ท่านที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่าอยู่ๆ ท่านก็ได้รับsmsแปลกๆ
มาชวนให้ดูหนังฟังเพลงอะไรสักอย่าง ข้อความก็ดูเหมือนเป็นคำเชิญชวนให้คลิกข้อความนั้น เชิญชวนให้คลิกที่ข้อความนั้นเพื่อชิงโชค คนทั่วไปคงคิดว่าเป็นแค่ sms โฆษณา ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
แต่หารู้ไม่ว่ามีธุรกิจเกเรยุคประเทศไทยสี่จุดศูนย์ ใช้เทคนิคปลอมการคลิกขึ้นมาเอง พูดง่ายๆ คือท่านแค่แสดง sms นั้น บนหน้าจอของโทรศัพท์ที่เป็นสมาร์ทโฟน หรือแค่เปิดให้มีการแจ้งเตือนแสดงข้อความ sms ใหม่ที่รับเข้ามา ธุรกิจเกเรนี้ก็ปลอมการคลิกตอบรับได้เองแล้ว
แค่ท่านเห็น sms นั้น ก็เหมือนกับว่าได้สมัครใช้บริการนั้นแล้ว ซึ่งจะผิดสังเกตตรงที่มี sms แปลกๆ นี้ เข้ามาเป็นประจำ ด้วยข้อความเชิญชวนเหมือนเดิม ไม่ได้มีข้อความตอบรับยืนยันให้รู้ตัวว่าท่านได้สมัครใช้บริการของธุรกิจเกเรนี้ไปแล้ว กว่าที่ท่านจะรู้ตัวอาจได้จ่ายเงินไปกับบริการที่ท่านไม่ได้ใช้อะไรเลย แถมต้องรำคาญกับข้อความแปลกๆ ที่ส่งมาอย่างจุกจิกไปแล้วหลายเดือน
ธุรกิิจเกเรเหล่านี้ฉลาดพอที่จะเดาว่าจะส่งคำขอเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ท่านใช้บริการอยู่ในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นจากที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำไม่มากนัก อาจเพิ่มเป็นสิบหรือเป็นร้อยสุดแล้วแต่ว่าท่านเคยจ่ายค่าบริการต่อเดือนมากน้อยเพียงใด ถ้าเคยเสียเป็นพัน ก็ร้องขอเก็บมาเป็นร้อย ถ้าเคยจ่ายเป็นร้อย ก็ขอเพิ่มเป็นสิบ
ถ้าท่านไม่ได้ดูรายละเอียดในรายงานเรียกเก็บเงิน เพราะไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างไปจากเดิมที่เคยจ่ายอยู่ ธุรกิจเกเรเหล่านี้ก็ได้สตางค์สบายไป จนกระทั่งท่านสังเกตพบในภายหลัง และติดต่อขอทราบที่มาของการเรียกเก็บเงินค่าใช้บริการ ที่ท่านคิดว่าท่านไม่ได้ใช้จากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ท่านใช้บริการอยู่ คำตอบที่ได้มักจะเป็นไปในทำนองว่าท่านไปกดนั่นกดนี่ที่เป็นการตอบรับสมัครใช้บริการ
ถ้าเป็นท่านที่ไม่คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนก็มักเอออวยไปด้วยว่าฉันพลาดไปเอง และยอมจ่ายเงินให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อไปจ่ายให้กับธุรกิจเกเรเหล่านั้นอีกต่อหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ย่อมได้ส่วนแบ่งไปบ้าง ในฐานะคนเรียกเก็บเงินให้ ถ้าเป็นคนที่พอรู้เรื่องรู้ราวทางเทคนิคบ้าง ก็มักยืนยันเสียงแข็งว่าฉันไม่ได้คลิก ฉันไม่เคยสมัครใช้บริการ ฉันไม่เคยเปิดดูหนังฟังเพลง ดูกีฬาตามที่ sms จากธุรกิจเกเรนั้นส่งมา ถ้าท่าทางจริงจังหน่อย ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมักไม่อยากมีเรื่องด้วย และยอมคืนเงินที่เก็บไปแล้ว หรือยกเลิกการเรียกเก็บเงินส่วนนั้น
อีกเทคนิคหนึ่งที่ธุรกิจเกเรเหล่านี้ชอบใช้กันบ่อยๆ คือชอบแทรกตัวมากับเวบต่างๆ ที่ท่านเรียกดูโดยใช้เบราเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ คล้ายๆ กับ pop up บนเวบในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป และเช่นเดียวกับการส่งsmsมาให้ท่านเสียเงิน ธุรกิจเกเรเหล่านี้จะเขียนโปรแกรมที่ทำหน้าที่กดปุ่มตอบรับสมัครใช้บริการแทนท่าน โดยใช้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของท่านในการสมัครใช้บริการ และต่อมาก็จะร้องขอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเรียกเก็บค่าใช้บริการนี้จากท่านอีกต่อหนึ่ง
ถ้าท่านรู้ตัวและโวยวายกับผู้ให้บริการ ท่านก็อาจรอดพ้นจากเลห์เหลี่ยมของธุรกิจเกเรเหล่านี้ไปได้ แต่ถ้าท่านไม่รู้ตัวก็จะเสียเงินไปเปล่าๆ กับคนเกเรดิจิทัล
ทำอย่างไรจะไม่เสียเงินกับธุรกิจเกเร ผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตอบว่าให้ช่างสังเกตและทนรำคาญคุยกับ Call Center ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนให้ยกเลิกบริการ sms ที่มีค่าบริการทุกครั้งที่มีข้อความแปลกๆ มาถึงท่าน อย่าละเลยทิ้งไว้เฉยๆ หรือไม่ก็ต้องขยันร้องเรียนไปที่ กสทช.ซึ่งน่าประหลาดใจที่ธุรกิจเกเรเหล่านี้มีรายได้ปีหนึ่งเป็นหลายร้อยล้านบาท มีพนักงานเป็นนักคอมพิวเตอร์นับร้อยคน
คำถามคือเงินขนาดนี้ คนที่จ่ายโดยไม่รู้ตัวมีมากแค่ไหน แล้วใครบ้างที่ต้องใส่ใจดูแลไม่ให้มีธุรกิจเกเรแบบนี้เกิดขึ้นมาในบ้านเรา และวันนี้คนนั้นกำลังทำอะไรอยู่บ้าง






