กรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยกเลิกสัญญาการติดตั้งกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้า
ของบริษัทเทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ กำลังกลายเป็นปมปัญหาให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) ในฐานะผู้อนุญาตให้มีการใช้พื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแต่บริษัทเทพสถิตฯเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอกชนรายอื่น ที่ลงทุนในพื้นที่ส.ป.ก.ชัยภูมิ และนครราชสีมา รวม 620 ไร่ รวมทั้งสิ้น 20บริษัท ซึ่งบางบริษัทดำเนินการไปแล้ว ขณะที่อีกหลายบริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ความเห็นล่าสุดของพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้หาทางออกเรื่องนี้ภายใน 90 วัน และระบุว่าส.ป.ก.ถือว่าทำผิดกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร และหากมีการยื่นฟ้องในพื้นที่อื่น ซึ่งหากศาลตัดสินในบรรทัดฐานเดียวกัน ก็จะส่งผลกระทบต่อเอกชนรายอื่นที่ลงทุนไปแล้ว และจะเกิดการฟ้องร้องตามมาอีกมาก ในขณะที่การสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าก็เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงานในการหาพลังงานทดแทน
ประเด็นที่น่าพิจารณา ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายสาธารณะของรัฐบาล คือ เราจะมีหลักการพิจารณาต่อประเด็นนี้อย่างไร ระหว่างหลักทางกฎหมายกับหลักความจำเป็นทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหากเกิดกรณีปัญหาเราจะมีหลักในการวินิจฉัยอย่างไรว่าควรดำเนินการอย่างไร เพราะที่ผ่านมา มักจะมีการถกเถียงกันมากโดยคำนึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และผลประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม ในการดำเนินนโยบายสาธารณะของรัฐบาล
ประเด็นในเรื่องข้อกฎหมายนั้นอาจไม่จำเป็นต้องกล่าวย้ำกันอีก หลักศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่ากรณีของบริษัทเทพสถิตฯ ไปแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้ และหากมีการฟ้องร้องกรณีบริษัทอื่น จึงเป็นเรื่องน่าพิจารณาว่าผลการตัดสินของศาลจะออกมาอย่างไร ในขณะที่ประเด็นเศรษฐกิจน่าจะเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงและหยิบยกมากล่าวถึงกันจากนี้ไป เนื่องจากโครงการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม เป็นไปตามนโยบายการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานและผลต่อสิ่งแวดล้อม
หากพิจารณาเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจอาจเห็นว่าโครงการดังกล่าว เป็นประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เหตุผลทางด้านเศรษฐกิจจะมีน้ำหนักแค่ไหน หากเราต้องตัดสินกันว่าโครงการเหล่านี้จะดำเนินการต่อไปหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าเป้าหมายของการใช้ที่ดินส.ป.ก.เพื่อต้องการให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินและเป็นการสร้างความเป็นธรรมในสังคมในเรื่องการเข้าถึงทรัพยากรของประเทศ ดังนั้นการประเมินว่าจะให้น้ำหนักด้านใดมากกว่ากันจะเป็นทิศทางสำคัญในเรื่องนี้ และอาจมีความสำคัญต่อนโยบายสาธารณะอื่นๆ ของรัฐบาล
ปรากฏการณ์ที่สำคัญกำลังเกิดขึ้นในประเทศที่มีศักยภาพการลงทุน ซึ่งรวมถึงไทย คือ รัฐบาลมักจะมีการส่งเสริมการลงทุนโดยมีสนับสนุนทรัพยากรของชาติ โดยหวังว่าหากเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจตามที่วางไว้ จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถแข่งขันและก้าวพ้นความยากจนได้ โดยมีหลักยึดเหมือนกันคือจำเป็นต้องมีผู้เสียสละจากนโยบายดังกล่าว แต่เมื่อพิจารณาผลรวมของประเทศแล้วก็ถือว่ามีความคุ้มค่า อย่างเช่น มีประชาชนส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการต้องเสียสละทรัพยากรให้โครงการเกิดขึ้นได้
ความหมายของคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในครั้งนี้ มีประเด็นที่ซ่อนให้เห็นปมปัญหาอื่นที่เราต้องพิจารณากันมากขึ้น ระหว่างเหตุผลในเรื่องสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชน กับเรื่องผลประโยชน์เศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้มีบางนโยบายยืนอยู่จุดนี้ แม้ประเด็นทางกฎหมายจะต่างกัน ดังนั้น เราต้องติดตามกันอีกครั้งว่าเรื่องนี้ส.ป.ก.จะหาทางออกอย่างไร และจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของนโยบายรัฐบาลว่าจะเลือกทางใด เพราะทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความเป็นธรรม เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน






