วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหาความไว้วางใจ

ความขัดแย้งเกี่ยวกับร่างกฎหมายปิโตรเลียม 2 ฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สน.) กำลังกลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปหลายเดือน หลังจากม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่ามีการแก้ไขในขั้นสนช. โดยเฉพาะในวาระ 2-3 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นการแก้ไขสาระสำคัญคือการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เพื่อมาดูแลธุรกิจน้ำมันของประเทศ ซึ่งเห็นว่าจะทำให้การบริหารพลังงานของประเทศถอยหลัง และเป็นเรื่องล้าสมัยเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน

หากพิจารณาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง ที่มีจุดเริ่มต้นในเรื่องของการเปิดสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบ 21 จะเห็นว่าเป็นความขัดแย้งที่ต่อเนื่องยาวนาน ระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานด้านหลังงานที่เห็นว่าจำเป็นต้องมีการเปิดสัมปทานสำรวจและผลิตรอบใหม่ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ในขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านเห็นว่าการสัมปทานในรูปแบบเดิมๆ จะนำไปสู่ความเสียหายทรัพยากรของชาติ เพราะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายเดิม โดยรัฐเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์

อันที่จริง ความขัดแย้งเรื่องการเปิดหรือไม่เปิดสัมปทาน หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของแบ่งผลประโยชน์เป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันได้อีกมาก แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นความไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แม้ว่าจะมีความพยายามเจรจากันมาหลายครั้งในรูปแบบของคณะกรรมการชุดต่างๆ จนนำไปสู่การเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับปิโตรเลียม 2 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสนช. แต่ก็ปรากฏว่ามีความขัดแย้งมาโดยตลอด จนกระทั่งมีการแก้ไขร่างกฎหมายในที่สุดและเป็นประเด็นการโต้แย้งเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากร่างกฎหมายที่มีการแปรญัตติ โดยเฉพาะการบริหารบรรษัทน้ำมันแห่งชาติและมีการตั้งกรรมการขึ้นมา ซึ่งมีการเสนอให้มีการตั้งตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปร่วมเป็นกรรมการด้วย อีกทั้งมีการโอนอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในการพิจารณาบางเรื่อง ชี้ให้เห็นว่าความไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งไม่ว่าการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใดและใครเป็นผู้เสนอ ก็สะท้อนให้เห็นว่าต่างฝ่ายก็พยายามเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายอยู่ดี โดยเกรงว่าจะเกิดการแทรกแซงหรือการเอาเปรียบจากอีกฝ่าย

แน่นอนว่าความไม่ไว้วางใจในกิจการพลังงานนั้นมีที่มาที่ไปยาวนาน เพราะในอดีต ฝ่ายการเมืองมักจะมีข่าวเข้าไปแทรกแซงหรือหาประโยชน์จากกิจการพลังงานของรัฐอยู่เสมอ ซึ่งบางกรณีก็ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการปฏิรูปประเทศ และการปฏิรูปพลังงานของประเทศก็ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลประกาศไว้ตั้งแต่ต้น 

ดังนั้น กรณีความขัดแย้งในครั้งนี้อาจสร้างความวิตกว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะนำไปสู่ความรุนแรงเหมือนในอดีตหรือไม่ แต่หากพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ทั้งกลุ่มคนและประเด็นการคัดค้าน ไม่น่าจะนำไปสู่ความรุนแรงใดๆ แต่ประเด็นสำคัญนับจากนี้ไปคือรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะประเด็นความไว้วางใจนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่และในหลายๆกรณีที่เกิดความขัดแย้งขึ้นก็เนื่องมาจากความไว้วางใจเป็นเรื่องหลัก เราเชื่อว่าความขัดแย้งเรื่องปิโตรเลียมจะเป็นอีกตัวอย่างของสังคมไทยที่แก้ไขยาก เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็ยึดเหตุผลของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าการแก้ความขัดแย้งต้องใช้ความอดทนและเวลา เพราะหากสามารถแก้ปัญหาความไว้วางใจได้ ก็จะส่งผลดีระยะยาวต่อสังคมไทย