วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มาเลเซียกับเกาหลีเหนือ: ความสัมพันธ์ที่ (ไม่) พิเศษ?

การลอบสังหารนาย คิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของประธานาธิบดี คิม จอง-อึน ของเกาหลีเหนือ

กลางสนามบินนานาชาติในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จุดกระแสให้ทั่วโลกหันมาจับตาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศมากขึ้น

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียสามารถคุมตัวผู้ต้องสงสัย ที่มีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์นี้ได้หลายคน พร้อมพบความเชื่อมโยงว่าเกาหลีเหนือ อาจอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารในครั้งนี้ แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือกลับออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้อง พร้อมขอให้มาเลเซียคืนร่างผู้เสียชีวิตโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

การปฏิเสธข้อเรียกร้องข้างต้นเป็นต้นตอของความบาดหมางกันระหว่างสองชาติ เมื่อนาย คัง ชอล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย ออกมาวิจารณ์ถึงความโปร่งใสของกระบวนการสืบสวนของมาเลเซีย และกล่าวเป็นนัยว่า มาเลเซียเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

ความขัดแย้งนำไปสู่การตอบโต้ทางการทูตที่น่าสนใจหลายประการ เช่น การที่มาเลเซียประกาศให้ทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) และเชิญให้ออกจากประเทศภายใน 48 ชั่วโมง หลังปฏิเสธการรายงานตัวกับกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย ขณะที่เกาหลีเหนือสั่งห้ามไม่ให้ชาวมาเลเซียในเกาหลีเหนือเดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าพลเมืองเกาหลีเหนือในมาเลเซียจะได้รับการรับรองความปลอดภัย

จากเหตุการณ์นี้ สื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอคล้ายคลึงกันว่า ความขัดแย้งที่บานปลายจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีและ ‘ใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ’ ระหว่างสองประเทศ ซึ่งดำเนินมายาวนานกว่า 40 ปี

หลักฐานของความสัมพันธ์ที่มีลักษณะ ‘พิเศษ’ นี้คือการที่ทั้งสองประเทศต่างมีสถานทูตของอีกฝ่าย ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของตนตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ขณะเดียวกัน ชาวมาเลเซียยังได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเกาหลีเหนือได้เป็นเวลา 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยสามารถยื่นขออนุมัติเดินทางเข้าเกาหลีเหนือได้ ผ่านการซื้อทัวร์จากบริษัทที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเกาหลีเหนือถึง 10 บริษัท หรือด้วยการแสดงหลักฐานว่าต้องการเข้าไปทำธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจชาวเกาหลีเหนือ

ทั้งสองประเทศยังมีการติดต่อสัมพันธ์กันในอีกหลายลักษณะ อาทิ การเดินทางเยือนในระดับผู้นำ การแลกเปลี่ยนด้านข้อมูลข่าวสารและศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการที่สายการบิน Air Koryo ของเกาหลีเหนือเคยเปิดเที่ยวบินตรงไป-กลับกรุงเปียงยางกับกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อ พ.ศ. 2554 แม้เที่ยวบินดังกล่าวจะถูกยกเลิกในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ดี ประชันต์ ปรเมศวรัน (Prashanth Parameswaran) รองบรรณาธิการของ The Diplomat สื่อวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชื่อดัง ตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนืออาจไม่ได้มีความ ‘พิเศษ’ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ประชันต์ ปรเมศวรัน เห็นว่าความเข้าใจผิดๆ นี้มีที่มาจากความเชื่อที่ว่า เกาหลีเหนือเป็นประเทศปิดและตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่เกาหลีเหนือยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอีกหลายประเทศ และมาเลเซียเป็นเพียงหนึ่งในอีกกว่า 50 ประเทศที่มีสถานทูตตั้งอยู่ในเกาหลีเหนือ

ความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนือ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2516 ในช่วงสงครามเย็น เกาหลีเหนือมองว่าวิธีการคานอำนาจกับโลกตะวันตก และเกาหลีใต้ซึ่งสหรัฐอเมริกาหนุนหลังอยู่ คือ การส่งเสริมความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศโลกที่สามและประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งผลักดันหลักการ “พึ่งตนเอง” (Juche) ให้เป็นอุดมการณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเหล่านี้

นับแต่นั้นมา เกาหลีเหนือภายใต้การนำของประธานาธิบดี คิม อิล-ซุง จึงเดินหน้าขยายความสัมพันธ์กับนานาประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา ซึ่งต่างอยู่ระหว่างการต่อสู้เพื่อประกาศเอกราช

นอกจากมาเลเซียที่เพิ่งได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2500 เกาหลีเหนือยังริเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตกับอีกหลายประเทศในปีเดียวกัน เช่น โตโก แกมเบีย อิหร่าน ไอซ์แลนด์ อินเดีย อัฟกานิสถาน ฯลฯ

เกาหลีเหนือยังสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาติอาเซียนอื่นๆด้วย เช่น เวียดนาม (2493) อินโดนีเซีย (2507) กัมพูชา (2507) ไทย (2518) สิงคโปร์ (2518) และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างเกาหลีเหนือกับชาติต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือวัฒนธรรม ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่ใช่ความร่วมมือที่มีนัยสำคัญต่อแต่ละประเทศนัก

ถึงแม้มาเลเซียจะมีความสัมพันธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับเกาหลีเหนือ ดังเห็นได้จากการลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 แต่มาเลเซียยังคงร่วมมือกับนานาชาติ ในการประณามการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสั่งยกเลิกเที่ยวบินตรงจากเปียงยาง-กัวลาลัมเปอร์ เพื่อลงโทษเกาหลีเหนือตามมติของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

แม้เกาหลีเหนือจะละเว้นการตรวจลงตราให้กับชาวมาเลเซีย แต่นักวิเคราะห์บางคนแย้งว่า ในความเป็นจริงแล้ว มีชาวมาเลเซียจำนวนน้อยมากที่เดินทางไปยังเกาหลีเหนือ ชาวมาเลเซียที่ได้รับผลกระทบ จากการห้ามเดินทางออกจากเกาหลีเหนือเกือบทั้งหมดเป็นเพียงเจ้าหน้าที่การทูตและครอบครัวเท่านั้น ในทางกลับกัน เว็บไซต์ของการท่องเที่ยวมาเลเซีย ยังไม่มีการเก็บรวบรวมสถิติการเดินทางเข้ามาเลเซีย ของชาวเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการไว้ด้วย

ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซียแถลงว่าจะไม่ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ แต่จะทบทวนข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องการอนุญาตให้เรือสัญชาติเกาหลีเหนือเทียบท่าเรือในมาเลเซีย มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อการค้าที่มีมูลค่ารวมเฉลี่ย 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 77 ล้านบาท) ต่อปี ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าหลักของมาเลเซียอย่างจีน ที่มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.2 แสนล้านบาท)

แม้เกาหลีเหนืออาจใกล้ชิดกับมาเลเซียมากกว่าอีกหลายประเทศที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับมาเลเซียก่อนหน้าเหตุการณ์ลอบสังหารนาย คิม จอง-นัม ไม่ได้ราบรื่นและปราศจากความขัดแย้ง มาเลเซียร่วมมือกับเกาหลีเหนือในบางมิติ แต่ก็จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนในเวทีโลก ด้วยการคัดค้านท่าทีที่แข็งกร้าวของเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน ในทางปฏิบัติแล้ว ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายจะไม่ได้ ‘ใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ’ มากอย่างที่สื่อกระแสหลักรายงาน

......................................

ภาคิน นิมมานนรวงศ์

ผู้ช่วยผู้ประสานงานโครงการ “จับตาอาเซียน”

ฝ่าย 1 สกว.