กรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ ติดสินบนในจัดซื้อจัดจ้างในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
และบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในบริษัท รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐอย่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ลงมาตรวจสอบเช่นเดียวกัน เราเชื่อว่ารายละเอียดและรายชื่อผู้รับสินบนน่าจะถูกเปิดเผยอีกไม่นาน หากมีการดำเนินการกันอย่างจริงจัง เพราะจากข้อมูลของโรลส์-รอยซ์ ที่ให้การไว้กับทางอังกฤษและสหรัฐ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากในการติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ประเด็นที่น่าพิจารณาต่อไปสำหรับสังคมไทยจากกรณีนี้ คือ เราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีหลักฐานชัดเจนไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์กันนานว่ามีการจ่ายสินบนหรือไม่ เพราะหากเรามุ่งแต่การเอาคนผิดมาลงโทษและจบเรื่องกันไป เราก็จะละเลยเรื่องใหญ่ที่สำคัญและเป็นปัญหาสำหรับสังคมไทย นั่นคือ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งทุกรัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มาโดยตลอด แต่ไม่สามารถแก้ได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องพิจารณากันอย่างจริงจังถึงมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่ออนาคตที่ดีสำหรับสังคมไทย
หากติดตามเรื่องนี้ เราจะเห็นวิธีการชี้แจงของหน่วยงานเหล่านี้อย่างน่าสนใจอย่างยิ่ง กล่าวคือ มีการอธิบายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับระบบหรือองค์กร ซึ่งก็หมายความว่าตัวองค์กรหรือหน่วยงานเป็นระเบียบและขั้นตอนที่ดีอยู่แล้ว แต่ความผิดเกิดจากตัวบุคคลในองค์กรต่างหากที่ทำให้เกิดรอยด่างขึ้นมา ดังนั้น หากสามารถแก้ที่ตัวบุคคลได้ กล่าวคือ สามารถหาคนกระทำความผิดและลงโทษตามกฎหมายได้ ทุกอย่างก็จะจบลงและรอยตำหนิขององค์กรก็จะหมดไปเอง เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อันที่จริง วิธีการอธิบายว่าความผิดพลาดอยู่ตรงไหน ระหว่างตัวบุคคลกับองค์กรนั้น คนไทยมักจะได้ยินเสมอจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่มีปัญหาเรื่องการทุจริต แต่โดยมากคำอธิบายที่ได้คือเกิดจากความประพฤติของบุคคลที่ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งเท่ากับว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้นไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด แต่คำถามก็คือ หากกฎระเบียบขององค์กรไม่เปิดช่องให้ดำเนินการได้ ปัญหาเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้น ความพยายามตัดองค์กรออกไปจากความผิด ก็เท่ากับว่าเราเปิดช่องให้เกิดปัญหาเดียวกันในอนาคต
ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามการทุจริตหลายด้าน ทั้งเรื่องการแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง การออกระเบียบต่างๆ รวมทั้งการรณรงค์และแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในการช่วยสอดส่องพฤติกรรมการทุจริต ก็อาจจำเป็นต้องกลับมาพิจารณากฎระเบียบ หรือโครงสร้างองค์กรกันใหม่ ว่ามีตรงไหนที่เปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตในลักษณะนี้ได้บ้าง โดยเฉพาะข้อกำหนดหรือระเบียบที่เปิดช่องโดยอ้างเรื่องประสิทธิภาพและความคล่องตัว ซึ่งมักจะเปิดโอกาสให้เกิดพฤติกรรมการทุจริตได้เสมอ
เราเห็นว่าหากสังคมไทยต้องการแก้ปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง ไม่เพียงแค่การออกระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น แต่ต้องเข้าไปแก้ไขที่กฎระเบียบของตัวองค์กรเอง ไม่ว่าจะเป็นระเบียบราชการ กฎหมายหรือ กฎระเบียบรัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งเราเชื่อว่าหากมีการไล่รื้อกันจริงๆ ก็จะพบว่าแต่ละองค์กรของรัฐนั้นมีจุดอ่อนดังกล่าวจริง เพียงแต่จะมองเห็นต่อเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งจากกรณีตัวอย่างของโรลซ์-รอยซ์ เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นานนั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงของการเมืองสมัยใหม่ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าแม้เราจะก้าวสู่สังคมสมัยใหม่แล้ว สิ่งเหล่านี้ที่มีรากฐานมานานก็สามารถดำรงอยู่ได้ ดังนั้นหากต้องการแก้การทุจริตให้หมดไปหรือลดลงให้มากที่สุด เราต้องแก้ที่ฐานรากเท่านั้น









