รัฐมนตรีต่างประเทศจีนหวังอี้มาเยือนไทย ต้นสัปดาห์ หัวข้อใหญ่คือ เร่งรัดให้ไทยสร้างทางรถไฟสายไทย-จีนเพื่อให้เป็นส่วนสำคัญของ One Belt On Road
ไป ๆ มา ๆ เรื่องรถไฟเส้นทางนี้มีมิติการเมืองที่น่าใคร่ครวญ และจำเป็นที่รัฐบาลไทยจะต้องเปิดเผยข้อมูลและเนื้อหาสาระให้ประชาชนคนไทยได้รับรู้อย่างกว้างขวาง
เพราะโครงการนี้จะมีผลต่อเนื่องไปถึงคนไทยรุ่นลูกรุ่นหลายไปอีกนาน
โครงการรถไฟไทย-จีนเป็นหัวข้อที่พูดคุยกันเกือบทุกวงการ เพราะไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร และที่ประชุมกันมาเกือบ 20 รอบนั้นจะสรุปกันได้จริงหรือไม่
เหตุเพราะผู้รับผิดชอบไม่ได้ตอบคำถามชัด ๆ ที่ผู้คนในประเทศไทยมีข้อสงสัยหลายประการ
ดังนั้นเมื่อคุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบคำถามหลายประเด็นของ “แทบลอยด์ไทยโพสต์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงน่าสนใจเป็นพิเศษ
คุณอาคมยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้ทำช่วงสั้นแค่ 3.5 กิโลเมตรอย่างที่มีคนตั้งข้อสังเกต
รัฐมนตรีคมนาคมบอกว่าจะเป็นโครงการรถไฟวิ่งระหว่างกรุงเทพฯถึงหนองคาย แบ่งเป็นสองระยะ ระยะแรกกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แบ่งงานเป็น 4 ตอน ตอนแรก กลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. ตอนที่ 2 ปากช่อง-คลองขนานจิตร ระยะทาง 11 กม. ตอนที่ 3 แก่งคอย (สระบุรี)-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กม. ตอนที่ 4 แก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 350 กม.
“รถไฟความเร็วสูงไม่มีประเทศไหนทำ 3.5 กม. ที่มีหลายฝ่ายออกมาบอกว่าทำไมโครงการล่าช้า เพราะเราเจรจากับจีนนั่นเอง ต้องคุยให้รู้เรื่อง เราไม่ผลีผลามเซ็นอะไร...” คุณอาคมบอก
จริงหรือไม่ที่มีข่าวว่ารัฐบาลไทยจะยกพื้นที่สองข้างทางให้จีนบริหาร?
รมต. คมนาคมตอบอย่างหนักแน่นว่าไม่จริง “เราคุยกับจีนตั้งแต่นัดแรกเลยในเรื่องหลักการว่าสิทธิสองข้างทางไม่มี พื้นที่ในสถานีกับรอบสถานีก็ไม่มี และต้องเป็นบริษัทคนไทยก่อสร้าง คนงานคนไทย วิศวกรร่วมกัน ยกเว้นรถที่เราทำไม่ได้ ต้องซื้อเขา”
ถามว่าจีนได้ประโยชน์อะไร? คุณอาคมบอกว่าจีนได้ขายของคือระบบ ขายตัวรถไฟ ตัวอาณัติสัญญาณ ขายราง เพราะไทยยังทำรางไม่ได้ เหล็กของรางรถไฟต้องมาจากโรงงานต้นน้ำเท่านั้น เพราะคุณภาพของรางต้องวิ่งตลอดเวลา ส่วนวัสดุก่อสร้างนั้นต้องใช้ของไทยให้มากที่สุด ตอนนี้เกือบ 100% เป็นวัสดุของไทยหมด
รูปแบบการก่อสร้างแบ่งสัญญาเป็น 1 สัญญาหลัก สัญญาแรกคืองานด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา จะประกวดราคาโดยใช้ผู้รับเหมาไทยเป็นหลัก คิดเป็น 75% ของมูลค่าโครงการ ส่วนใหญ่วิศวกรและสถาปนิกไทยเป็นผู้ปฏิบัติงาน
สัญญาที่ 2 เป็นงานด้านการออกแบบ ควบคุมงาน และระบบรถไฟ คิดเป็น 25% ของมูลค่างานโครงการ
เพราะโครงการนี้ต้องใช้ระบบรถไฟความเร็วสูงที่เป็นเทคโนโลยีและผลิตในประเทศจีน บุคลากรที่ใช้จึงเป็นคนจีน แต่เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีเนื้อหาสัญญาจะระบุให้ฝ่ายจีนต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ฝ่ายไทย มีวิศวกรไทยประกบอยู่ด้วย
คุณอาคมบอกว่าโครงการรถไฟนี้มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ
“ถ้าเราไม่ทำ จีนก็ลงไม่ได้ เราก็ไปไม่ได้ จีนลงไม่ได้ เราเสียอะไรไหม ก็เสีย เพราะท่าเรือแทนที่จะได้ใช้ประโยชน์ในเรื่องการรับสินค้าได้มากขึ้น เราก็ไม่ได้ คนจีนที่อยากมาเที่ยวเมืองไทย หากเขาไม่อยากบิน แต่เขาอยากไปลงที่หลวงพระบาง เขาก็ไปหลวงพระบาง แต่แค่นั่งรถไฟไทย-จีน อีกหนึ่งชั่วโมงก็ถึงหนองคาย ก็กลายเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้ทั้งคนโดยสารและสินค้า เราส่งสินค้าไปจีนไหม ก็ส่ง หรือยากไปเที่ยวจีน แต่ไม่ได้นั่งเครื่องบิน อยากไปเที่ยวลาว แล้วไปต่อจีน ก็เป็นอีกเส้นทาง เราก็จะไม่ต้องมานั่งถามว่าแล้ว One Belt One Road ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ก็นี่แหละ ประเทศไทยอยู่ตรงนี้ ถ้าเราไม่เชื่อมเขาก็ไม่ได้อยู่ในส่วนหนึ่งของ One Belt One Road ที่จะไปยุโรป...”
ทำไมต้องเจรจากันตั้ง 20 รอบ?
พรุ่งนี้จะเอาคำตอบของรัฐมนตรีคมนาคมมาเล่าขานกันต่อให้เกิดความชัดเจน









