ปฎิเสธไม่ได้ว่า กำลังซื้อถดถอยในปัจจุบัน บวกกับพฤติกรรมการเสพสื่อ ที่เปลี่ยนแปลงไปของเหล่าผู้บริโภค
ผลักดันให้เจ้าของสินค้าหลากหลายแบรนด์ จำเป็นต้อง “คิดค้นสูตรการตลาดสมัยใหม่” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงผู้บริโภคที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน
แน่นอนว่า ตำราการตลาดสมัยใหม่ ย่อมมีความแตกต่างจากตำราการตลาดสมัยเก่ารุ่น 5 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการตลาดสมัยก่อนจะปลูกฝังว่า ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสินค้า ตามคำแนะนำของผู้ผลิต พนักงานขาย หรือ โฆษณา เท่านั้น
แต่การตลาดยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วในลักษณะหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะนอกจากกลุ่มผู้บริโภคจะเปลี่ยนใจง่ายมากแล้ว ยังไม่เชื่อโฆษณา หรือคำแนะนำของผู้ผลิตอีกต่อไป ตรงข้ามกับตัดสินใจซื้อสินค้า ตามคำเชียร์ของ “เหล่าบล็อกเกอร์” ยิ่งเป็นบล็อกเกอร์ที่ยังมียอดติดตามไม่มากนัก ยิ่งน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกันผู้บริโภคบางกลุ่มยังตัดสินใจควักเงินทดลองผลิตภัณฑ์ง่ายๆ ตามคำแนะนำที่อยู่บนโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หรือ ทวิตเตอร์ เป็นต้น
ยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพง่ายๆ เมื่อ 1-2 เดือนก่อน บมจ.เซ็ปเป้ ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ขวดสีฟ้า ช่วงที่สินค้าเปิดตัวใหม่ๆ มีคนสร้างรีวิวผลิตภัณฑ์ โดยเคลมว่า “กินแล้วจะอารมณ์ดี” เพราะมีส่วนผสมของ ลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ แอล ธีอะนีน ช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลาย
เมื่อเกิดการรีทวิตกันอย่างคึกคักจนติดแฮชเท็กเป็นอันดับต้นๆของทวิตเตอร์ ส่งผลให้เกิดกระแสอยากทดลอง แม้กระแสจะติดตลาดเพียงไม่กี่วัน ทว่าในมุมของเจ้าของแบรนด์ ถือว่า คุ้มค่ามากแล้ว
สอดคล้องกับความเห็นของ “สุวิน ไกรภูเบศ” ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ หรือ BEAUTY เจ้าของเครื่องสำอาง 5 แบรนด์ เช่น บุฟเฟต์ บิวตี้ ที่ระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การตลาดของ “โกลบอลแบรนด์” ที่เคยทุ่มเงินโฆษณาจำนวนมาก ไม่มีประสิทธิภาพต่อไปแล้ว ตรงข้ามกับได้เปิดโอกาสให้ “โลว์คอลแบรนด์” หรือผู้ผลิตที่ทำการตลาดถูกวิธีได้มีโอกาสเกิด!
วันนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ตามความเชื่อของตัวเองเป็นหลัก เพราะสามารถหาข้อมูลสินค้าได้ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ
ขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มจะควักเงินซื้อสินค้า ตามคำแนะนำของเหล่าบล็อกเกอร์ แต่ต้องเป็น บล็อกเกอร์โนเมน เพราะบล็อกเกอร์หลายคนที่เริ่มมีชื่อเสียงได้กลายเป็นคอมเมอร์เชียล
ที่สำคัญสื่อดิจิทัลยังทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย และสามารถรู้ผลลัพธ์จากการโฆษณาได้ทันที
“ตำราการตลาดสมัยโบราณ วันนี้คงต้องโยนทิ้งไปได้ มันใช้ไม่ได้กับยุคที่โลกออนไลน์เป็นใหญ่”









