วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาเซียนควรจะเล่นบทคนกลาง สลายการเผชิญหน้าคิม-ทรัมป์?

เจอะเจอ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เมื่อวันก่อนท่ามกลางวิกฤตคาบสุทรเกาหลี

ก็ต้องตั้งวงปุจฉา-วิสัชนา เรื่องสงครามกับสันติภาพของโลกกันให้ครบทุกมิติ

ในฐานะที่เคยชักชวนโสมแดงมาร่วมเวทีพูดคุยกับ Asean Regional Forum (ARF) ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ คุณสุรินทร์ เสนอว่าอาเซียนจะต้องเล่นบทคึกคักอีกรอบหนึ่ง ในการทูตระหว่างประเทศที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ที่หนักหน่วงและรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

“ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราทำนายอะไรแน่นอนไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ หรือ คิมจองอึน จึงทำให้สถานการณ์โลกเปราะบางมาก จำเป็นที่เราในภูมิภาคนี้จะต้องรวมตัวกันให้เหนียวแน่นและพูดจาเป็นเสียงเดียวกัน” อดีตเลขาธิการอาเซียนบอกผม

ผมคิดว่าหลายเวทีกำลังอยากเห็นอาเซียนเล่นบทเป็นคนกลาง ในการหาทางลงให้สหรัฐและเกาหลีเหนือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสงคราม ที่จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อทั้งโลกแน่นอน

คุณสุรินทร์เห็นด้วย และเสนอว่า ARF ควรจะมี “ทูตพิเศษเพื่อกิจการเกาหลีเหนือ” เพื่อดำเนินการทูตประสานให้ทุกฝ่ายที่เป็นคู่กรณี หาทางผ่อนคลายความตึงเครียดที่กำลังคุกคามโลกใบนี้อยู่

เพราะประเทศที่เข้าร่วมเจรจา 6 ฝ่ายว่าด้วยปัญหาเกาหลีเหนือก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในวงของ ARF เช่นกัน ดังนั้นเมื่อ 6-Party Talks วงแตกเพราะเปียงยางเดินออกแล้ว ก็น่าจะหันมาใช้กลไกทางการทูตของอาเซียน

เกาหลีเหนือ ใต้ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐและรัสเซียล้วนแล้วแต่มีเดิมพันสูง ในการที่หาทางออกจากการเผชิญหน้ากันขณะนี้

คิมจองอึนอาจไม่ยอมแสดงท่าทางผ่อนปรนกับสหรัฐหรืออ่อนข้อจีน แต่หากเป็นอาเซียน เกาหลีเหนืออาจจะเห็นคุณค่าในการที่จะก้าวลงจากจุดยืนที่แข็งกร้าววันนี้ได้

นั่นคือความเชื่อของนักการทูตที่เจนเวทีอย่างคุณสุรินทร์

แต่ความเป็นห่วงของอดีตเลขาฯอาเซียนคนนี้ก็คือการขาด “ภาวะผู้นำ” ในภูมิภาคในยามนี้ที่จะสามารถผลักดันให้เกิดการพูดจากันอย่างมีสาระ อันจะนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันของชาวโลกได้

ผมเสนอว่าเวทีที่ฟิลลิปปินส์สัปดาห์หน้า เมื่อผู้นำอาเซียนทั้งสิบประเทศไปประชุมสุดยอด น่าจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะพยายามแง้มประตู ให้มีการหาทางออกจากวิกฤตคาบสมุทรเกาหลีในยามนี้

ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้แห่งฟิลิปปินส์ ในฐานะเจ้าภาพน่าจะสามารถเล่นบทสร้างสรรค์ ด้วยการผนึกกำลังของอาเซียนเพื่อดำเนินการ (ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือผ่านการทูตลับ) หาช่องทางที่จะลดความตึงเครียดให้คู่กรณียอมถอยคนละครึ่งก้าว เพื่อหาลู่ทางสู่การประนีประนอมระดับสากล

อาเซียนกับจีนมีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดพอที่จะประสานงานเพื่อการนี้ เพราะวันนี้สหรัฐภายใต้ทรัมป์พึ่งพาสีจิ้นผิงของจีน ในการพูดจากับคิมจองอึนของเกาหลีเหนือเพื่อให้ยุติการเผชิญหน้าขณะนี้

สหรัฐภายใต้ทรัมป์จะเอายังไงกับอาเซียนยังไม่ชัดเจน เมื่อมีข่าวว่าทรัมป์จะมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่มะนิลาและเอเปกที่เวียดนามในเดือนพ.ย. จึงน่าจะเป็นข่าวทางบวกที่แสดงถึงความสนใจของผู้นำสหรัฐคนใหม่ต่อภูมิภาคนี้

แต่จากนี้ถึงพ.ย. ยาวนานเกินกว่าจะรอได้ เพราะอุณหภูมิการเมืองระหว่างประเทศคุกรุ่นขึ้นทุกวัน ทุกขณะที่เขียนคอลัมน์อยู่นี้ยังไม่เห็นท่าทีที่อ่อนลงจากคู่กรณีแต่อย่างไรเลย