การเมืองระหว่างประเทศในปีใหม่นี้มีเรื่องใหญ่ๆ ที่จะต้องจับตาหลายเรื่อง
เริ่มจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้านั่งทำเนียบขาวซึ่งจะสร้างความสับสนให้กับชาวโลกพอสมควร อย่างน้อยก็ในปีแรกที่ยังไม่มีใครบอกได้ ทรัมป์จะเปลี่ยนกติกามารยาทในความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ในฐานะมหาอำนาจอย่างไร
อีกด้านหนึ่งคือการปรับเปลี่ยนระดับนำของจีนในช่วงกลางปีนี้ เพราะจะมีการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งสำคัญ เป็นการผลัดใบทุก 5 ปี
แม้จะค่อนข้างชัดเจนว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิง จะยังครองอำนาจค่อนข้างเหนียวแน่น แต่การปรับเปลี่ยนตัวบุคคลสำคัญในตัวคณะกรรมการ 25 คนของกรรมการเมืองหรือ Politburo จะมีความสำคัญต่อทิศทางของจีนไม่น้อย
ที่ต้องจับตามองกันเป็นพิเศษคือใครจะไปใครจะมาใน 7 แกนนำของคณะกรรมการกลางของ Politburo
ที่ต้องวิเคราะห์กันหนักคือนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงจะอยู่หรือไป
ในภาวะที่เศรษฐกิจจีนกำลังหดตัว และต้องระมัดระวังเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของสถาบันการเงิน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความผันผวนในความสัมพันธ์กับผู้นำสหรัฐคนใหม่นั้น สีจิ้นผิงจำเป็นต้องมีทีมงานที่คล่องตัวและทันเกมกับโลกตะวันตกอย่างยิ่ง
ดังนั้นการวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศในปีนี้ จึงต้องจับตาที่วอชิงตันและปักกิ่งเป็นพิเศษ
แต่ที่คลาดสายตาไม่ได้คือมอสโก เพราะดูเหมือนว่าวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียจะมีบทบาทโดดเด่น และสั่งสมอิทธิพลในเวทีโลกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขาสามารถทำให้ทรัมป์ ต้องยื่นมือความเป็นมิตรกับเขามากกว่าผู้นำสหรัฐคนก่อน ๆ ที่ผ่านมา
ปูตินกับสีจิ้นผิงมีความสนิทชิดเชื้อกันอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ดังนั้น หากปูตินสมานไมตรีกับทรัมป์ด้านหนึ่ง อีกมือหนึ่งสวมกอดสีจิ้นผิงไปพร้อม ๆ กัน สมการการเมืองระหว่างประเทศจะปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมา เราเห็นแต่การ “คานอำนาจ” กันระหว่างสหรัฐ จีน รัสเซียและยุโรป แต่วันนี้เรากำลังจะเห็นการสลับขั้วที่คาดไม่ถึง อีกทั้งผลที่จะตามมาจะก่อให้เกิดการถ่วงดุลอย่างไร ยังไม่มีนักวิเคราะห์คนไหนกล้าฟันธงได้
อีกจุดหนึ่งที่คลาดจากสายตาไม่ได้เช่นกันคือยุโรป เมื่ออังกฤษเดินหน้าถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป จากผลการลงประชามติ Brexit อีกทั้งการเลือกตั้งผู้นำในยุโรปหลายประเทศในปีนี้ อาจจะนำไปสู่ผู้นำการเมืองที่มีแนวความคิดสุดขั้ว ไปทางขวาละม้ายกับทรัมป์ซึ่งก็เกิดคำถามว่าจะหมายถึงการแยกสลายความเป็นสหภาพยุโรปหรือไม่
เกาหลีเหนือก็ยังเป็นจุด “เปราะบาง” ที่อาจจะเป็นชนวนก่อให้เกิดการเผชิญหน้าทางอาวุธในเอเชียได้ โดยเฉพาะหากสหรัฐเล่น “ไพ่ไต้หวัน” เพื่อต่อรองกับจีน ปักกิ่งก็อาจจะเล่น “ไพ่เกาหลีเหนือ” เพื่อกดดันสหรัฐก็เป็นได้
ใกล้บ้านเราก็อาจมีประเด็นที่ต้องประเมินว่า เมื่อฟิลิปปินส์ขึ้นรับตำแหน่ง “ประธานหมุนเวียน” อาเซียนปีนี้ ประธานาธิบดีดูเตอร์เตจะนำพาอาเซียนไปในทิศทางไหน?
ด้านหนึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศ “แยกทาง” กับสหรัฐและหันไปสนิทสนมกับจีน อีกด้านหนึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่าทรัมป์จะมีแนวทางเรื่องทะเลจีนใต้อย่างไร
ดูเตอร์เตจะชักชวนให้อาเซียนไปทางไหนยังบอกไม่ได้ อาเซียนเองจะสามารถน้าวโน้มให้ดูเตอร์เต ลดความกร้าวลงได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้เช่นกัน
ปีใหม่นี้มีปัจจัย “คาดไม่ถึง” กับ “คาดไม่ได้” มากเหลือเกินครับ...
อากาศข้างหน้าผันผวนแปรปรวนหนัก ทุกท่านกรุณารัดเข็มขัดให้แน่น เราจะฟันฝ่าไปด้วยกัน!









