วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนรุ่นใหม่วันนี้ต้องใช้สามคิว

เมื่อก่อนจะบอกว่าใครเก่งไม่เก่ง มักกล่าวถึงไอคิว หรือ intellectual quotient

เพราะเชื่อกันว่าคนไอคิวสูงจะทำการงานได้ดีกว่า แต่บ่อยครั้งที่พบว่าคนที่เชื่อว่าไอคิวสูงกลับทำงานล้มเหลว ในขณะที่คนที่ไอคิวระดับธรรมดาๆ กลับทำงานได้ผลดี ซึ่งตามจริงแล้วไอคิวแสดงความสามารถในการเรียนรู้ และการแก้ปัญหาที่สลับซับซ้อน แบบทดสอบไอคิวจึงเต็มไปด้วยคำถามที่ซับซ้อน และมีจำนวนมาก คนที่มีไอคิวสูงจึงได้เปรียบในการทำงานที่สลับซับซ้อน แต่ไม่ได้เปรียบใดๆ ในการงานธรรมดาๆ ไอคิวสูง หรือไอคิวธรรมดาต่างสามารถรับมือกับการงานทั่วไปได้ไม่แตกต่างกัน พลาดได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นการงานที่ปะปนกันหลายเรื่อง หลายขั้นตอน และเชื่อมโยงต่อไปยังงานอื่นอีกหลายงาน ใช้ข้อมูลสาระมากมายหลายเรื่อง ถ้าเป็นงานแบบนี้ ไอคิวสูงจะได้เปรียบไอคิวธรรมดา

แต่ไอคิวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับรองว่าจะทำงานได้ดี เพราะทุกวันนี้การงานต้องทำร่วมกับคนอื่น คนรุ่นใหม่จึงต้องมีอีคิว หรือemotional quotient ซึ่งเป็นตัวที่บ่งบอกว่าคนนั้นรับมือกับความกดดันจากรอบตัวได้ดีแค่ไหน คนนั้นเครียดมากน้อยเพียงใด เมื่อต้องพบกับสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากที่ตนคาดหวังไว้ คนนั้นทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดีแค่ไหน ในแต่ละสถานการณ์ ถ้าทำงานอยู่กับคนที่อีคิวสูงจะไม่เพิ่มความเครียดให้เรา นอกเหนือไปจากที่มีขึ้นจากการที่ต้องทำงานให้สำเร็จ คนอีคิวสูงอยู่กับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้โดยสงบ ไม่ตกอกตกใจจนกระทั่งคนรอบตัวตกอกตกใจตามกันไปหมด 

อีคิวจึงช่วยได้ในยามที่การงานเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นประจำ และจะยิ่งสำคัญมากยิ่งขึ้นถ้างานนั้นเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ วันนี้โรดแมปว่าอย่างนี้ วันหน้าโรดแมปกลับกลายไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง การงานที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นั้นอาจทำให้คนอีคิวต่ำๆ ประสาทเสียได้ง่ายๆ บางคนอาจถึงขั้นโวยวายแสดงความไม่พออกพอใจกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าเห็นใครหงุดหงิดมากๆ เวลาที่กำหนดการเปลี่ยนไปจากที่เคยบอกกล่าวกันไว้ คนนั้นไม่ใช่คนที่อีคิวสูงแน่ๆ แต่ถ้าเป็นการงานที่สลับซับซ้อน เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเรื่องนี้วุ่นวายไปหมด แถมยังเป็นงานที่โลเลไปมา กำหนดการไม่แน่นอน ต้องใช้คนที่ทั้งไอคิวและอีคิวสูง ถ้ามีแต่ไอคิวสูง วันไหนงานเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามใจของคนใหญ่คนโต วันนั้นคนไอคิวสูงทำอะไรต่อไม่ได้ เพราะมัวแต่หงุดหงิดกับความหลายใจของคนใหญ่คนโต ปล่อยวางไม่ได้ คนที่จะปล่อยวางได้ต้องมีอีคิวสูงคู่กับไอคิวสองตัวคู่กันอยู่ในคนเดียวกัน

วันนี้แค่รับมือกับงานที่ซับซ้อนได้ดี ทนแรงกดดัน ทนความไม่แน่นอนได้สารพัดอย่าง ไม่ได้ยืนยันว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะเหมือนกับทำงานแบบเดิมๆ ไปเรื่อยๆ เหมือนเรือจอดนิ่งๆ ท่ามกลางพายุ สักวันหนึ่งก็ต้องจมลงจนได้ คนรุ่นใหม่ของวันนี้จึงต้องมีซีคิวหรือ curiosity quotient คือต้องใฝ่รู้ใฝ่ถามว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ ซึ่งซีคิวสูงมากๆ จะทนทำงานแบบเดิมๆได้ไม่นาน ต้องหาทางดัดแปลงวิธีทำงานไปเป็นอย่างอื่น คนซีคิวสูงคือคนที่กระหายใฝ่รู้ในเรื่องต่างๆ กระตือรือร้นที่จะรู้ว่าอะไรเปลี่ยนได้บ้าง เปลี่ยนแล้วจะเป็นอย่างไร ชอบลงทุนลงแรงหาความรู้ หาวิธีการใหม่ๆ มาใช้กับการงานของตนเองอยู่เสมอ ซีคิวช่วยให้งานยากกลายเป็นงานง่ายได้ ช่วยให้หลุดพ้นจากกับดักความต่อเนื่องคือหลุดจากการยึดติดกับวิธีการเดิมๆ เพียงเพราะเคยทำเช่นนั้นมาแต่ดั่งเดิม ซีคิวสูงส่งเสริมให้เกิดพลวัตในการทำงาน จึงเหมาะสมกับโลกยุค Start up เช่นในปัจจุบัน

แม้จะเชื่อกันว่าไอคิวเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เปลี่ยนแปลงได้ไม่ง่ายนัก แต่คนทั่วไปมีไอคิวไม่แตกต่างกันมากนัก จึงสามารถรับมือการงานธรรมดา ๆได้ไม่แตกต่างกัน แต่อีคิวและซีคิวพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นได้ โดยแค่เปิดใจใฝ่รู้ให้มากขึ้น พยายามตั้งใจที่จะเข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น และด้วยอีคิวซีคิวที่เหนือกว่าจะทำให้เราปฏิรูปตัวเราและการงานของเราได้สำเร็จมากกว่าที่คิดไว้