ภาพนี้คือเส้นทางของขีปนาวุธเกาหลีเหนือล่าสุดที่ยิงขึ้นเมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมา
นายกฯญี่ปุ่น ชินโซะ อาเบะ ประกาศว่านี่เป็นการ “คุกคามญี่ปุ่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน” เพราะเส้นทางของขีปนาวุธลูกนี้ออกจากฐาน Sunan ของเกาหลีเหนือข้ามแหลม Erimo ใกล้เกาะฮอกไกโดทางเหนือของญี่ปุ่นก่อนที่จะลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิก
ก่อนหน้านี้ โสมแดงทดลองขีปนาวุธหลายครั้งแต่ญี่ปุ่นไม่เคยรู้สึกว่าใกล้กับการทำสงครามเท่าครั้งนี้
ในหลายเมืองมีเสียงเตือนภัยดังลั่นว่า “โปรดทราบ นี่ไม่ใช่การซ้อม นี่เป็นเรื่องจริง เกาหลีเหนือเพิ่งจะยิงขีปนาวุธเหนือเกาะฮอกไกโด ขอให้ทุกคนหลบเข้าที่กำบังฉุกเฉินโดยด่วน!”
สำหรับคนรุ่นเก่าเสียงเตือนอย่างนี้ทำให้คนญี่ปุ่นย้อนกลับไปคิดถึงภัยพิบัติจากสงครามโลกครั้งที่สอง และสำหรับคนรุ่นใหม่ นี่เป็นเสียงที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินในชีวิตนี้
เกาหลีเหนือเพิ่งจะทดลองขีปนาวุธ 3 ลูกไปก่อนหน้านั้นเพียง 3 วันเท่านั้น แต่การทดลองครั้งก่อนๆ ไม่เคยมีเส้นโคจรที่บินเหนือญี่ปุ่นเพราะคิมจองอึนต้องการจะแสดงออกถึงความเป็นศัตรูเฉพาะกับอเมริกาเท่านั้น
แต่ครั้งล่าสุดนี้ เป็นการเปิดฉากเผชิญหน้ากับญี่ปุ่นอย่างเปิดเผย ทำให้ระดับความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
ทางการทหารสหรัฐประกาศทันทีหลังการยิงขีปนาวุธว่าเกาะกวมไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างไร
ที่หน่วยบัญชาการทางทหารของเกาะกวมต้องออกแถลงการณ์เช่นนั้นก็เพราะหน้านี้ เปียงยางได้ประกาศจะยิงขีปนาวุธ 4 ลูกไปลงรอบๆ เกาะกวมเพื่อแสดงถึงศักยภาพของตนในอันที่จะตอบโต้สหรัฐได้
คิมน้อยยังประกาศด้วยว่าบัดนี้เกาหลีเหนือได้พัฒนาขีปนาวุธถึงระดับพิสัยไกลที่สามารถยิงถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐอเมริกาแล้ว
แต่พอใกล้กลางเดือนสิงหาคมตามที่คิมน้อยประกาศว่าจะเปิดฉากเล็งให้เกาะกวมเป็นเป้า เขาก็บอกว่าจะชะลอการตัดสินใจเพื่อวัดใจสหรัฐก่อน
ผ่านไปเพียง 10 วันเกาหลีเหนือก็ยิงขีปนาวุธสามลูก
และอีก 3 วันต่อมาก็ยิงขีปนาวุธข้ามหัวญี่ปุ่นไปลงในมหาสมุทรแปซิฟิกหน้าตาเฉย ไม่สนใจว่าการกระทำเช่นนั้นอาจจะนำไปสู่การเผชิญหน้าอันไม่พึงปรารถนา
การกระทำล่าสุดของเปียงยางสะท้อนว่า เกาหลีเหนือไม่สนใจเรื่องแรงกดดันจากฝ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะมนตรีความมั่นคง หรือสหรัฐ หรือจีนแต่ประการใด
เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์ คณะมนตรีความมั่นคงมีมติลงโทษเกาหลีเหนือด้วยการห้ามส่งออกถ่านหิน, เหล็กและอาหารทะเลอันมีผลทำให้รายได้จากการส่งออกหายไปอย่างน้อยหนึ่งในสาม
แต่เกาหลีเหนือก็ไม่สน ไม่รู้สึกว่านี่เป็นแรงกดดันที่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ยังเดินหน้ายิงขีปนาวุธต่อไป
สหรัฐจะอยู่เฉยๆ ได้หรือในเมื่อการยิงขีปนาวุธล่าสุดของเปียงยางเท่ากับเป็นการตบหน้าวอชิงตันฉาดใหญ่ และจีนจะทำอย่างไรต่อไปในเมื่อเป็นที่ชัดเจนว่า คิมน้อย ไม่สนใจความรู้สึกและหน้าตาของสีจิ้นผิง เลยแม้แต่น้อย
คิมน้อยโยนลูกบอลมาลงที่หน้าตักของ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว
ทรัมป์ ประกาศอีกครั้งว่า “All options are on the table” แปลว่าพร้อมจะใช้ทางเลือกทุกทางในการเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ
แปลว่าพร้อมจะเปิดศึกทางทหารเช่นกัน
เกมนี้วัดดวงกันอย่างน่าหวั่นไหวยิ่งนัก






