ทวีตของโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสองข้อความนี้สามารถทำให้เกิดวิกฤตระดับโลกได้
เพราะประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้ดำเนินนโยบายต่างประเทศตามความรู้สึกของตัวเอง ไม่ปรึกษาหารือใคร ไม่ประเมินผลได้ผลเสีย ไม่แยกมิตรแยกศัตรู และไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองเคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้หรือที่กำลังจะพูดต่อไปในวันข้างหน้า
ทวีตแรกบอกว่า
“ผมผิดหวังกับจีนมาก ผู้นำในอดีตของเราหลายคนงี่เง่ามากที่ยอมให้พวกเขา (จีน) ทำมาค้าขายทางการค้าเป็นจำนวนมหาศาล แต่....
ข้อความทวีตต่อมา ทรัมป์อาละวาดต่อว่า
“พวกเขา (หมายถึงจีน) ไม่ได้ทำอะไรให้เราเลยเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เอาแต่พูดอย่างเดียว เราจะไม่ยอมให้เรื่องอย่างนี้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว จีนสามารถจะแก้ปัญหานี้ได้ง่ายนิดเดียว...”
ทรัมป์เขียนคำว่า NOTHING หรือ “ไม่ทำอะไรเลย” เป็นตัวใหญ่หมด เพื่อต้องการจะเน้นว่าจีนแย่มาก ไม่ทำอะไรเลยเรื่องเกาหลีเหนือ มีแต่พูดทั้ง ๆ สามารถจะแก้ปัญหานี้ได้ง่าย ๆ
นี่อาจเป็นการประกาศสงครามน้ำลายกับจีนรอบใหม่ของทรัมป์ที่เมื่อครั้งที่ขึ้นมารับตำแหน่งทำเนียบขาวใหม่ ๆ ได้แสดงความชื่นชมต่อประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนอย่างออกหน้าออกตา
ตอนที่ผู้นำจีนไปเยือนทรัมป์ที่ฟลอริด้า ทำเนียบขาวก็ออกข่าวใหญ่โต ตอกย้ำถึงความใกล้ชิดสนิทแน่นระหว่างสองผู้นำอย่างเอิกเกริก
แต่วันนี้ ทรัมป์ชกหมัดตรงใส่ปักกิ่งอย่างไม่เกรงอกเกรงใจเพราะเกาหลีเหนือเพิ่งทดลองขีปนาวุธล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ขีปนาวุธลูกล่าสุดของเปียงยางเป็นแบบ “ข้ามทวีป” หรือ Intercontinental Ballistic Missile (ICBM) ลูกที่สอง ยิงได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร หล่นลงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (exclusive economic zone) ของญี่ปุ่นในทะเลญี่ปุ่น
คิมจองอึนคุยลั่นไปทั่วโลกว่าการทดลองครั้งล่าสุดนี้พิสูจน์ว่าบัดนี้เกาหลีเหนือสามารถจะยิงจรวดใส่อเมริกาได้ทุกเมืองใหญ่ ๆ แล้ว
ทรัมป์ถือเป็นเรื่องที่เสียหน้าอย่างยิ่งที่โสมแดงไม่ได้แสดงความเกรงขามมะกันเลยแม้แต่น้อย
แม้คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติโดยการผลักดันของสหรัฐฯจะมีมติหลายรอบเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือแต่ “คิมน้อย” ก็หาได้หวั่นเกรงแต่อย่างไรไม่ ตรงกันข้ามกลับเดินหน้าทดลองอาวุธนิวเคลียร์และพัฒนาขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯออกข่าวผ่านกระทรวงกลาโหมว่าจะสั่งสอนเกาหลีเหนือด้วยการ “ตอบโต้ทางทหาร” ร่วมกับพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ต่อการกระทำอันยั่วยุให้เกิดวิกฤตรอบใหม่ของเปียงยาง
จีนออกมาปรามทั้งอเมริกาและเกาหลีเหนือว่าขอให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจ หาไม่แล้วสถานการณ์จะลามปามและอาจนำไปสู่หายนะของโลกได้
ข้อความทวีตของทรัมป์ชุดนี้เป็นการตำหนิจีนอย่างเปิดเผย ไม่ใช้วิถีทางการทูตในการแสดงความไม่พอใจอย่างแต่ก่อนอีกต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าย่อมนำไปสู่ความระหองระแหงระหว่างสองมหาอำนาจใหญ่ในประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดของโลกในยามนี้
เมื่อสัปดาห์ก่อน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ออกมาต่อว่าสหรัฐฯทางอ้อมด้วยการบอกว่าขอให้เลิกใช้ “ทฤษฎีความรับผิดชอบของจีน” ได้แล้ว เพราะปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนั้นมีผู้ต้องรับผิดชอบกันหลายฝ่าย
ขอให้เลิกโทษจีนแต่เพียงประเทศเดียว
การที่ทรัมป์เขียนทวีตด้วยภาษาก้าวร้าวต่อจีนเช่นนี้ย่อมทำให้ปักกิ่งหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
และยิ่งจะทำให้การแก้ปัญหาเกาหลีเหนือมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
เพราะเมื่อวอชิงตันหาเรื่องทะเลาะกับปักกิ่งถี่ขึ้นเพียงใด เปียงยางก็ย่อมจะหัวเราะเสียงดังขึ้นเพียงนั้น!






