ภายหลังจากมีข่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติจะประกาศใช้วันที่ 6 เม.ย.นี้
แน่นอนว่าคำถามที่ตามมาคือโรดแมพการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น โดยล่าสุด รองนายกฯวิษณุ เครืองาม เปิดเผยถึงโรดแมพต่างๆ ภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ว่า ในวันนี้ 5 เม.ย.จะมีการเรียกปลัดทุกกระทรวงมาหารือ วิธีการปฏิบัติที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนของหน่วยงานต่างๆ ภายหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
000 โดยเฉพาะในส่วนของร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่คาดจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ทันทีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว ในส่วนของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะต้องเร่งทำพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับภายใน 240 วัน โดยทั้งหมดจะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หากกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จก่อน 240 วัน สามารถเดินหน้ากระบวนการเลือกตั้งได้
000 แต่ทว่า สืบเนื่องจากกรณีนี้มีการเปิดเผยข้อมูลจาก วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้วันที่ 6 เม.ย.นี้ จะมีสปท.ประมาณ 20 คน และ สมาชิกสนช.10 คน เตรียมที่จะ “ไขก๊อก” เพื่อให้ได้สิทธิลงสมัครส.ส.ได้ ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
000 ในส่วนของรองประธานสปท.อย่าง อลงกรณ์ พลบุตร ออกมาระบุถึงกรณีนี้ว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะที่รัฐธรรมนูญเขียนนั้นแยกเป็นสองส่วน คือ สปท. จะสิ้นวาระเมื่อมีกฎหมายปฏิรูป ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 120 วัน หรือการลาออกเพื่อไปลงเลือกตั้ง ภายในกรอบ 90 วันหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นแม้จำนวน สปท.จะเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีผลกระทบต่อการทำงาน เพราะได้เตรียมงานไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
000 ฉะนั้นถ้าจะมีสมาชิกลาออกไปเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง หลังรัฐธรรมนูญใช้ ภายใน 90 วันถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล และสมาชิก สปท.คงจะมีจำนวนหนึ่งที่ลาออก แต่ไม่มากนักเพราะอาจจะมีผลกระทบการทำงาน
000 อย่างไรก็ดี กระบวนการต่างๆคงต้องติดหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นก็เท่ากับว่า เริ่มนับหนึ่งเพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งซึ่งมีการคาดการณ์ว่า จะมีขึ้นในช่วงต้นปี2561






