ผมให้ดูภาพประกอบนี้จาก Washington Post จะเห็นแนวทางวิเคราะห์ว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือ ทดลองล่าสุดเมื่อสองวันก่อน
(ตรงกับวันชาติสหรัฐ) นั้นกำลังสร้างความหวั่นไหวไปทั่ว
เพราะอาจจะเป็นครั้งแรกที่โสมแดง สามารถยิงขีปนาวุธข้ามทวีปหรือที่เรียกว่า Intercontinental Ballistic Missile (ICBM) ได้สำเร็จ
ซึ่งแปลว่าหากคิมจองอึนเกิดคึกขึ้นมา อยากจะแสดงศักยภาพให้ทั้งโลกเห็นว่า ตัวเองพร้อมจะสู้รบปรบมือกับมะกันได้ ก็อาจสั่งยิงขีปนาวุธไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ... เช่นที่อลาสก้า...เป็นตัวอย่างให้เห็น
คิมน้อยประกาศเลยว่าการทดลองขีปนาวุธวันก่อนนั้นเป็น “ของขวัญให้กับพวกเลวระยำ” (เป็นคำแปลของผมเองจาก “a gift for bastards”)
ซึ่งเป็นคำที่รุนแรงหนักหน่วงกว่าที่โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กับคิมจองอึนในทวิตเตอร์ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียวว่า “ไอ้หมอนี่ไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือ?” (“Does that guy have anything better to do to his life?”)
นักวิเคราะห์บอกว่าขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดยิงสูงถึง 1,700 ไมล์ บนอยู่บนอากาศ 37 นาทีและไปตก ณ จุดที่ห่างไป 580 ไมล์ในทะเลญี่ปุ่น
ถ้าหากวิถีโค้งที่ยิงไม่สูงขนาดนั้น เป็นไปแนวปกติ ขีปนาวุธลูกนี้สามารถยิงได้ไกลถึงกว่า 4,000 ไมล์
นั่นแปลว่าหากต้องการ โสมแดงวันนี้มีศักยภาพที่จะยิงจรวดไปไกลถึงทางตะวันตกของสหรัฐแล้ว
นั่นย่อมสร้างความหวั่นไหวให้กับสหรัฐ และพันธมิตรทั้งหลายมากกว่าที่เคยเชื่อกันในอดีต
แม้แต่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ที่พบปะกันที่มอสโกก็ยังแถลงแสดงจุดยืนร่วม ก็ยังประกาศว่าคัดค้านการทดลองขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเปียงยาง
ทั้งสองเรียกร้องให้สหรัฐหยุดยั้งการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ และให้เกาหลีเหนือระงับยับยั้งการทดลองขีปนาวุธ และพัฒนานิวเคลียร์เพื่อไม่ให้โลกต้องตกอยู่ภายใต้ภาวะแห่งความตึงเครียดมากไปกว่านี้
จะไม่ให้อกสั่นขวัญแขวนได้อย่างไรในเมื่อเกาหลีเหนือบอกว่า ไม่เพียงแต่เขาสามารถส่งขีปนาวุธให้ไกลข้ามทวีปเท่านั้น แต่ยังพร้อมจะติดหัวจรวดนี้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถทำลายล้างสหรัฐ “ให้เป็นผุยผงได้ในพริบตา”
แม้เราจะถือว่านั่นเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของโสมแดง แต่ยิ่งนับวันเราก็ยิ่งเห็นว่าผู้นำเกาหลีเหนือคนนี้ไม่ได้เกรงใจใคร แม้ต่อจีนที่เคยเป็นเพื่อนผู้พี่ที่สนิทสนมรักใคร่กันอย่างมาก
ยิ่งกับสหรัฐแล้ว คิมน้อยผู้นี้ก็ยิ่งต้องการจะเผชิญหน้าอย่างท้าทาย ไม่หวั่นเกรงว่าหากเปิดศึกสงครามนิวเคลียร์แล้ว เกาหลีเหนือเองก็อาจถูกทำลายไม่เหลือซากเช่นกัน
ผมยังหวังว่าจีนกับรัสเซียและเยอรมนีกับฝรั่งเศส จะสามารถนั่งลงคุยกับโดนัลด์ ทรัมป์ในการประชุม G20 ที่เยอรมนีสัปดาห์นี้ให้หาทางลงจากวิกฤตครั้งนี้ได้ ก่อนที่ปรอทแห่งความตึงเครียดจะพุ่งพรวดพราดขึ้นไปน่ากลัวกว่านี้!






