วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นำเข้าสารเคมีการเกษตร

ในการประชุมอนุกรรมการพิจารณา การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร

 ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เพียงวันเดียวมีการพิจารณาเพิ่มเติม แหล่งผลิตสารเคมีมีพิษทางการเกษตร มากถึง 50 ชนิด ส่อว่าเป็นการเปิดทางนำเข้าวัตถุมีพิษ ที่ดูเหมือนจะสวนทางนโยบายส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ของรัฐมนตรีฯ ฉัตรชัย สาริกัลยะ

000 ทั้งยังส่อว่าจะเป็นการปูทางไปสู่การนำเข้าสารเคมี ที่มีคำขอค้างอยู่กว่า 4 พันรายการ ที่กรมวิชาการเกษตร ในยุคก่อนๆ มีการชะลอไว้ เพราะรัฐบาลมีนโยบายให้ลดพื้นที่ทำเกษตรเคมี และให้เกษตรกรหันมาใช้เกษตรอินทรีย์แทน เพื่อลดการสะสมสารพิษทั้งต่อเกษตรกร ผู้บริโภค รวมไปถึงที่ดิน-แหล่งน้ำ

000 น่าห่วงว่าหากไม่มีการต่อต้าน อาจนำไปสู่การทยอยอนุมัติคำขอ จนไม่รู้ว่าจะมี“สารพิษ”ที่เข้ามาสู่ประเทศไทย และตกถึงผู้บริโภคอีกมากแค่ไหน รวมไปถึงผลกระทบการส่งออกผัก-ผลไม้ ที่อาจมีสารพิษตกค้างจนต้องถูก“ตีกลับ”เหมือนในอดีต

000 เหมือนอย่างที่ “เอ็นจีโอ-นักวิชาการ” เคยออกมาเปิดเผยปริมาณสารพิษภาคเกษตร ที่มีการใช้อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะข้อมูลของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ ไทยแพน ที่เปิดเผยข้อมูลปี  2559 ว่าพบสารพิษตกค้างในพืช-ผักถึง 66 ชนิด

000 แม้ว่าอธิบดีกรมวิชาการเกษตร สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ จะชี้แจงว่าอนุมัติ เพียง 9 คำขอ แต่ข้อเท็จจริงก็คือในการประชุมครั้งนี้ ยังมีการอนุมัติไว้อีก 36 คำขอ ที่เพียงแต่รอให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความถ้อยคำ ตามที่มีการส่งเรื่องให้ตีความไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

000 ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องมีการขึ้นทะเบียนให้มากมาย เพราะทุกวันนี้สารเคมีบางตัวก็มีทะเบียนอยู่แล้วกว่า 400 รายการ...เรื่องนี้นอกจากน่าเป็นห่วงผู้บริโภค ยังพ่วงความกังวลในเรื่องความ“เร่งร้อน”ที่น่าจะต้องมีการชี้แจงแสดงความโปร่งใส

000 แบบเดียวกับ“โคลิสติน”ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ ทั้งของจริง-ของปลอม มีวางขายให้หาซื้อกันได้ง่ายๆ ใครปล่อยให้นำเข้ามากมาย ใครมีหน้าที่กำกับดูแล มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชันตรงไหน หรือไม่...เรื่องนี้นิ่งเฉยไม่ได้ทั้งประชาชนผู้บริโภค และรัฐบาลที่มีนโยบายสำคัญในการ“ปราบทุจริต” !!!  

.........................................

อัชชาวดี [email protected]