ค่าส่วนกลาง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

ค่าส่วนกลาง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

จำเลย “นาย ก” เป็นเจ้าของร่วมของนิติบุคคลอาคารชุด “โจทก์” ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดกำหนดให้เจ้าของร่วมทุกราย

รวมถึงนาย ก มีหน้าที่ชำระค่าส่วนกลางให้แก่นิติบุคคลอาคารชุด นาย ก ต้องชำระค่าส่วนกลางเป็นเงินเดือนละ 2,000 บาท ให้ชำระล่วงหน้าคราวละ 12 เดือน หรือ 1 ปี ภายในวันที่ 31 ม.ค.ของปีถัดไป 

ทั้งนี้ นาย ก ค้างชำระค่าส่วนกลางตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดเป็นเวลา 3 ปี รวมระยะเวลา 36 เดือน รวมยอดค้างชำระเป็นเงินทั้งสิ้น 72,000 บาท (เจ็ดหมื่นสองพันบาท)รวมเงินเพิ่ม 20% ต่อปี ของยอดค้างชำระเป็นเงินอีก 14,400 บาท ตามข้อบังคับ และพระราชบัญญัติอาคารชุด มาตรา 18/1 วรรคสอง และดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ของยอดค้างชำระทั้งเงินต้น และเงินเพิ่ม รวมยอดหนี้ตามคำฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น 86,400 บาท (แปดหมื่นหกพันสี่ร้อยบาทถ้วน) 

ท้ายคำฟ้องระบุให้ “จำเลย” ชำระหนี้ ค่าส่วนกลาง เงินเพิ่ม ดอกเบี้ย และค่าทนายความอย่างสูงให้แก่ “โจทก์” นับจากวันฟ้องคดีต่อศาล อย่างไร ก็ดี นิติบุคคลอาคารชุด ได้บอกกล่าวนาย ก ให้ชำระหนี้แต่นาย ก กลับเพิกเฉย ไม่ดำเนินการตามหนังสือบอกกล่าว นิติบุคคลอาคารชุดจึงจำเป็นต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่ง หรือ คำพิพากษาให้ชำระหนี้

อนึ่ง คดีพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ศาลแขวงพระนครเหนือ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยนาย ก มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน ที่เขตลาดพร้าว

เมื่อนิติบุคคลอาคารชุด ยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาล ศาลได้กำหนดวันนัดคู่ความทั้งสองฝ่าย อีก 90 วันข้างหน้า นับจากวันฟ้อง เมื่อถึงวันนัดพร้อม นิติบุคคลอาคารชุด โดยผู้รับมอบอำนาจ พร้อมทนายความเดินทางมาศาล ส่วยนาย ก ไม่มาศาล อีกทั้งขาด การยื่นคำให้การต่อสู้คดีความดังกล่าว ตลอดจนไม่มีผู้รับมอบอำนาจมาปรากฏตัวต่อศาล 

ผู้พิพากษาศาล เจ้าของสำนวนได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคดีตามที่นิติบุคคลอาคารชุด ฟ้องจำเลย เป็นไปตามคำฟ้องหรือไม่ ผู้รับมอบอำนาจ “โจทก์” ตอบผู้พิพากษาศาล รายละเอียดทั้งหมดเป็นไปตามคำเบิกความที่ทนายความ “โจทก์” ยื่นให้แก่ผู้พิพากษาศาล เจ้าของสำนวนพิจารณา ทุกประการ 

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษา สรุปความว่า... ให้นาย ก ชำระหนี้ ค่าส่วนกลาง เงินเพิ่ม ตามคำฟ้อง พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี นับจากวันฟ้องคดี และให้ชำระ ค่าทนายความให้แก่โจทก์ในอัตรา 5,000 บาท

อย่างไรก็ดี ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคดีความดังกล่าว ตกอยู่กับ “จำเลย” เจ้าของร่วมทั้งสิ้น เนื่องจากนาย ก ปฏิเสธการชำระค่าส่วนกลาง ตามที่นิติบุคคลอาคารชุดส่งใบแจ้งเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าว ทำให้นิติบุคคลอาคารชุด ได้รับความเสียหาย และ นาย ก ในฐานะ เจ้าของร่วมในนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว ยังต้องสูญเสียสิทธิการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม ตามข้อบังคับ และพระราชบัญญัติอาคารชุด มาตรา 18/1 วรรคสอง

อีกทั้งยังมีลักษณะต้องห้าม ตามข้อบังคับ และพระราชบัญญัติอาคารชุด ตามมาตรา 35/1 (6) กล่าวคือ ไม่สามารถลงสมัครตำแหน่งผู้จัดการของนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวได้

“จำเลย”เลือกการไม่ยื่นคำให้การต่อสู้คดีความในชั้นศาล อีกทั้งไม่ส่งผู้แทนรับมอบอำนาจ และไม่เดินทางมาศาลในวันกำหนดนัดคู่ความทั้งสองฝ่าย “จำเลย” จึงเสียประโยชน์จากการต่อสู้คดี ทั้งการเจรจา ต่อรอง หรือการขอประนีประนอม ยอมความกับคู่ความ“โจทก์”ซึ่งอาจสามารถพูดคุยกำหนดแนวทางการชำระหนี้ค้างชำระต่อทั้ง“โจทก์”หรือผู้พิพากษาศาล เจ้าของสำนวนพิจารณาได้ ซึ่งอาจสามารถหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายได้ แต่นาย ก กลับมิได้ใส่ใจ

วันนี้ นาย ก เดินทางเข้าพบผู้จัดการ ณ สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดขอให้ “โจทก์” ผ่อนผันการชำระหนี้ค่าส่วนกลางค้างชำระ เงินเพิ่ม ดอกเบี้ย ค่าทนายความที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาเมื่อเดือนที่ผ่านมาเป็นงวด โดยให้เหตุผลในการไม่สามารถเดินทางไปศาล ตามกำหนดนัด ตามคำฟ้องได้ด้วยเหตุมีภารกิจจำเป็น ณ ต่างจังหวัด 

อย่างไรก็ดี นิติบุคคลอาคารชุดให้คำอธิบายนาย ก ไม่สามารถกระทำได้ นาย ก มีหน้าที่ชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด ตามที่ศาลท่านมีคำพิพากษา ซึ่งนิติบุคคลอาคารชุด จักได้ถอนคำร้องการบังคับคดี เพื่อขอยึด อายัดทรัพย์ของ "จำเลย” ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในคราวต่อไปด้วย