วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยจะบรรลุ 4.0 ต้องสอนเด็กไทยให้คิด

ข่าวบอกว่าซีอีโอชั้นนำ 33 ท่านจากทั่วโลกแนะนำว่าไทยควรจะ “พัฒนาคน” เพื่อรับ 4.0

 อีกทั้งยังควรจะดึงเอาสถาบันการศึกษาระดับโลก มาตั้งในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC (Eastern Economic Corridor)

นี่เป็นข้อเสนอของการประชุม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน (Honorary Investment Advisors หรือ HIA) ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศทั่วโลก ให้คำแนะนำประเทศไทยในช่วงที่ต้องการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สู่ความเป็นประเทศไทย 4.0

รองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกว่า HIA กลุ่มนี้ให้ความสำคัญมากที่สุดในเรื่องการศึกษา เตรียมบุคลากรที่มีฝีมือเพื่อรองรับการลงทุนและเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

คำว่าบุคลากรไม่ได้หมายถึงสร้างในประเทศอย่างเดียว แต่รวมถึงแรงงามของประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะในกลุ่มกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม (CLMV) และอาเซียนทั้งหมด

หลายบริษัทบอกว่าพร้อมจะร่วมมือกับไทยในการพัฒนาคน ทั้งระดับมหาวิทยาลัยและเอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (startups)

คุณสมคิดบอกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังแก้ไขกฎระเบียบเพื่อให้สถาบันการศึกษาระดับโลกทั้งระดับอาชีวศึกษา อุดมศึกษาจากต่างประเทศที่มีมาตรฐานระดับโลกเข้ามาตั้งในพื้นที่ EEC ควบคู่ไปกับการปฏิรูปการศึกษาของไทย

ผมตั้งวงสนทนาหลายวงในช่วงหลัง ต่างเห็นตรงกันว่าถ้าประเทศไทยไม่ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังก็อย่าได้หวังจะบรรลุเป้าหมาย 4.0 เพราะการก้าวไปสู่สถานภาพของประเทศ ที่ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรม และวิถีชีวิตดิจิตัลนั้นหัวใจอยู่ที่ “การรู้เท่าทัน”ความเปลี่ยนแปลง

ความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและหนักหน่วงที่มาจากเทคโนโลยี ที่มีผลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคนคือโจทย์ใหญ่ที่สุด

แม้เราเริ่มปฏิรูปการศึกษาวันนี้ก็เกือบจะไม่ทันแล้ว เพราะพอเราเริ่ม เทคโนโลยีก็ปรับอีก แม้การเรียนการสอนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก จนทำให้การเชิญสถาบันการศึกษาต่างประเทศมาตั้งในไทยซึ่งกินเวลาอีกหลายปีก็อาจจะ “ไม่ทันกิน”

เพราะสถาบันการศึกษาต่างประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่เราต้องการจะเชิญมาตั้งสาขาในไทย ก็กำลังอยู่ในกระบวนการปรับเปลี่ยนอย่างรุนแรงเช่นกัน

นวัตกรรมที่เกิดขึ้นตลอดเวลาขณะนี้ ทำให้การเรียนการสอนเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก มหาวิทยาลัยดัง ๆ ของโลกเริ่มจะเปิดกว้าง ให้คำบรรยายวิชาต่าง ๆ ของอาจารย์ที่เก่งที่สุดมาเผยแพร่ฟรีทางอินเตอร์เน็ท สามารถชมและฟังทางยูทูปฟรี โดยไม่ต้องเดินทางไปเข้าห้องเรียนฟังเล็กเช่อร์เหมือนก่อนอีกต่อไป

ดังนั้น ไทยเราต้อง “ก้าวข้าม” ขั้นตอนเดิม ๆ ในการปฏิรูปการศึกษาด้วยการทุ่มการลงทุนไป ที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ทให้รวดเร็วกว้างขวาง ไปถึงทุกตำบลทุกหมู่บ้าน เพื่อให้คนไทยมีความเสมอภาคในการเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐาน โดยที่บทบาทของครูต้องเปลี่ยนจากการ “สอน”เป็นการ “ชี้แนะ” หรือ “โค้ช”

นักเรียนนักศึกษาทุกวันนี้สามารถค้นหาข้อมูลและสาระได้ จากอินเตอร์เน็ทอย่างไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของครูไม่ว่าจะเป็นชั้นประถม มัธยม อาชีวะหรือมหาวิทยาลัยจึงต้องปรับเปลี่ยน เน้นเรื่องการ “สอนให้คิดและวิเคราะห์” สามารถแยกแยะใช้ข้อมูล Big Data ในการหาข้อสรุปเพื่อนำไปใช้ในวิชาชีพของตนเองอย่างถูกต้องแม่นยำ

หลักสูตรที่จะเขียนใหม่ก็ต้องสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง และความต้องการของสังคมโลกยุคใหม่ เพราะตำราต่าง ๆ ในหลาย ๆ วิชาในมหาวิทยาลัยทุกวันนี้ล้าสมัย ไม่ทันกับความเป็นไปและความต้องการของสังคมใหม่แล้ว

ดังนั้นซึ่งที่ CEOs ที่มาให้คำปรึกษากับเราแนะนำจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นสิ่งที่คนไทยเราเองตระหนักดี ต่อไปนี้จึงอยู่ที่การลงมือทำ และขอให้สมาชิก HIA ทั้งหลายได้เสนอความร่วมมือในทางปฏิบัติที่แท้จริง เพื่อยกระดับการได้สัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนหรือสอนผิด ๆ อย่างจริงจัง !