เรื่องใหญ่ครับเมื่อเกาหลีเหนือ เปิดศึกทางการทูตกับมาเลเซียอย่างเปิดเผย กรณีสังหารโหดคิมจองนัม
พี่ชายต่างมารดาของผู้นำโสมแดงคิมจองอึน
เมื่อรัฐบาลมาเลเซียของนายกฯนาจิบ ราซัค สั่งขับเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือออกจากมาเลเซียภายใน 48 ชั่วโมง ผู้นำเปียงยางก็ตอบโต้ด้วยการ ไล่เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำเปียงยางบ้าง
คิมจองอึนไม่หยุดแค่นั้น สั่งห้ามคนมาเลเซียในเกาหลีเหนือออกนอกประเทศ
อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมารัฐบาลมาเลเซียก็ซัดกลับ ด้วยการห้ามคนเกาหลีเหนือออกจากมาเลเซียเหมือนกัน
ตาต่อตา ฟันต่อฟันทางการทูตอย่างนี้ไม่ค่อยได้พบได้เห็นมาก่อน
ผมเข้า Facebook Live ชวนบรรณาธิการใหญ่ของ The Star Group มาเลเซีย Dato Wong Chun Wai ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์นี้กับผม เป็นการเปิดศักราชวิเคราะห์ข่าวระหว่างประเทศผ่าน social media
เป็นจังหวะเหมาะที่จะทดลองใช้โซเชียลมีเดียที่สามารถถ่ายทอดสดแบบ “เมื่อไหร่ที่ไหนก็ไม่เกี่ยง” เป็นภาษาอังกฤษในมวลหมู่สมาชิกของ Asia News Network (ANN) ซึ่งมีสมาชิกเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษแถวหน้าของเอเชียทั้งหมด 19 ฉบับ
บก.ใหญ่เดอะสตาร์วิเคราะห์ว่านี่เป็นสถานการณ์ความตึงเครียด ระหว่างสองประเทศที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน บัดนี้มาเลเซียถือว่าการที่เกาหลีเหนือกักตัวคนมาเลเซียเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ จึงต้องตอบโต้ด้วยวิธีการเดียวกัน
ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศนี้จะนำไปสู่อะไรบ้างไม่มีใครทำนายได้
“...เพราะผู้นำเกาหลีเหนือเป็นคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เราไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้เลย” บก. มาเลเซียบอกผมระหว่างการแลกเปลี่ยนบทวิเคราะห์ทาง Facebook Live
ศพของคิมจองนัมยังเป็นประเด็นของความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ เพราะตำรวจมาเลเซียชันสูตรศพแล้ว สรุปว่าการเสียชีวิตมาจากผู้หญิงสองคน ที่เชื่อว่าถูกว่าจ้างให้ใช้สารทำลายประสาทอย่างร้ายแรงที่เรียกว่า VX nerve agent ซึ่งถือว่าเป็น “อาวุธสงครามเคมี” ซึ่งเข้าใจว่ามาจากเกาหลีเหนือโดยที่แผนสังหารอาจจะสั่งมาจากเปียงยาง
แต่เกาหลีเหนือตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราด กล่าวหาว่ามาเลเซีย “สมรู้ร่วมคิด” กับประเทศที่เป็นศัตรูของเขา เพื่อจะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีเปียงยาง ทั้งยังอ้างว่าคิมจองนัมเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย ไม่เกี่ยวกับสารพิษอะไรทั้งสิ้น
คำถามก็คือว่าในเมื่อเกาหลีเหนือไม่ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพด้วย จะประเมินได้อย่างไรว่าคิมจองนัมตายด้วยสาเหตุอันใด?
ปัญหาต่อมาก็คือว่าศพนี้จะมอบให้ใคร? เพราะถึงวันนี้ก็ยังไม่มีญาติของคนตายมาขอรับศพ และรัฐบาลมาเลเซียไม่ยอมส่งมอบศพนี้ให้กับทางการเกาหลีเหนือแน่
ความบาดหมางกลายเป็นเรื่องร้อนแรง เพราะในขณะเดียวกันเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธ 4 ลูกเมื่อวันก่อนระหว่างที่สหรัฐกับเกาหลีใต้ซ้อมรบทางทะเลอยู่และ 3 ใน 4 ลูกนั้นตกลงในทะเลญี่ปุ่น ถือว่าเป็นการยั่วยุอย่างเปิดเผย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เล็กน้อย เปียงยางก็ยิงขีปนาวุธลงไปในบริเวณใกล้ ๆ กันหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน
อเมริกาได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงเรียกประชุมฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาการกระทำล่าสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อลงโทษประเทศนี้อีกรอบหนึ่ง
ผมถามว่ามาเลเซียจะเสนอเอาประเด็นความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือ เข้าสู่วาระการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ ครั้งนี้ด้วยหรือไม่?
และหากทั้งสองประเทศขับไล่ทูตของกันและกันออกนอกประเทศแล้ว ช่องทางการสื่อสารหรือเจรจากันก็ถูกปิดลง มาเลเซียจะติดต่อขอให้ปักกิ่งเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยหาทางลงหรือไม่?
ทั้งหมดนี้เป็นคำถามที่กำลังหาคำตอบในภาวะที่การเมืองระหว่างประเทศกำลังเข้าสู่โหมด “ผันผวนรวนเร” อย่างยิ่ง
อาจมีคนถามว่า
พระเจ้าให้คิมจองอึนมาเกิด ไฉนจึงส่งโดนัลด์ ทรัมป์ลงมาด้วย?









