วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัดฝุ่นแผนน้ำ 'ไจก้า' รับมืออุทกภัยเจ้าพระยา

เหตุการน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้ทุกรัฐบาลใส่ใจในแผนบริหารจัดการน้ำมากขึ้น

 ในยุค คสช.ได้กำหนดแผน แผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำของประเทศ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2569

อย่างไรก็ตามการดำเนินการตามแผนป้องกันน้ำท่วม ดูเหมือนจะล่าช้าเพราะหลังจากนั้นไทยต้องเผชิญกับปัญหาแล้งอย่างรุนแรงนานถึง 4 ปีติดต่อกัน ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำต้องหันมาทุ่มเทกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยการเร่งสร้างประปาหมู่บ้านทั้งหมด 7,000 แห่งทั่วประเทศ และขยายพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 650,000 ไร่ เพื่อประโยชน์กับภาคการเกษตร

อย่างไรก็ตามสภาพอากาศของไทยในปีนี้จะเข้าสู่เกณฑ์ปกติที่ค่อนมาทางการเกิดเหตุลานินญ่า ฝนจะตกมากสักหน่อย กระทรวงเกษตรฯจึงต้องปัดฝุ่นแผนป้องกันอุทกภัยกันอีกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมหารือร่วมกับ ยูกิโนริ เนโมโตะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยกระทรวงเกษตรฯ มีแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งในระยะเร่งด่วนและแผนในระยะยาว 

ในส่วนหนึ่งของแผนได้มีการดำเนินงานร่วมกับ Japan International Cooperation Agency หรือ “ไจก้า” ในการให้การสนับสนุนทางวิชาการกับประเทศไทยในการดำเนินโครงการทบทวนแผนแม่บทการป้องกันบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน 

ผลการศึกษาโครงการดังกล่าว ได้มีการเสนอให้มีการพัฒนาคลองผันน้ำควบคู่กับถนนวงแหวน รอบที่ 3 เพื่อช่วยในการระบายน้ำหลากบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.อยุธยาลงสู่อ่าวไทย ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำ 2 แห่ง คือ ลำน้ำเจ้าพระยา จาก จ.อยุธยา ถึงกรุงเทพฯ และแม่น้ำป่าสักในช่วงปลายน้ำ 

และช่วยลดความเสี่ยงจากการพังทลายของคันกั้นน้ำตลอดแนวของพื้นที่คุ้มกัน ดังนั้น ในปี 2557 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จึงร่วมกับกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ดำเนินการศึกษาโครงการคลองผันน้ำร่วมกับถนนวงแวนรอบที่ 3 ต่อจากผลการศึกษาเดิมจากไจก้า ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับ JICA Survey Team โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ม.ค.2560 - ก.พ. 2561 รวมระยะเวลา 14 เดือน เพื่อหาทางผนวกถนนวงแหวน รอบที่ 3 และคลองผันน้ำเข้าด้วยกันโดยใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ของญี่ปุ่น

กระทรวงเกษตรฯได้ให้ความสำคัญในการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อเกษตรกร อีกทั้งได้มีการจัดลำดับการดำเนินงานของแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตามความสำคัญเร่งด่วน ซึ่งหากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนการผนวกคลองผันน้ำกับวงแหวน รอบที่ 3 ซึ่งจะช่วยบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ต่อไป

................................................

ยุพิน พงษ์ทอง [email protected]