การตลาดกับไข่ เหมือนจะง่าย แต่ไม่ใช่

การตลาดกับไข่ เหมือนจะง่าย แต่ไม่ใช่

วานนี้เล่าเรื่องของมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ที่บรรดาฟาร์มต่างๆ ต้องปรับตัวแล้ว

วันนี้มองไกลออกไปอีก จากเรื่องของตัวสินค้า(Product) ไปดูการทำการตลาดของบรรดาผู้ผลิตว่า สินค้าที่เรามองว่ากินง่าย ซื้อง่ายแบบไข่ไก่นี้ จะขายง่ายเหมือนที่คิดไว้รึเปล่า?

ลองดูจากต่างประเทศ จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยวอชิงตันเสตท (Washington State University) สหรัฐ นำเสนอการทำการตลาดของฟาร์มไก่ไข่ที่ผลิตไข่สดออกขายในแต่ละวัน โดยแนะนำว่า “ไข่”ก็สามารถสร้างความพิเศษของไข่ได้(Specialty Eggs) เช่น การทำไข่แบบออร์แกนิค ซึ่งจะมีหลักการสากลตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การเลี้ยงดูไก่ จนถึงไข่ที่ถูกส่งมาถึงมือของผู้บริโภค หรือจะเป็นไข่ที่ผ่านกระบวนการบางชนิดเพื่อสร้างความแตกต่าง(Differentiation) อย่างการทำสีของไข่ เป็นต้น 

การสื่อสารการตลาดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องบอกให้ชัดเจนถึงจุดขายที่เป็นคุณค่าหลัก(Core Value)ของไข่จากฟาร์ม สิ่งที่ดูเหมือนจะสำคัญที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย(Chanel and Distribution) ปกติจะทำได้ทั้งค้าส่ง (Wholesale) ไปที่ร้านสะดวกซื้อ ภัตตาคาร โรงแรม หรือองค์กรที่ต้องใช้ไข่ และค้าปลีก(Retail) ซึ่งขายโดยตรงให้กับลูกค้า จะขายที่ฟาร์ม หรือขายที่ตลาดสินค้าเกษตรก็ตามที 

การขายส่งนั้นจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนรับสินค้าที่รับไข่ของเราไปขายต่ออีกที ซึ่งผลดีคือ สามารถสร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่สิ่งที่ต้องระวัง กรณีที่ต้องการยกระดับตลาดไข่ของตัวเองเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม(Niche Market) ไม่ควรตั้งสินค้าราคาต่ำ(Underpricing) เพราะว่าสินค้าออร์แกนิคนั้นสะท้อนความพิถีพิถัน ความใส่ใจมากกว่าสินค้าทั่วไป ซึ่งการรับรู้ของผู้บริโภคก็จะคาดหวังอยู่แล้วว่าราคาจะสูงกว่าไข่ไก่ปกติ ราคาที่เหมาะสมจะช่วยสะท้อนคุณค่าของสินค้าได้ดี 

ขณะที่การค้าปลีกนั้นอาจจะต้องใส่ใจรายละเอียดให้มากขึ้น เพราะว่าผู้บริโภคสัมผัสโดยตรงกับสินค้า แม้ว่าไข่จะเป็นสินค้าเน่าเสียได้(Perishable)แต่ลักษณะก็ไม่เหมือนพวกเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ ความสะอาดของผลิตภัณฑ์จึงสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจ เรื่องการสื่อสารการตลาด (Marketing Communication) คือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง 

ผู้ประกอบการในภาคการเกษตรจำนวนมากมองข้ามเรื่องการทำการตลาด เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีนักการ ตลาด(Marketer)ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการว่าจ้างบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญ หรือว่าตัวเจ้าของกิจการที่ไปเรียนรู้ ต่อยอดมุมคิดการาจัดการด้านธุรกิจเองก็ตาม 

เคยมีการศึกษาพบว่าฟาร์มที่จ้างงานนักการตลาดมาทำการตลาดจะมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว นักการตลาดจะช่วยวางแผนได้อย่างเป็นระบบ สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตลาด การศึกษาตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้

นอกจากนี้ บรรดาฟาร์มไข่ในต่างประเทศก็ยังให้ความสำคัญกับการทำการตลาดโดยตรง(Direct Marketing) กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งฟาร์มจะส่งตรงไข่ถึงหน้าประตูบ้านหรือร้านค้า ขณะเดียวกันก็ให้ข้อมูลที่จำเป็น ใบอนุญาต เอกสารรับรองต่างๆก็จะจัดเตรียม พร้อมให้ตรวจสอบอยู่เสมอ ส่วนนี้จะผนวกการตลาดบริการ(Service Marketing)เข้าไปด้วย เพราะว่าจะครอบคลุมมากกว่าตัวสินค้า แต่ต้องสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าตลอดกระบวนการจนถึงบริการหลังการขายด้วย

เห็นไหมครับ เรื่องไข่ กินง่าย แต่ก็ต้องตั้งใจขาย