เวทีการพบปะกันของชนชั้นผู้นำ ณ เมืองดาวอสครั้งล่าสุดจบลงในวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์
ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง ข่าวเกี่ยวกับบรรยากาศอันแปลกประหลาดของการเข้ารับตำแหน่งนั้น กลบข่าวที่สะท้อนความเงียบเหงาของเวทีที่ดาวอสเกือบหมด ความแปลกประหลาดเกิดจากพฤติกรรมของนายทรัมป์กับการออกมาประท้วงของคนนับล้านในวันที่เขาเข้ารับตำแหน่งและในวันรุ่งขึ้น การประท้วงในวันรุ่งขึ้นทำกันอย่างกว้างขวางทั้งในสหรัฐและในหลายส่วนของโลก ความเงียบเหงาของเวทีที่ดาวอสและบรรยากาศการเข้ารับตำแหน่งที่มีการประท้วงอาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณของการปะทะกันของสองแนวคิด
เวทีที่ดาวอสต้องการให้ชนชั้นผู้นำไปพบปะกันเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาให้ชาวโลกโดยทั่วไปได้ประโยชน์ งานนี้เป็นการใช้โลกาภิวัตน์ให้มีผลดียิ่งขึ้น ส่วนการเข้ารับตำแหน่งของนายทรัมป์เกิดจากความต้องการของชาวอเมริกันกลุ่มใหญ่ที่จะให้พวกตนเท่านั้นได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับการออกเสียงเมื่อปีที่แล้วของชาวสหราชอาณาจักให้ประเทศของตนดีดตัวออกสหภาพยุโรป ปัจจัยสำคัญซึ่งทำให้เวทีที่ดาวอสเงียบเหงาได้แก่การไม่ได้รับความสนับสนุนจากผู้นำของสองประเทศนี้ซึ่งมีความใกล้ชิดกันมาก เรื่องนี้ดูได้จากการที่นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำประเทศคนแรกที่ไปคารวะนายทรัมป์หลังจากเขาเข้ารับตำแหน่งเพียงสัปดาห์เดียว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐและในสหราชอาณาจักร เป็นสัญญาณของกระบวนการชาตินิยมกับประชานิยมผสมกัน ประเด็นนี้หลายฝ่ายมองว่าเป็นอัตรายอย่างยิ่งถึงกับพระสันตปาปาออกมาเตือนสติว่า อะดอล์ฟ ฮิตเลอร์เข้ามาสร้างความหายนะได้เพราะสาเหตุเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้เกิดความรู้สึกชาตินิยมแบบเข้มข้นในเยอรมนีในตอนนั้นต่างกับปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นในสองชาติดังกล่าวในวันนี้ ส่วนประชานิยมที่เกิดขึ้นในหสรัฐและยุโรปก็ต่างกับประชานิยมที่คนไทยมักเข้าใจกัน
การออกเสียงให้สหราชอาณาจักรดีดตัวออกจากสหภาพยุโรป เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการณ์เรื่องการอพยพเข้าสหภาพยุโรปของชาวตะวันอันออกกลางจำนวนมาก เพื่อหลบหนีจากความหายนะในบ้านเมืองของตน หัวจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดความหายนะนั้น ได้แก่การร่วมมือกันของรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลสหราชอาณาจักรโจมตีหลายประเทศ ชาวสหราชอาณาจักรต้องการดีดตัวออกจากสหภาพยุโรป เพราะต้องการให้ผู้อื่นรับภาระอันเกิดจากความหายะที่รัฐบาลของตนเป็นต้นเหตุ มองอีกมุมหนึ่งเรื่องนี้จึงมิใช่ชาตินิยม หากเป็นความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ทางด้านชาวอเมริกัน นายทรัมป์ประกาศว่าควรยึดน้ำมันของอิรัก
ฉะนั้น การเลือกนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีมองได้ว่ามิใช่เกิดจากความรู้สึกชาตินิยมที่เข้มข้นขึ้นของชาวอเมริกันกลุ่มใหญ่ หากเป็นการมีจิตใจเป็นโจรของคนเหล่านั้นมากกว่า ส่วนความชาตินิยมที่ผลักดันให้ชาวเยอรมันเลือกฮิตเลอร์เป็นผู้นำได้แก่ความเจ็บช้ำน้ำใจอันเกิดจากฝ่ายชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 บังคับให้พวกเขาต้องชดใช้ความเสียหายในสงครามแบบแทบไม่มีโอกาสเงยหัว
สำหรับทางด้านประชานิยม คนไทยคุ้นเคยกับแนวการหว่านเงินของรัฐเพื่อหวังสร้างความนิยมในตัวนักการเมือง เรื่องนี้เกิดจากนักการเมืองไทยลอกเลียนแนวที่ใช้อยู่ในอาร์เจนตินา ซึ่งต่างกับประชานิยมที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรปในปัจจุบัน นั่นคือ อวิชชาผสมกับความมักง่ายทำให้ไม่ตระหนักว่าปัญหาใหญ่ๆ ในยุคนี้มีความสลับซับซ้อนสูง ความรู้สึกนึกคิดชนิดนั้นทำให้คล้อยตามคำมั่นสัญญาของผู้นำที่ใช้วาทกรรมจำพวกคำโตว่าปัญหาต่างๆ แก้ได้ไม่ยากหากเดินตามเขา ชาวอเมริกันนับร้อยล้านคนเชื่อว่า นายทรัมป์จะแก้ความขุ่นข้องหมองใจของพวกเขาได้จากนโยบายขับไล่ชาวเม็กซิกันนับล้านคนออกนอกประเทศ พร้อมกับสร้างกำแพงกั้นเขตแดน ตั้งกำแพงภาษีสินค้าที่บริษัทอเมริกันผลิตในโรงงานต่างประเทศ ยกเลิกสนธิสัญญาการค้ากับต่างประเทศบางฉบับ สนับสนุนการจ้างงานชาวอเมริกันและยึดน้ำมันของอิรัค
โลกเคยหวังว่าโลกาภิวัตน์จะช่วยทำให้โลกลดปัญหาและพัฒนาได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ขบวนการชาตินิยมผสมกับประชานิยมดังที่เห็นเป็นการเดินสวนทางกับความหวังนั้น แต่มันเป็นความจริง ทางออกของไทยได้แก่นโยบายที่ทำให้พึงตัวเองได้มากขึ้น









