วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

WeChat กับแจ็ค หม่า!

บทสนทนาใน WeChat ระหว่างแจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบา กับคุณวิบูลย์ คูสกุล

 อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำปักกิ่ง ที่ผมถ่ายทอดมาให้ได้อ่านกันวันนี้ ได้รับอนุญาตจากทั้งสองท่าน

ท่านทูตวิบูลย์แม้จะเกษียณราชการมาแล้วแต่ก็เป็น active citizen ในฐานะพลเมืองที่กระตือรือร้นติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด

เมื่อมีข่าวคราวเรื่อง แจ็ค หม่า ไปจับมือกับนายกฯนาจิบ ราซัค ประกาศลงทุนด้าน e-commerce ในมาเลเซียเพื่อนบ้านทางใต้ของเรา คุณวิบูลย์บอกว่าฟังรัฐมนตรีอุตสาหกรรม อุตตม สาวนายน พูดคุยใน Suthichai Live ทาง Facebook Live เรื่องนี้แล้วก็จึงเขียนไปถามแจ๊ก หม่าใน WeChat ซึ่งเป็น apps ที่โด่งดังมีคนจีนใช้สนทนากันหลายร้อยล้านคน

คุณวิบูลย์ถามแจ็ค หม่า (ที่ใช้ชื่อ Ma Yun อันเป็นชื่อจีนของเขา ใช้รูป “ทุกข์กิริยาของพระพุทธเจ้าเป็นรูป avatar ในโซเชียลมีเดียเสียด้วย) ว่าข่าวคราวเรื่องนี้เป็นอย่างไร คนไทยสนใจกันมาก อาลีบาบายังจะเดินหน้าลงทุนในไทยใช่ไหม?

แจ็ค หม่า ตอบทันควัน “แน่นอน...ไม่กี่วันก่อนผมยังให้เพื่อนร่วมงานเช็คความคืบหน้าเรื่องนี้ในไทยเลย”

คุณวิบูลย์ชูนิ้วให้

แจ๊ก หม่าบอกต่อว่า “ความคืบหน้าของเราในประเทศไทยก็ยังดีอยู่ (ไม่เลว)”

ท่านทูตวิบูลย์บอกต่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “เป็นข่าวที่ให้ความมั่นใจดีมากครับ หากจะเผยแพร่เรื่องนี้ไปในโซเชียล มีเดียจะได้ไหมครับ?”

เจ้าของอาลีบาบายืนยัน “Of course” (ได้เลย)

ว่าแล้วแจ็ค หม่าก็ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ว่า “บางเรื่องก็อยากให้รัฐบาลไทยเร่งฝีเท้ามากกว่านี้...”

นี่ครับคือประเด็นที่มีความสำคัญต่อการเดินหน้าของรัฐบาลไทย ต่อทุกอย่างที่กำลังเร่งเครื่องเพื่อเดินหน้าให้ได้ตามเป้าประสงค์

เขายืนยันว่าจะยังลงทุนในประเทศไทย แม้เขาจะกระจายกิจกรรมธุรกิจของเขาไปในประเทศอื่น ๆ ด้วย แต่โลกวันนี้คือโลกการแข่งขัน ไม่มีใครรักเราพิเศษกว่าคนอื่นเพียงเพราะได้จับมือกันหรือพูดจาภาษาดอกไม้ต่อกันเท่านั้น

สิ่งที่จะพิสูจน์ว่าทั้งเขาและเราจะสามารถเดินไปพร้อมกันได้ ให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันในลักษณะ win-win ก็คือประสิทธิภาพและการทำงานอย่างต่อเนื่อง จริงจังและตกลง รับปากกันอย่างไรก็ทำตามนั้น

แน่นอนว่าเราไม่อาจจะหวังว่าแจ็ค หม่า จะคบหากับเราเพียงเพราะเขาชอบคนไทยและอาหารไทย หรือเห็นประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น เพราะทุกอย่างคือการเปรียบเทียบ หากเขาเห็นว่าที่ไหนที่เขาลงทุนแล้วได้ประโยชน์กว่า เขาก็ย่อมจะถูกดึงดูดไปที่นั่น

ที่เขา “สะกิด” เราว่าบางเรื่องรัฐบาลไทยจะต้องเร่งความเร็วให้มากกว่านี้ เท่ากับเป็นการเตือนว่ากระบวนการตัดสินใจ และทำงานของเรายังอาจจะไม่ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะในโลกดิจิตัลและนวัตกรรม ที่ต้องการความชัดเจนและความเป็นมืออาชีพระดับสากล

ความจริง หากเราสร้างเสริมประสิทธิภาพ ความปราดเปรียว ความคล่องแคล่วของระบบราชการของเราให้ได้มาตรฐานโลก เราก็ไม่ต้องห่วงว่าแจ็ค หม่าจะทิ้งไทยไปหามาเลเซียหรือชาติอื่นหรือไม่

อย่างที่กูรูดิจิทัลเขาบอกเอาไว้ว่า “ยุคนี้ไม่ใช่ปลาตัวใหญ่กินปลาตัวเล็ก แต่เป็นยุคที่ปลาเร็วกินปลาช้า”

ทำให้ผมคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ขายดีมาหลายปีแล้วชื่อ It’s not the BIG that eat the Small… it’s the FAST that eat the SLOW เขียนโดย Jason Jennings

หากเราดีจริง เก่งจริง ใคร ๆ เขาก็ต้องมา...แจ็ค หม่าจะไปจับมือประกาศอะไรกับใคร ก็ไม่ต้องกลายเป็นดราม่าสำหรับคนไทยอีกต่อไป!