ตั้งต้นปีระกา เกิดเรื่องใหญ่ๆ ที่ส่งผลทางการเมือง 2 เรื่อง
หนึ่ง คือ การเร่งสร้างปรองดองสมานฉันท์
สอง คือ เรื่องสินบนโรลส์-รอยซ์
ผมว่า 2 เรื่องนี้คล้ายๆ กัน และเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน โดยไม่ได้นัดหมาย เพราะการสร้างความปรองดองนั้นไม่ได้อยู่ในแผนหรือโรดแมพปีสุดท้ายของ คสช.มาก่อน เนื่องจาก คสช.มั่นใจว่าด้วยกลไกรัฐธรรมนูญสามารถ “สืบทอดอำนาจ” และคุมการเมืองต่อได้สบาย
แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดอยากจะปรองดองขึ้นมาเสียอย่างนั้น โดยมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะ “บิ๊กบราเธอร์” เป็นเจ้าภาพ พิมพ์เขียวที่ปรากฏเป็นข่าวคร่าวๆ ก็คือจะใช้กลไกของทหาร หรือกองทัพ “บังคับปรองดอง” คล้ายๆ ที่เคยทำเมื่อตอนรัฐประหารใหม่ๆ
หลายคนสงสัยว่าวิธีการแบบนี้จะสร้างความปรองดองให้บ้านเมืองได้อย่างไร เพราะสูตรปรองดอง หรือการยุติความขัดแย้งถึงขั้นเข่นฆ่าที่เขาใช้กันทั่วโลกก็คือ 1.ค้นหาความจริงที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน 2.ผู้กระทำผิดยอมสำนึก ขอโทษ ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายก็ให้อภัย 3.เข้าสู่ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ 4.เข้าสู่โหมดปรองดอง และช่วยกันสร้างกลไกไม่ให้ความขัดแย้งกลับมาอีก
แต่นี่ทำท่าจะให้ “บิ๊กบราเธอร์” ตบโต๊ะ-เป่ากระหม่อมพอเป็นพิธี ก็จะปรองดองกันแล้ว (สาเหตุไม่ต้องถาม ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ)
อยากรู้สูตรปรองดองคืออะไร ลองดูวิธีการที่เขาหา “ไอ้โม่ง” รับสินบนโรลส์-รอยซ์ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ หลักฐานชัดขนาดนี้ ผู้มีอำนาจที่ประกาศเข้ามาปราบโกงกลับไม่ใช้ “อำนาจพิเศษ” แต่ให้กระบวนการปกติทำงาน (ทำไมท่านไม่ท่องแบบนี้ตั้งแต่ก่อน 22 พ.ค.57 จะได้ไม่ต้องรัฐประหารเข้ามา)
ข่าวว่ากำลังช่วยกันหา “แพะ” ฝูงเล็กๆ เอาแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น อาศัยจังหวะชุลมุนแล้วปิดเกม เพราะงานนี้ยิ่งลากยาวยิ่งเจ็บ เนื่องจากคนเข้าไปเกี่ยวคือ “คนมีสี” ในบอร์ดการบินไทยและ ปตท.ในแต่ละยุคที่มีสัดส่วนไม่น้อย คนเหล่านั้นก็เป็นรุ่นพี่ รุ่นพ่อ ลูก ป. ลูกปลา เกี่ยวโยงกับ “คนมีสี” ที่เรืองอำนาจอยู่ในปัจจุบันทั้งสิ้น
สูตรจัดการสินบนโรลส์-รอยซ์ ก็คือสูตรปรองดองทางการเมือง คำตอบอยู่ที่ “รัฐบาลแห่งชาติ” แบ่งเค้กลงตัวกันทุกฝ่าย สุดท้ายคนที่ยืนอยู่แถวบนสุดของโครงสร้างอำนาจคือผู้ได้เปรียบเสมอ เผลอๆ เรื่องสินบนโรลส์-รอยซ์จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้ปรองดองกันง่ายขึ้นอีกแน่ะ...






