ภาพนี้ขึ้นปกนิตยสารเยอรมันชื่อดัง Der Spiegel ฉบับล่าสุด
เกือบไม่ต้องมีคำบรรยาย คำว่า America First ก็ตัวเล็ก ๆ อยู่ใต้ภาพ
แต่พอวางตลาดเท่านั้นฮือฮาไปทั่ว เพราะเป็นการส่งสารแรงเป็นพิเศษอย่างจงใจ
เพราะภาพนี้สะท้อนถึงความเห็นของคนจำนวนไม่น้อยในยุโรปและทั่วโลก (แน่นอน รวมถึงคนอเมริกันที่กำลังต่อต้านประธานาธิบดีของเขาอย่างร้อนแรง) ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ได้ก่อเหตุ “ฆาตกรรมเสรีภาพ” ของคนอเมริกันไปแล้วเรียบร้อย
และเป็นการสังหารแบบโหดเหี้ยมทารุณพอสมควร เพราะถึงกับตัดหัวเลือดอาบกันต่อหน้าต่อตาสาธารณะกันเลยทีเดียว
ก็เพราะนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อนอะไรทั้งหมด” นี่แหละที่ทำให้ทิศทางการบริหารประเทศของทรัมป์ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่ว
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประท้วงทั้งที่เบอร์ลิน ลอนดอนและเมืองหลวงยุโรปอีกหลายเมือง ตอกย้ำถึงความประหวั่นพรั่นพรึงของคนยุโรปจำนวนไม่น้อย ว่าทรัมป์กำลังทำลายพื้นฐาน แห่งระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยตะวันตกที่เป็นมาช้านาน
คนเขียนภาพนี้ชื่อ Edel Rodriguez เกิดที่คิวบา เข้าสหรัฐในฐานะเป็นผู้ลี้ภัยการเมืองเมื่อปี 1980
เขาอธิบายเหตุผลของการนำเสนอภาพนี้ว่า “นี่คือการประหารประชาธิปไตยด้วยการตัดหัว นี่คือการตัดหัวสัญลักษณ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์”
เขายอมรับว่าที่ใช้การตัดหัวในภาพประกอบนี้ เพื่อจะเปรียบเทียบกับวิธีการสังหารโหดของกลุ่มก่อการร้าย ISIS
“ทั้งทรัมป์และ ISIS มีความสุดขั้วเหมือนกัน ผมต้องการจะเปรียบเทียบให้เห็นความเหมือนของทั้งสองฝ่าย” ศิลปินคนนี้บอก
ทรัมป์วิพากษ์นโยบายของรัฐบาลเยอรมัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลหลายประเด็น เพราะเยอรมันแสดงความไม่เห็นด้วยกับการห้ามคนจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐของทรัมป์อย่างเปิดเผย
ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับเบอร์ลิน ที่เคยสนิทแนบแน่นกันมาก่อน ก็มีอันต้องเสื่อมทรุดลงเพราะแนวทาง America First ของทรัมป์นี่แหละ
ทรัมป์วิพากษ์ว่าผู้นำเยอรมันกระทำการ “ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง” ด้วยการเปิดประตูให้ผู้อพยพเข้าประเทศ
ต่อมาที่ปรึกษาคนสำคัญด้านการค้าของทรัมป์ บอกว่าเยอรมันได้ใช้วิธีการทำให้เงินสกุลยูโร “อ่อนค่าอย่างผิดปกติ” เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้ากับอเมริกาและหุ้นส่วนในยุโรปอื่น ๆ
พูดอย่างนี้ก็เท่ากับหาเรื่องทะเลาะกับเพื่อนเก่า ด้วยข้อหาที่ไม่มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ทรัมป์ใช้ข้อกล่าวหาเดียวกันนี้กับประเทศอื่น ๆ เช่นจีนและญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน
อย่างนี้ต้องเรียกว่าทรัมป์ไม่รู้จักแยกมิตรแยกศัตรู
แต่ไหนแต่ไรมา สหรัฐถือว่ายุโรปเป็นพันธมิตรใกล้ชิด มี NATO หรือองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ เป็นกลไกทางทหารเพื่อสกัดการแผ่อิทธิพลของรัสเซีย แต่ทรัมป์เคยประกาศว่า NATO ไม่มีน้ำยาอะไร จะขอทบทวนเงินงบประมาณที่อเมริกาส่งไปให้ทุกปี
อีกทั้งรัสเซียก็ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่ออเมริกา อย่างที่อดีตผู้นำสหรัฐเคยยึดเป็นนโยบายมาตลอด
ทรัมป์ฟาดฟันกับทุกคนไม่เลือกหน้า ตั้งแต่เข้ามานั่งทำเนียบขาวไม่ถึงสองสัปดาห์ ก็ทะเลาะกับใครต่อใครที่ไม่เดินตามเขา
เปิดฉากเผชิญหน้ากับอิหร่าน
ทะเลาะกับนายกฯออสเตรเลีย
อัดสื่อกระแสหลักเก่าแก่อย่าง New York Times, Washington Post
หาเรื่องกับยุโรปเพื่อนเก่า
ฟาดฟันกับผู้พิพากษาที่ตัดสินใจระงับคำสั่งห้ามคนจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐ
และเตรียมจะปะฉะดะกับทุกคน ที่ไม่ยอมเดินตามนโยบายที่เขย่าขวัญชาวโลกทุกวัน!






