วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

The Jack Ma Story

เรื่องราวของแจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบากรุ๊ปแห่งประเทศจีนที่กำลังขยายบทบาทไปทั่วโลกกำลังกลายเป็นซีรีย์ 6 ตอนทาง Nation TV เริ่มตั้งแต่ 20.15 น

เนื้อหาหลักของการเจาะลึกอภิมหาเศรษฐีคนนี้มาจากการสัมภาษณ์พิเศษที่ผมและทีมงานบุกไปที่เมืองหางโจวอันเป็นบ้านเกิดของเขาและเป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการของอาลีบาบากรุ๊ป

เป็นการสัมภาษณ์ที่เขาตอบคำถามสำคัญ ๆ ว่าด้วยวิธีคิด, แนวปฏิบัติและวิสัยทัศน์ของเขาต่อจีน, อาเซียนและโลก

ผมถามเขาเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนของเขาในประเทศไทย และความห่วงกังวลของธุรกิจ e-commerce ระดับกลางและเล็กในประเทศไทยและอาเซียนที่อาจจะถูกทำลายล้างหรือกลืนกินโดยยักษ์ใหญ่อย่างเขา

แจ็ค หม่าบอกว่าเขาเชื่อว่าอาลีบาบากรุ๊ปสามารถช่วยเกื้อหนุนให้ธุรกิจกลางและเล็กของไทยเจาะเข้าตลาดจีนที่กำลังเติบใหญ่ขึ้นทุกขณะได้โดยผ่าน platforms ต่าง ๆ ของเขา

เขาอ้างว่าอาลีบาบามาไทยไม่ได้ต้องการตลาดในประเทศ หากแต่ต้องการจะช่วยให้ธุรกิจในไทยสามารถขายของเข้าประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“จีนเคยรู้จักแต่ส่งออกแต่ต่อไปนี้จีนจะต้องเรียนรู้ที่จะนำเข้า และผมเชื่อว่าอาลีบาบาสามารถจะเล่นบทนี้ได้อย่างดี จึงหวังจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยและธุรกิจของไทยที่สนใจจะร่วมมือกันสร้างพลังใหม่ที่ว่านี้ร่วมกัน” แจ็ค หม่าบอกผม

ความจริงจะเป็นอย่างไรต้องคอยดูเมื่อลงมือทำกันอย่างจริงจังหลังจากที่เขานำทีมใหญ่มาประเทศไทยปลายปีนี้เพื่อวางรากฐานของการทำธุรกิจอาลีบาบาในประเทศไทยซึ่งรวมถึงการเสนอตั้ง e-commerce park ใหญ่ซึ่งอาจจะอยู่ในเขต “ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือ Eastern Economic Corridor หรือไม่ก็ได้

ซีรีส์ 6 ตอนที่จะนำเสนอในรายการ “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” จะย้อนไปดูชีวิตวัยเด็กของแจ็ค หม่าในเมืองหางโจวที่มาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่หากินด้วยการทำละครเร่ และเขาเองต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการในการทำมาหาเลี้ยงชีพจนได้เป็นครูธรรมดาคนหนึ่งของเมืองหางโจว

รายงานชุดนี้บอกเล่าถึงการใช้ชีวิตของแจ็ค หม่าที่ไม่ยอมแพ้ กล้าคิดนอกกรอบ ดิ้นรนด้วยตนเองเพื่อเรียนภาษาอังกฤษในขณะที่ทั้งประเทศจีนยังไม่สนใจกับภาษาต่างประเทศ

ความสำเร็จในหน้าที่งานการของเขามาจากความมุ่งมั่นและความกล้ารับการท้าทาย อีกทั้งยังไม่กลัวความล้มเหลวจนสามารถจุดประกายความคิดเมื่อได้สัมผัสกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ทเป็นครั้งแรกที่อเมริกาโดยไม่คาดฝัน

แจ็ค หม่ามีพรสวรรค์ด้านการแสดงออก สามารถพูดน้าวโน้มคนอื่น และเสนอเหตุผลได้อย่างน่าสนใจ นอกเหนือจากความอยากรู้อยากเห็นที่มีมากกว่าเพื่อนร่วมรุ่นเกือบทุกคน

“ผมจะทำให้ประเทศจีนเป็นสังคมไร้เงินกระดาษหรือ cashless society ภายในห้าปี” เขาบอกผม

ก่อนหน้านั้นเพียงไม่ถึงชั่วโมง แจ็ค หม่าขึ้นเวทีพูดคุยกับตัวแทนครูใหญ่จากถิ่นกันดารของจีนจำนวนกว่า 30 คนเพื่อแนะนำให้สร้างแรงบันดาลใจให้กับครูต่างจังหวัดที่ขัดสนทรัพยากรเกือบทุกด้าน

เดิมที ผู้ช่วยแจ็ค หม่ากระซิบผมว่าผู้ก่อตั้งอาลีบาบาจะมากล่าวเปิดงานนี้ของมูลนิธิแจ็ค หม่าเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น

แต่เอาเข้าจริง ๆ เขาพูดคุยกับครูใหญ่เหล่านี้ถึง 2 ชั่วโมงอย่างกระตือรือร้นและตั้งใจทั้ง ๆ ที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากกับครูต่างจังหวัดเหล่านี้

แต่ผมสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทหรือ passion ของเขาต่อการศึกษาโดยเฉพาะนักเรียนและครูในชนบทที่ขาดแคลนเกือบทุกอย่าง

“ถ้าการศึกษาในชนบทพัฒนาไม่ได้ ประเทศจีนก็ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ไม่ได้” เขาบอกผมอย่างจริงจัง

ด้านหนึ่งเขาต้องช่วยยกระดับปัญหาการศึกษาต่างจังหวัด

อีกด้านหนึ่งเขาต้องไล่ล่าเทคโนโลยีล่าสุดของโลกเพื่อแข่งกับยักษ์ใหญ่ทั่วพิภพ

เป็นสองภารกิจที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง แต่เป็นเป้าหมายที่แยกกันไม่ออก เพราะอย่างหลังจะเกิดไม่ได้หากสิ่งแรกไม่ได้รับการเหลียวแลและแก้ไขอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ดังนั้น The Jack Ma Story จึงเป็นเรื่องราวที่ไม่อยากให้พลาดชมเพื่อความเข้าใจถึงเส้นทางอนาคตของยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบาถึงโยงถึงทิศทางข้างหน้าของประเทศไทย

อย่าพลาดนะครับ