ดูเหมือนว่ายิ่งสาวจะยิ่งยาว สำหรับกรณีที่ วิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำกปปส.
และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ออกมาเปิดเผยว่า มีการซื้อและขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ(ผกก.) และรองผู้บังคับการ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค8
000 โดยตัวเลขการซื้อขายแต่ละตำแหน่ง จะแบ่งเรทไปตามตำแหน่ง โดยตำแหน่งผู้กำกับจะอยู่ที่ 5-7 ล้านบาท สารวัตร 1.5 ล้านบาท ซึ่งมีนายตำรวจรับเงินแล้วจำนวน 50 ล้านบาท
000 กระทั่งล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว
000 นอกจากเรื่องการซื้อขายตำแหน่งแล้ว ประเด็นนี้ถูกมองว่า เป็นการ“พลาดเป้า”ของวิทยา เพราะก่อนหน้านี้ได้ออกมาระบุถึง “พล.ต.ต.”คนหนึ่ง จนส่งผลให้พล.ต.ท.เทศา ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.ต้องหลุดจากเก้าอี้ บางส่วนมองว่าเป็นการ “เอาคืน” ของทางผบ.ตร. ซึ่งล่าสุดได้ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมการในการฟ้องกลับวิทยา จากกรณีที่ออกมาพาดพิงให้เกิดความเสียหาย
000 ขณะที่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต่อประเด็นนี้ ล่าสุดได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องไปดูระเบียบเรื่องการปฏิรูปตำรวจ เพื่อแก้ปัญหาการซื้อ – ขายตำแหน่ง โดยต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนเฉพาะหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช. ) ต้องไปพิจารณากันเอง และส่วนที่ 2 คือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้ง
000 ในเรื่องวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งนั้นต้องยอมรับว่า มีมาทุกยุคทุกสมัยมีการแบ่งเกรดโรงพักเกรดเอ เกรดบี เกรดซี นี่จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ในการปฏิรูปในครั้งนี้ ที่จะต้องทำให้กระบวนการเป็นไปโดยโปร่งใส เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และให้ความเป็นธรรมกับตำรวจส่วนใหญ่ที่ทุ่มเท ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ได้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างสมเกียรติต่อไป!!
...............
- ดารากร -









