วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บริหารจัดการท่องเที่ยว หลังอิงเศรษฐกิจไทย

ถามถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ประเทศไทย นอกจากจะตั้งอยู่ “ศูนย์กลาง” อาเซียน 10 ประเทศ

 ทำให้สามารถยกฐานะเป็น “ฮับ” ด้านการค้า การลงทุน รวมถึงโลจิสติกส์ ในอาเซียนได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการเป็น “ประตูการค้า” ประเทศในกลุ่มอินโดจีน หรือ ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ยิ่งอาเซียนรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยิ่งเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ 

อีก“ต้นทุนเดิม”ที่ไทยมี คือการมีทรัพยากรธรรมชาติด้านการท่องเที่ยวที่งดงาม อาทิ ทะเล ภูเขา รวมถึงวัฒนธรรมที่แปลกต่างในแต่ละภูมิภาคของประเทศ อวดสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ปีหนึ่งๆสร้างรายได้เข้าประเทศในระดับ “ล้านล้านบาท”

โดยในปีที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปภาพรวมท่องเที่ยวไทย พบว่าสามารถสร้างรายได้ 2,510,779 ล้านบาท สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 17.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) แบ่งเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือต่างชาติเที่ยวไทย 1,641,268 ล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย 869,510 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสสองของปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวรวมไว้ที่ 6.3 แสนล้านบาทขยายตัว 11% 

แบ่งเป็น รายได้จากตลาดต่างประเทศ 4 แสนล้านบาท ขยายตัว 11% จากจำนวนนักท่องเที่ยว 8.02 ล้านคน ขยายตัว 6% ส่วนตลาดไทยจะสร้างรายได้ราว 2.3 แสนล้านบาท ขยายตัว 9% โดยมีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคนครั้ง ขยายตัว 5%

อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทย จะมีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศที่พยายามจะหาแม่เหล็กดึงดูดการลงท่องเที่ยวด้วยสิ่งที่มนุษย์สรรค์สร้าง มาเป็นจุดขาย ทว่าเสน่ห์เหล่านี้อาจหมดลง หากขาดการ“บริหารจัดการ”ทรัพยากรที่ดีพอ แม้ว่าระยะหลังหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยจะตระหนักถึงปัญหานี้ โดยมีนโยบายชัดว่าจะไม่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยว แต่ต้องการ “คัดกรอง” นักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าประเทศ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัว 

รูปธรรมหนึ่งที่สะท้อนถึงความตั้งใจนั้นคือการร่วมมือกับทางการจีนในการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) แม้ว่าผลกระทบของมาตรการจะ“ช็อก”นักท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากที่สุดของไทยลดลงค่อนข้างมาก ก่อนที่ตลาดจะปรับฐาน สู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น ถึงถือเป็นการยอมเจ็บ เพื่อแลกกับอนาคตที่ดีกว่า  

ที่ผ่านมา เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ยังจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวประจำปีนี้ ในหมวดการขนส่งทางบกและท่าเรือ ไทยมีคะแนน 3.1 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอาเซียน ซึ่งอยู่ที่ 3.5 และเป็นรองคู่แข่งชั้นนำในภูมิภาคทั้ง สิงคโปร์ และมาเลเซีย เหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงปัญหาการ“บริหารจัดการ”ที่ส่งผลกระทบต่อการผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยในอนาคตทั้งสิ้น หมดเวลา“กินบุญเก่า”ถึงเวลา“บูรณาการ”ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวอย่างจริงจังว่า จะช่วยกันผลักดันการท่องเที่ยวให้เติบโต เป็นอีกที่พึ่งของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนได้อย่างไร