั่นของธนาคารต่างๆ ซึ่งยูโอบีคาดว่าจะให้บริการได้ในปีหน้า
แม้ทิศทางนี้จะเหมาะกับคนเจนวายที่ใช้งานสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แต่ทางธนาคารก็ยังเชื่อว่าในภูมิภาคนี้รวมถึงประเทศไทยก็จะค่อยๆเปลี่ยนผ่านไป ไม่รวดเร็วเหมือนกันกับสิ่งที่ประเทศจีนเป็นอยู่ตอนนี้ เนื่องจากจำนวนของผู้สูงอายุในยุคเบบี้บูเมอร์ยังมีอยู่มากและนิยมใช้เงินสดอยู่
ส่วนเรื่องฟินเทคนั้น เป็นเทรนด์ที่ทุกส่วนต่างก็ต้องให้ความสำคัญ ยูโอบีตั้งทีม’ฟินแล็ป(FinLab)’เพื่อผลักดันกลุ่มฟินเทคให้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนและเติบโตในภูมิภาคซึ่งเชื่อว่าจะดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาในเครือข่ายได้ไม่น้อย แม้ว่ายูโอบีจะประกาศเอาใจคนเจนวายชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าจะลงทุนหรือทำอะไรที่หวือหวาเกินตัว ‘ชุน ฮิน ตัน’ยังเน้นย้ำเรื่องการบริหารงานแบบเข้มงวด ขยายกิจการอย่างเหมาะสม คงต้องดูจากนี้ว่า ยูโอบีจะเล่นกับตลาดรายย่อยต่อไปอย่างไร ท่ามกลางการแข่งขันของแบงค์ใหญ่ที่ดุเดือดเหลือเกิน






