วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิธีสร้างกลยุทธ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม

คงจะเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า การทำธุรกิจในยุคนี้จะคิดเพียงแต่ความสำเร็จด้านการสร้างกำไรให้แก่ธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่ได้

ผลตอบแทนจากธุรกิจจะต้องวัดกันใน 3 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม

นักธุรกิจโดยทั่วไป มักจะคุ้นเคยต่อการใช้เครื่องมือด้านบริหารจัดการธุรกิจมาวางแผนกลยุทธ์ด้านการสร้างกำไรแล้วเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การนำเครื่องมือบริหารธุรกิจ มาช่วยในการวางแผนกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจ

โดยเฉพาะในด้านการสนับสนุนสังคมและการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ธุรกิจต้องเข้าไปมีส่วนร่วมได้เสียด้วย ทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ

เครื่องมือทางการบริหารธุรกิจตัวแรกที่สามารถนำมาใช้ในการสร้างกลยุทธ์ด้านความรับผิดขอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืน ได้แก่ การวิเคราะห์ภายในและภายนอก หรือที่นักบริหารธุรกิจมักรู้จักกันดีภายใต้ชื่อ SWOT  ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์ จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) โอกาส (Opportunity) และ อุปสรรค (Threat)

ในบริบทของความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน จุดแข็งและจุดอ่อน ที่เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในองค์กรธุรกิจ มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างน้อยใน 5 ด้าน ได้แก่ 

1) วัฒนธรรมองค์กรที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 2) บรรทัดฐานของจริยธรรมทางธุรกิจ 3) การให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ 4) แนวคิดของธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และ 5) แนวคิดของธุรกิจด้านการช่วยเหลือสังคม

ธุรกิจอาจสำรวจสถานะปัจจุบันขององค์กรได้ด้วยการวิเคราะห์ตนเองในพื้นฐานด้านต่างๆ ต่อไปนี้ เพื่อให้ทราบได้ว่า ปัจจัยด้านใดที่เป็นจุดแข็ง และปัจจัยด้านใดที่เป็นจุดอ่อนอยู่

เพื่อนำมาประมวลว่า ควรจะเสริมจุดแข็งให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้อย่างไร และในส่วนที่เป็นจุดอ่อน จะพัฒนาปรับปรุงอย่างไรเพื่อเปลี่ยนจุดอ่อนเหล่านี้ให้กลายเป็นจุดแข็งของธุรกิจให้ได้

กลยุทธ์เหล่านี้ อาจพิจารณาเพิ่มเติมว่า สิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดค่อยๆ ทำไปทีหลังก็ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดแผนกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้น (สำหรับดำเนินการปีหน้า) ระยะกลาง (สำหรับดำเนินการใน 3-5 ปี) และระยะยาว (สำหรับการหวังผลมากกว่า 5 ปีขึ้นไป) ขึ้นมาได้แบบอัตโนมัติ

ในด้านการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้านการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคมและการบริหารการพัฒนาอย่างยั่งยืน วิธีที่ธุรกิจจะนำมาใช้ ได้แก่ เครื่องมือการสำรวจคู่แข่ง

โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์คู่แข่งในด้านที่มีความสำคัญ เช่น ระดับของภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และการยอมรับในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของคู่แข่ง เครื่องมือ วิธีการ หรือกิจกรรมที่คู่แข่งนำมาใช้ประกอบเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน และ ผลตอบรับของกิจกรรมนั้นๆ

การวิเคราะห์คู่แข่ง จะทำให้ธุรกิจสามารถประเมินโอกาส และอุปสรรค ของธุรกิจเองในการกำหนดกลยุทธ์ทางด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาสู่ความยั่งยืนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและได้รับผลตอบแทนเชิงสังคมสูงเหนือกว่าคู่แข่งได้

เครื่องมือการบริหารธุรกิจอีกตัวหนึ่งที่อาจนำมาใช้กับการสร้างและบริหารกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจได้ ได้แก่ การวิเคราะห์ผู้มีส่วนร่วมหรือมีส่วนได้เสียร่วมกับธุรกิจ

โดยกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในบริบทของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ อาจกระจายวงได้กว้างกว่าการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในแง่ของเศรฐกิจที่ใช้กันอยู่ ที่มักจะเกี่ยวข้องอยู่กับ ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และพันธมิตรธุรกิจ เท่านั้น

แต่สำหรับผู้มีส่วนได้เสียของธุรกิจในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว ในกลุ่มของลูกค้า ยังอาจต้องวิเคราะห์ไปถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่อาจไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นลูกค้าโดยตรงของธุรกิจอีกด้วย

ในกลุ่มของคู่ค้า ยังอาจต้องไปรวมถึง การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า หรือ ซัพพลายเชน และอาจจะต้องวิเคาะห์ไปถึงอุตสาหกรรมทั้งระบบเลยก็ได้

ในกลุ่มของพันธมิตรธุรกิจ อาจต้องรวมไปถึง กลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มธุรกิจไม่แสวงหากำไร หรือ NGO ชุมชนรอบข้าง กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม

จะเห็นได้ว่า เรื่องของการนำกลยุทธ์การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน มาผนวกรวมเข้ากับกลยุทธ์การแสวงหากำไรและสร้างการขยายตัวของธุรกิจ เป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว และธุรกิจในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่

ก็มีโอกาสที่จะสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับโลกและสังคม ควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของธุรกิจควบคู่กันไปได้ ในเวลาเดียวกัน